เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
คมนาคมตั้งทีมแก้ Air Cargo สุวรรณภูมิ หลังหอการค้าฯ ชง 3 ระยะ รับส่งออกกว่า 2.42 ล้านล้าน
Economic คมนาคมตั้งทีมแก้ Air Cargo สุวรรณภูมิ หลังหอการค้าฯ ชง 3 ระยะ รับส่งออกกว่า 2.42 ล้านล้าน
กินเจปี’69 เงินสะพัด 46,913 ล้าน โต 2.2% แม้คนกินต่ำสุดรอบ 11 ปี
Economic กินเจปี’69 เงินสะพัด 46,913 ล้าน โต 2.2% แม้คนกินต่ำสุดรอบ 11 ปี
ไชยชนก จ่อตั้ง ‘นัฐวุฒิ แดนดี‘ นั่งอธิบดีกรมอุตุฯ ​เยียวยาน้ำท่วมล็อตแรก 611 ราย​
Politics ไชยชนก จ่อตั้ง ‘นัฐวุฒิ แดนดี‘ นั่งอธิบดีกรมอุตุฯ ​เยียวยาน้ำท่วมล็อตแรก 611 ราย​
กรมโรงงานฯ เร่งกำจัดคราบน้ำมันในปราจีนฯ ย้ำไม่ใช่สารพิษ
Economic กรมโรงงานฯ เร่งกำจัดคราบน้ำมันในปราจีนฯ ย้ำไม่ใช่สารพิษ
UPOV 1991 โครงการหลวงหมอกจ๋ามมอง ดี-ไม่ดี ขึ้นกับชนิดพืช
เศรษฐกิจภูมิภาค UPOV 1991 โครงการหลวงหมอกจ๋ามมอง ดี-ไม่ดี ขึ้นกับชนิดพืช
ครม.ไฟเขียว ‘ภาสกร ชัยรัตน์‘ ขึ้นเป็นปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม คนใหม่
Politics ครม.ไฟเขียว ‘ภาสกร ชัยรัตน์‘ ขึ้นเป็นปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม คนใหม่
Labella เปิด Pop-up กลาง Matcha People พร้อม Special Menu
Biz Movement Labella เปิด Pop-up กลาง Matcha People พร้อม Special Menu
พาณิชย์ ชงงบ 1,000 ล้านพยุงค่าครองชีพน้ำท่วม ตรึงราคา-เติมผัก ไข่ รับมือกินเจ
Economic พาณิชย์ ชงงบ 1,000 ล้านพยุงค่าครองชีพน้ำท่วม ตรึงราคา-เติมผัก ไข่ รับมือกินเจ
อีซูซุลิสซิ่ง พักชำระหนี้ลูกค้า “น้ำท่วม” สูงสุด 3 เดือน
Automotive อีซูซุลิสซิ่ง พักชำระหนี้ลูกค้า “น้ำท่วม” สูงสุด 3 เดือน
“วัชระพล” ลงพื้นที่สามโคก จับตาน้ำเจ้าพระยา 2,500 ลบ.ม./วินาที เปิดเกณฑ์เยียวยาเกษตร-ประมง
Economic “วัชระพล” ลงพื้นที่สามโคก จับตาน้ำเจ้าพระยา 2,500 ลบ.ม./วินาที เปิดเกณฑ์เยียวยาเกษตร-ประมง
ดูทั้งหมด

จาก ‘Regulator’ สู่ ‘Operator’ เปิดบทใหม่ ‘กุลยา ตันติเตมิท’ ในโลกธุรกิจ

26 ส.ค. 2569 | 18:54น.
เรื่อง : พฤฒินันท์ สุดประเสริฐ

ย้อนกลับไปเมื่อ 3 เดือนที่แล้ว ‘ดร.กุลยา ตันติเตมิท’ ได้รับความสนใจจากหน้าลื่อ จากการตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งอธิบดีกรมสรรพากร ปิดฉากการทำงานในภาคราชการตลอดกว่า 2 ทศวรรษ พร้อมกับการสั่งสมประสบการณ์งานด้านการคลังของประเทศ โดยเฉพาะการเป็นอธิบดีมาแล้วถึง 4 กรม ทั้งกรมบัญชีกลาง กรมสรรพสามิต กรมศุลกากร และกรมสรรพากร

3 เดือนผ่านไป ‘ดร.กุลยา ตันติเตมิท’ กลับมาอยู่บนหน้าสื่ออีกครั้ง ในฐานะผู้บริหารในบริษัทเอกชน โดยนั่งเป็นประธานกรรมการ บริษัท ทีเอส เซลล์ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (TSS) บริษัทดูแลด้านการจัดจำหน่ายและการตลาด ในเครือ ทีเอสทีอี (TSTE)

“ประชาชาติธุรกิจ” ได้มีโอกาสล้อมวงคุยกับ ดร.กุลยา ตันติเตมิท ประธานกรรมการ บริษัท ทีเอส เซลล์ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด และกาญจนา ตั้งปกรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีเอส เซลล์ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ถึงการตัดสินใจเปลี่ยนจากการทำงานภาครัฐ เข้าสู่การบริหารบริษัทเอกชน

จากงานราชการ 25 ปี ข้ามห้วยสู่งานบริหารเอกชน

ดร.กุลยา เล่าถึงจุดเริ่มต้นการเข้ามานั่งบริหารบริษัทเอกชนว่า ได้รับราชการที่กระทรวงการคลังมานานกว่า 25 ปี โดยเติบโตในสายงานนโยบายของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และดำรงตำแหน่งอธิบดีใน 4 กรมหลัก และรู้สึกว่าตนเองทำหน้าที่ในภาครัฐอย่างเต็มที่ในทุกบทบาทจนถึงจุดอิ่มตัวแล้ว จึงตัดสินใจลาออกเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เพื่อเปลี่ยนบทบาทสู่ภาคเอกชน

การก้าวเข้าสู่ภาคเอกชนในครั้งนี้ ดร.กุลยา รู้สึกว่ามีความสนุก ท้าทาย และเป็นสิ่งที่ชื่นชอบส่วนตัว (Passion) และการเข้ามาทำงานกับบริษัทดังกล่าว เป็นกลุ่มที่ท่านมีความสนิทสนมคุ้นเคยเป็นอย่างดี

กาญจนา เล่าเพิ่มเติมว่า ดร.กุลยา เข้ามาดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ และได้เข้ามาช่วยสนับสนุนการทำงานของบริษัทในภาพกว้าง โดยการให้แนวทางหรือ “ไกด์ไลน์” วางกรอบทิศทางเพื่อดูภาพรวม ตัวเลขยอดขาย แคมเปญการตลาด หรือทิศทางบนสื่อโซเชียล

ขณะที่กาญจนา จะทำหน้าที่เป็น “Executor” หรือผู้ลงมือปฏิบัติและดีลหน้างานเองทั้งหมด ตั้งแต่การไปเจรจากับพาร์ทเนอร์และผู้จัดจำหน่าย การพูดคุยรายละเอียดโปรโมชัน ตลอดจนการลงไปคุมหน้างานกิจกรรมร่วมกับศิลปินพรีเซนเตอร์ด้วยตนเอง

ทั้งนี้ ดร.กุลยา และ กาญจนา ต่างเคยทำงานร่วมกัน โดยเป็นทีมงานหลักในการประสานงานผลักดันมาตรการรัฐด้านเศรษฐกิจอย่าง โครงการคนละครึ่ง และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

(ซ้าย) ดร.กุลยา ตันติเตมิท | (ขวา) กาญจนา ตั้งปกรณ์

เข้าใจมุมเอกชน

ดร.กุลยา ระบุว่าการย้ายมาเป็น Operator ทำให้เข้าใจความท้าทายและการต่อสู้ของเอกชนไทยในการปั้นแบรนด์เพื่อแข่งกับต่างประเทศชัดเจนขึ้น และทำให้เห็นว่าการสร้างโดยใช้เงินทุนอย่างเดียว ไม่เพียงพอ แต่ต้องอาศัยหลากหลายองค์ประกอบ

“การเปลี่ยนบทบาทจาก Regulator มาเป็น Operator ทำให้เข้าใจมุมของภาคเอกชนมากขึ้น การสร้างแบรนด์ใหม่ในไทยนั้นเงินทุนอย่างเดียวไม่เพียงพอ ยังต้องอาศัยองค์ประกอบอีกหลายด้าน ล้วนเป็นความท้าทายของผู้ประกอบการไทยที่ต้องรับมือกับการแข่งขันจากต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น” ดร.กุลยา กล่าว

ดร.กุลยา ชี้ถึงความแตกต่างของการทำงานในภาคราชการและภาคเอกชนว่า งานเอกชนต้องขับเคลื่อนด้วยความรวดเร็วสูงมาก ต่างจากภาครัฐที่มีระเบียบตามโปรโตคอล (Protocol) เคร่งครัดเพราะส่งผลต่อคนวงกว้าง ในฝั่งเอกชนบางครั้งไม่สามารถรอข้อมูลครบ 100% ได้ ผู้นำจึงต้องกล้าตัดสินใจ แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของการคิดวิเคราะห์และคุมความเสี่ยงได้ (Calculated Risk)

“ข้อแตกต่างก็คือว่า อันนี้ต้องทำเร็ว ทำเร็วมาก การทำงานของภาครัฐเนี่ยจะต้องทำอย่างรอบคอบ เพราะว่าออกนโยบายอะไรทีเนี่ย กระทบต่อคนส่วนใหญ่ แต่ในภาคเอกชนเราต้องทำเร็วเพราะว่าทุกอย่างมันเปลี่ยนแปลงไปเร็วมาก เราไม่สามารถที่จะรอข้อมูลได้ครบถ้วนได้” ดร.กุลยา กล่าว

อย่างไรก็ตาม ในความเป็นเอกชน และความเป็นแบรนด์ที่วางไว้ว่า กล้าคิดนอกกรอบ แต่ต้องมีการศึกษาความเสี่ยงว่าอยู่ในระดับที่รับได้

เรากล้าคิดนอกกรอบ แต่ไม่ได้หมายความว่ากล้าคิดนอกกรอบแต่จะรับความเสี่ยงโดยไม่มีเหตุผล เราจะต้องกล้าคิดนอกกรอบ แต่ความเสี่ยงที่เราจะรับได้ เราต้องรู้ว่าถ้าเรามีความเสี่ยงตรงนี้แล้วเรารับได้นะ กับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น การคิดจะต้องเบ็ดเสร็จแต่เบ็ดเสร็จแบบรวดเร็ว

เข้าใจลูกค้า-ตลาด ผ่านทักษะ Data-driven Management

อีกหนึ่งความน่าสนใจ คือ การที่ผู้บริหารทั้ง 2 คน นำทักษะ Data-driven Management และประสบการณ์จากการทำงานภาครัฐ โดยเฉพาะการผลักดันแอป “เป๋าตัง” มาพัฒนากับการทำงานในภาคเอกชน

กาญจนา เล่าว่า ประสบการณ์การทำงานระบบหลังบ้านในภาครัฐ โดยเฉพาะการทำหน้าที่ประสานงานดูแลแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ในโครงการคนละครึ่งร่วมกับธนาคารกรุงไทย ทำให้มีโอกาสศึกษารายละเอียดพฤติกรรมการใช้งาน (Customer Journey) ของผู้บริโภคจำนวนมหาศาลกว่า 10 ล้านคน ซึ่งทักษะเหล่านี้สามารถนำมาปรับใช้ (Adapt) กับธุรกิจขนมขบเคี้ยวได้อย่างน่าทึ่ง

จากข้อมูลภาครัฐ ตอนนั้นเราทำงานจากภาคหลัง ประสบการณ์จากตรงนั้นช่วยเยอะมาก เพราะเราก้าวจากตรงนั้นที่เราเป็นคนประสานเรื่องเป๋าตังทั้งหมดของโครงการคนละครึ่ง เราเข้าไปดูเองกับกรุงไทยว่า Journey ต่าง ๆ ของเป๋าตังเป็นยังไง เรานำมาปรับใช้ตรงนั้นมาถึงโกริโกะ

หัวใจสำคัญคือการคัดกรองข้อมูล (Data Cleaning) และวิเคราะห์ฐานข้อมูลระบบยอดขายที่ได้รับจากพันธมิตรจัดจำหน่ายเพื่อศึกษาข้อมูลผู้บริโภคเชิงลึก (Micro Data) เช่น พฤติกรรมการซื้อ และปฏิกิริยาต่อโปรโมชันผ่านแคมเปญอย่างกิจกรรม Top Spender แทนที่จะปล่อยให้ข้อมูลหลั่งไหลเข้ามาแล้วกลายเป็นข้อมูลที่ไม่มีค่า ซึ่งนี่คือจุดที่แบรนด์ TSS ตั้งใจจะทำให้แตกต่างออกไป

“หลาย ๆ องค์กร ข้อมูลมันมาเรื่อย ๆ มาทุกวัน แต่บางทีมาแล้วมันก็กองเอาไว้ หรือมาแล้วมันก็อยู่ในรูป Excel ก็ค้างไว้อย่างนั้นแหละ มันก็จะไม่เป็นประโยชน์ ข้อมูลมันก็กองกันไปเป็นขยะ ไม่สามารถเอามาต่อยอดอะไรได้” ดร.กุลยา ระบุ

นอกจากข้อมูลระดับจุลภาคแล้ว ดร.กุลยา ยังนำทักษะด้านเศรษฐศาสตร์มหภาคมาใช้วางแผนธุรกิจ โดยประเมินจากตัวเลข GDP ไตรมาส 2/2569 ที่ประกาศเติบโตเพียง 1.9% ซึ่งสะท้อนความเปราะบางของสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน

เมื่อสภาพเศรษฐกิจชะลอตัวและขนมขบเคี้ยวไม่ใช่สิ่งจำเป็นหลักในชีวิตประจำวัน ผู้บริโภคจึงเลือกพิจารณาด้วยเหตุผลและความคุ้มค่ามากขึ้นก่อนตัดสินใจหยิบซื้อ ขณะที่บริษัท ก็ต้องคุมต้นทุนให้ดี และปรับปรุงสินค้าให้ออกมาแตกต่าง คุ้มค่า ปลอดภัย และดีต่อสุขภาพ

3 เสาหลัก ขับเคลื่อนองค์กร

เป้าหมายสำคัญของกลุ่มธุรกิจอาหาร TS Food คือการผลักดันรายได้ให้เติบโตแตะ 1,000 ล้านบาทภายในปี 2571 โดยมีแบรนด์สาหร่ายแซนวิช Koriko เป็นหัวหอกหลักในการขับเคลื่อน ซึ่งตั้งเป้าให้สัดส่วนรายได้ส่วนใหญ่ไม่ต่ำกว่า 80% มาจากพอร์ตผลิตภัณฑ์ของ เนเจอร์เบสถ์ ฟู้ด (NBF)

“ภายใน 2 ปีนี้ พันล้านเราไม่คิดว่าเป็นสิ่งที่ยากหรืออะไร เราก็จะดำเนินของเราไปอย่างนี้ ให้ความสำคัญกับเรื่องคุณภาพ นวัตกรรมเพื่อความแตกต่าง และเน้นความยั่งยืน” ดร.กุลยา กล่าว

ในด้านการแข่งขัน กาญจนา ระบุว่า แบรนด์ไม่ได้ตั้งเป้าหมายที่จะเข้าไปแข่งขันแย่งชิงส่วนแบ่งจากเจ้าตลาดเดิมโดยตรง แต่เลือกวางตำแหน่งแบรนด์ในฐานะทางเลือกใหม่ และมุ่งสร้าง Category ใหม่ให้กับตลาดสแน็ก ผ่านนวัตกรรมสาหร่ายแซนวิชสอดไส้ข้าวพอง และกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ตอบเทรนด์สุขภาพ

นอกจากนี้ ดร.กุลยา ยังได้วางยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนองค์กรผ่าน 3 เสาหลัก ได้แก่

Growth : สร้างกลไกการเติบโตใหม่ ๆ ต่อยอดจาก Snack ไปสู่กลุ่มอาหารพร้อมทาน (Ready-to-Eat) และกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพ

Governance : วางระบบการบริหารและจัดการความเสี่ยงที่ตรวจสอบได้ มีหลักเกณฑ์ชัดเจน เพื่อรักษาความรวดเร็วในการตัดสินใจเมื่อองค์กรขยายตัว

Sustainability : มุ่งสร้างธุรกิจที่เติบโตต่อเนื่อง ทั้งความแข็งแกร่งทางการเงิน ความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทาน และความน่าเชื่อถือของแบรนด์ในระยะยาว

มุมมองเรื่องคน

นอกเหนือจากตัวเลขยุทธศาสตร์และการคุมหลังบ้านแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่สองผู้บริหารหญิงให้ความสำคัญและเห็นพ้องต้องกันอย่างลึกซึ้งคือเรื่องของ “คน” ซึ่งถือเป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนแผนงานให้เกิดผลสัมฤทธิ์ (Outcome)

ดร.กุลยา มองว่า แม้ระบบและเทคโนโลยีจะมีความพร้อมในการช่วยให้ธุรกิจดำเนินต่อได้แบบไร้รอยต่อ แต่หัวใจหลักที่จะทำให้ระบบเหล่านั้นทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพก็คือคน และด้วยฐานลูกค้าที่เป็น Young Gen จึงให้ความสำคัญกับการเปิดกว้างรับฟังไอเดียใหม่ ๆ ของทีมงานคนรุ่นใหม่ในองค์กรเสมอ เพื่อให้เท่าทันตลาดที่หมุนเร็ว

ขณะที่ กาญจนา เล่าเสริมถึงแนวทางการสร้างทีมงานว่า ทีมต้องเกื้อหนุนและพร้อมทดแทนกันได้ (Cross-Functional Team) ต้องรู้ทุกอย่างใกล้เคียงกัน และหากเกิดเหตุสุดวิสัย อีกคนหนึ่งสามารถทำหน้าที่แทนได้

“ทีมงานต้องรู้ทุกอย่างใกล้เคียงกัน มีคนไหนที่ไม่อยู่หรือลาหรืออะไร อีกคนหนึ่งต้อง in charge ได้ ถึงแม้น้องไม่อยู่ หมุยเองก็ต้อง in charge ได้ เราสร้างขึ้นมาด้วยทีมงานที่ทำงานด้วยความมุ่งมั่นและเป้าหมายเดียวกัน” กาญจนา กล่าว

ดร.กุลยา ยังไม่คิดเรื่องกลับไปทำงานภาครัฐ

อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจ นอกจากการตัดสินใจเข้ามาบริหารบริษัทเอกชนของ ดร.กุลยา แล้ว หลาย ๆ คนอาจติดตามและอยากฟังอนาคตถึงการหวนคืนเข้ามาทำงานราชการอีก

ดร.กุลยา เปิดเผยสั้น ๆ ต่อประเด็นนี้ว่า ด้วยความที่ตนเองเพิ่งยื่นใบลาออกจากราชการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ณ เวลานี้จึงเป็นช่วงเวลาของการศึกษา เรียนรู้ และสนุกไปกับความท้าทายใหม่ ๆ บนโลกธุรกิจเอกชนที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว

เพิ่งออกมาเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคมนะคะ ตอนนี้ก็คงจะยังไม่ได้กลับไปนะคะ ตอนนี้ขออยู่ในฝั่งภาคเอกชนก่อนค่ะ

ดร.กุลยา ระบุเพิ่มเติมว่า นอกจากการทำงานกับ TS Food แล้ว ยังได้รับการทาบทามจากบริษัทเอกชนชั้นนำแห่งอื่น ซึ่งปัจจุบันอยู่ในกระบวนการเสนอชื่อเพื่อดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท ควบคู่ไปกับการนำองค์ความรู้ไปช่วยงานด้านการศึกษาในสภามหาวิทยาลัยอีกด้วย