‘TSFood’ ดึง 2 ขุนพลคลัง ปั้น ‘โกริโกะ’ โกยพันล้าน
สมรภูมิสแน็ก 5 หมื่นล้านเดือด “TS Food” ดึง 2 อดีตผู้บริหารกระทรวงการคลังนั่งบริหาร ปั้น “โกริโกะ” เจาะตลาดคนรุ่นใหม่สู้กำลังซื้อฝืด กางโรดแมปเร่งส่งออกปรับพอร์ตโกยยอดขายแตะ 1,000 ล้าน ก่อนสปินออฟเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ
นายชนะชัย ชุติมาวรพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ทีเอสทีอี (TSTE) เปิดเผยว่า ตลาดขนมขบเคี้ยว มูลค่ากว่า 50,000 ล้านบาท กำลังเผชิญแรงเสียดทานครั้งสำคัญจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว แม้ในกลุ่มย่อยอย่าง “สแน็กทางเลือก” อาทิ สาหร่าย-ธัญพืช-สแน็กโปรตีนจะมีมูลค่าราว 6,400 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนราว 13% ของตลาดรวม แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าการเติบโตหลังจากนี้ต้องฝ่าด่านหินรอบด้าน
ปัจจัยกดดันหลักมาจากตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ไตรมาส 2/2569 ที่ขยายตัวเพียง 1.9% ชะลอตัวลงจากระดับ 2.8% ในไตรมาสแรก ขณะที่ดัชนีการบริโภคภาคเอกชนหดตัวลง 0.5% (QoQ) ส่งผลให้พฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคเปลี่ยนผ่านสู่ภาวะระมัดระวังขั้นสูงสุด ขนมขบเคี้ยวซึ่งจัดเป็นสินค้าไม่จำเป็นจึงถูกคัดกรองอย่างเข้มงวด
“สแน็กไม่ใช่สินค้าจำเป็นเหมือนข้าว เมื่อเศรษฐกิจชะลอตัวผู้บริโภคไม่ได้หยุดซื้อ แต่เขาจะพิจารณาความคุ้มค่าและคุณภาพมากขึ้น แบรนด์ใหม่ที่จะเข้าไปชิง Share of Pocket จึงต้องสร้าง Value ให้ผู้บริโภครู้สึกว่าซื้อแล้วตอบโจทย์ชีวิตจริง ไม่ใช่แค่ขายความชอบเพียงชั่วคราว”

สลับบทบาทคลังสู่ค้าปลีก
นายชนะชัยกล่าวต่อว่า แรงขับเคลื่อนสำคัญของ TS Food มาจากการปรับโครงสร้างเชิงยุทธศาสตร์ของ บมจ.ทีเอสทีอี ที่บริหารสินทรัพย์ท่าเรือ คลังสินค้าริมแม่น้ำเจ้าพระยา โรงกลั่นน้ำมันพืช และโรงโม่แป้งสาลี (TMILL) ซึ่งตัดสินใจตั้ง TS Food Holding ด้วยทุนจดทะเบียน 500 ล้านบาท เพื่อรุกคืบเข้าสู่ธุรกิจอาหารปลายน้ำอย่างเต็มตัว
ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การดึงตัว “ดร.กุลยา ตันติเตมิท” อดีตอธิบดี 5 กรมหลักของกระทรวงการคลัง (สศค., บัญชีกลาง, สรรพากร, สรรพสามิต และศุลกากร) ร่วมด้วย “นางสาวกาญจนา ตั้งปกรณ์” อดีตผู้อำนวยการกองนโยบายภาษี สศค. ผู้คุมระบบข้อมูลโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและคนละครึ่ง เข้ามากุมบังเหียนบริษัท ทีเอส เซลล์ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง เพื่อแปลงวิสัยทัศน์นโยบายรัฐมาสู่เกมธุรกิจเอกชน
ดร.กุลยา ตันติเตมิท ประธานกรรมการ บริษัท ทีเอส เซลล์ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (TSS) ในกลุ่ม TS Food เปิดเผยถึงกลยุทธ์การขับเคลื่อนองค์กรผ่าน 3 แกนหลัก ได้แก่ 1.Growth ปั้น New Growth Engine นอกเหนือจากสินค้าดั้งเดิม โดยขยายไลน์สู่ Ready-to-Eat และกลุ่มสุขภาพ 2.Governance วางระบบ Data-driven Management ที่ตัดสินใจรวดเร็วตามแบบฉบับเอกชน แต่คงความโปร่งใสและตรวจสอบได้ทุกกระบวนการ และ 3.Sustainability เสริมความแข็งแกร่งของ Supply Chain และฐานะการเงิน เพื่อสร้างแบรนด์ที่ยืนระยะได้ในระยะยาว

หนีสงครามราคา
ขณะที่นางสาวกาญจนา ตั้งปกรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีเอส เซลล์ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด กล่าวว่า ในสมรภูมิสแน็กสาหร่ายที่มีบิ๊กเพลเยอร์ยึดครองมาร์เก็ตแชร์เหนียวแน่น TSS เลือกที่จะไม่ลงไปเปิดศึกสงครามราคากับเจ้าตลาดเดิม แต่ส่งแบรนด์เรือธง “โกริโกะ” (Koriko) สวมบท “Category Creator” บุกเบิกตลาด “สาหร่ายแซนด์วิชสอดไส้ข้าวพอง”
ทั้งนี้โกริโกะใช้จุดแข็งเรื่อง Guilt-Free Snacking สแน็กทางเลือกพลังงานต่ำเพียง 130 กิโลแคลอรีต่อซอง แก้ปัญหาความเหนียวด้วยนวัตกรรมซองกันชื้นขนาดใหญ่เพื่อล็อกความกรอบ พร้อมใช้กลยุทธ์ Celebrity Marketing ดึงคู่พรีเซ็นเตอร์ “เก่ง-หฤษฎ์” และ “น้ำปิง-นภัสกร” ปูพรมเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ Gen Z
“เราไม่ได้เข้ามาเพื่อประกาศตัวเป็นเจ้าตลาดสาหร่ายแข่งกับใคร แต่เราต้องการเป็นทางเลือกใหม่ที่นำความเชี่ยวชาญของ NBF ซึ่งนำเข้าและผลิตสาหร่ายมากว่า 30 ปี มาผสานนวัตกรรมเพื่อยกระดับให้สาหร่ายเข้าไปอยู่ในไลฟ์สไตล์ประจำวันของผู้บริโภค”
พร้อมกันนี้ ได้เร่งกระจายสินค้าผ่าน Omnichannel ทั้งโมเดิร์นเทรด (7-Eleven, Gourmet Market, Lawson 108, MaxValu, Jiffy, SF Cinema, ร้านกาแฟพันธุ์ไทย) ควบคู่ TikTok Shop และอีคอมเมิร์ซ โดยเตรียม
ส่งผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมทานบรรจุถุง Retort ไม่ใส่วัตถุกันเสีย เก็บได้นาน 1 ปี เข้ามาเสริมทัพอย่างต่อเนื่อง


กางโรดแมป 1,000 ล้านปี’71
นายชนะชัยกล่าวทิ้งท้ายว่า หลัง TS Food เข้าซื้อกิจการบริษัท เนเจอร์เบสท์ ฟู้ด จำกัด (NBF) สามารถผลักดันยอดขายของ NBF พุ่งขึ้นกว่า 150% จาก 200 ล้านบาท สู่ระดับ 500 ล้านบาท
ก้าวต่อไป บริษัทได้วางโรดแมปรายได้รวมของกลุ่ม TS Food แตะระดับ 1,000 ล้านบาท ภายในปี 2571 โดยระยะ 3 ปีแรกรายได้ราว 80% ยังคงมาจากกลุ่มสแน็กของ NBF ควบคู่ไปกับการเร่งขยายตลาดส่งออกเพื่อปรับโครงสร้างรายได้สู่สัดส่วนในประเทศ 50% ต่างประเทศ 50%
ปัจจุบันอยู่ระหว่างเร่งขอใบอนุญาตจากกรมปศุสัตว์ เพื่อเปิดทางส่งออกผลิตภัณฑ์กลุ่ม Ready-to-Eat ที่มีส่วนผสมของเนื้อสัตว์ไปยังตลาดยุโรปและสหรัฐ ควบคู่กับการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าแบรนด์โกริโกะในจีน อินโดนีเซีย เวียดนาม และออสเตรเลีย
ทั้งนี้หากผลประกอบการและขนาดธุรกิจเติบโตตามเป้าหมาย TSTE มีแผนชัดเจนที่จะนำ TS Food Holding ทำการ Spin-off เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายในช่วง 3-4 ปีข้างหน้า เพื่อปลดล็อกมูลค่าทางธุรกิจและรองรับการขยายตัวในระดับสากลอย่างยั่งยืน