เปิดประวัติ ‘โรบินสัน’ 47 ปี จากห้างในเมือง พลิกสู่โมเดลไลฟ์สไตล์ต่างจังหวัด
47 ปีในสนามค้าปลีก “โรบินสัน” ผ่านมาแล้วทั้งวันที่ธุรกิจห้างสรรพสินค้ากำลังเฟื่องฟู วันที่ต้องเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ไปจนถึงวันที่ต้องปรับตัวเข้ากับโลกค้าปลีกยุคใหม่
จากห้างสรรพสินค้าแห่งแรกที่เข้าตลาดหุ้นไทย สู่การเป็นหนึ่งในแบรนด์ค้าปลีกที่มีเครือข่ายอยู่ทั่วประเทศ “โรบินสัน” ผ่านการเปลี่ยนแปลงมาแล้วหลายครั้ง ทั้งการแข่งขันในธุรกิจค้าปลีก การเผชิญความท้าทายด้านการเงิน ก่อนปักหมุดการเติบโตด้วยการเจาะตลาดต่างจังหวัดและเมืองรอง
“ประชาชาติธุรกิจ” ชวนย้อนวันเวลากลับไปดูเส้นทางการเติบโตตลอด 47 ปี ของแบรนด์ห้างสรรพสินค้านี้
นับ 1 ‘โรบินสัน’
จุดกำเนิดของ ‘โรบินสัน’ เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี 2522 โดย ‘มานิต อุดมคุณธรรม’ นักธุรกิจชาวไทย ผู้ปลุกปั้นกางเกงยีนส์แบรนด์ไทย ‘พีเจยีนส์’ ผู้บริหารร้านสินค้ากีฬา สปอร์ตเวิลด์ (Sports World) และผู้ปั้นแบรนด์น้ำแร่พรีเมี่ยม ‘ซิกตี้ดีกรี (6ty Degrees)’
สาขาแรกของโรบินสัน เริ่มต้นที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ก่อนขยายสาขาในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลอย่างต่อเนื่อง เช่น สาขาสุขุมวิท (ปี 2533), สาขาบางรัก (ปี 2535) และ สาขาซีคอนสแควร์ (ปี 2537)
กระทั่งเมื่อวันที่ 3 มกราคม 2535 โรบินสัน สร้างประวัติศาสตร์เป็นธุรกิจห้างสรรพสินค้าแห่งแรกที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยใช้สัญลักษณ์ซื้อขายหลักทรัพย์ว่า “ROBINS”
ติดสปีด บุกต่างจังหวัด
16 ปีผ่านไป หลังการเริ่มต้นของ ‘โรบินสัน’ เกิดจุดเปลี่ยนใหญ่ขึ้น เมื่อเซ็นทรัลรีเทล (CRC) เข้าร่วมธุรกิจในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่ พร้อมจัดตั้ง บริษัท ซีอาร์ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อร่วมทุนขยายสาขาห้างสรรพสินค้าโรบินสันสู่ต่างจังหวัด ส่งผลให้มีสาขาเพิ่มขึ้นในขณะนั้นเป็น 20 สาขา
ต่อมาในปี 2539-2541 ธุรกิจห้างสรรพสินค้าในเครือเซ็นทรัล ทั้งเซ็นทรัลและโรบินสัน เริ่มมีการรวมแผนกที่คล้ายกัน เข้าเป็นบริษัทใหม่แยกออกมา
โดยปี 2539 โรบินสันได้รวมกิจการในธุรกิจซูเปอร์มาร์เก็ตของตนเองเข้ากับกลุ่มบริษัทเซ็นทรัล พร้อมทั้งเข้าร่วมลงทุนกับ บริษัท รอยัล เอโฮลด์ จำกัด (Royal Ahold) ซึ่งเป็นผู้ดำเนินธุรกิจซูเปอร์มาร์เก็ตจากประเทศเนเธอร์แลนด์ จัดตั้ง บริษัท ซีอาร์ซี เอโฮลด์ จำกัด เพื่อบริหารงานซูเปอร์มาร์เก็ตภายใต้ชื่อ “Tops Supermarket”
ก่อนที่ในเดือนธันวาคม 2539 และพฤษภาคม 2541 โรบินสันได้ขายหุ้นที่ถืออยู่ใน บริษัท ซีอาร์ซี เอโฮลด์ จำกัด ทั้งหมดให้แก่ บริษัท รอยัล เอโฮลด์ จำกัด
จากนั้น ปี 2540 โรบินสันได้รับการอนุมัติให้โอนขายสินค้าคงเหลือ สิ่งตกแต่ง และเครื่องใช้สำนักงานของแผนกเครื่องใช้ไฟฟ้าและแผนกเครื่องกีฬา ให้แก่ บริษัท เพาเวอร์บาย จำกัด (Power Buy) และ บริษัท ซีอาร์ซี สปอร์ต จำกัด (CRC Sports หรือ Supersports) ตามลำดับ
ก่อนที่เดือนเมษายน 2541 โรบินสันได้เข้าซื้อหุ้นของทั้ง บริษัท เพาเวอร์บาย จำกัด และ บริษัท ซีอาร์ซี สปอร์ต จำกัด ในสัดส่วนร้อยละ 40 (ขณะที่กลุ่มเซ็นทรัลถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 60)
ขณะที่รูปแบบการสร้างรายได้ของแผนกกีฬาและเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งโอนไปยัง เพาเวอร์บาย และซูเปอร์สปอร์ต นั้น โรบินสันได้อนุมัติให้ใช้พื้นที่ภายในสาขาต่างๆ เพื่อเปิดเป็นศูนย์จำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องกีฬา โดยโรบินสันได้รับผลตอบแทนในรูปแบบของส่วนแบ่งรายได้หรือค่าเช่าพื้นที่
ฝ่าวิกฤต ‘ต้มยำกุ้ง’
วิกฤตต้มยำกุ้ง เมื่อปี 2540 เป็นเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจที่สร้างผลกระทบต่อหลายธุรกิจในไทย รวมถึงโรบินสัน ที่ได้รับผลกระทบจากการประกาศเปลี่ยนแปลงค่าเงินบาท จนทำให้บริษัทฯ ต้องประกาศหยุดพักชำระหนี้สินทางการเงิน ในช่วงปี 2541
ก่อนที่ปี 2543 ศาลล้มละลายกลางได้มีคำสั่งให้ดำเนินการฟื้นฟูกิจการของบริษัทฯ และแต่งตั้ง บริษัท โรบินสัน แพลนเนอร์ จำกัด เป็นผู้ทำแผนฟื้นฟูกิจการ พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนองค์กร เพื่อให้สภาวะการเงินกลับเข้าสู่ปกติโดยเร็วที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการปิดสาขาที่ไม่คุ้มทุน การออกหุ้นกู้ ปรับโครงสร้างหนี้
เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2545 หุ้นสามัญของบริษัทฯ ได้รับอนุญาตจากตลาดหลักทรัพย์ฯ ให้กลับเข้าทำการซื้อขายในหมวดพาณิชย์ตามปกติ
แม้จะได้กลับเข้าซื้อขายในตลาดหุ้นแล้ว แต่แผนฟื้นฟูกิจการ ยังคงดำเนินต่อไป โดยโรบินสัน เดินหน้าโครงการรับซื้อคืนหุ้นกู้ก่อนครบกำหนดโดยสมัครใจ (Voluntary Debt Refinance Program) ช่วงปี 2546-2547
และบริษัทฯ สามารถจ่ายชำระหนี้หุ้นกู้คงค้างตามแผนฯ ได้ก่อนกำหนดทั้งหมดในวันที่ 19 ธันวาคม 2548 โดยใช้เงินสดจากการดำเนินงานและการกู้ยืมสถาบันการเงินภายในประเทศ และศาลล้มละลายกลางได้มีคำสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2549 บริษัทฯ จึงกลับเข้าสู่สถานะปกติ และแต่งตั้งคณะกรรมการบริษัทชุดใหม่
และในปี 2550 บริษัทฯ ประกาศจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นเป็นครั้งแรกหลังออกจากแผนฟื้นฟูกิจการ
ขณะที่ในมุมธุรกิจ ปี 2546 โรบินสัน เปิดตัวภาพลักษณ์ใหม่ภายใต้แนวคิด “โรบินสัน…ใส่สีสันใหม่ ให้ชีวิต” เพื่อต้อนรับการกลับมาดำเนินธุรกิจ และในเดือนกันยายน 2550 โรบินสัน เปิดสาขาใหม่ โรบินสันจังซีลอน เป็นสาขาที่ 21
ปั้นโมเดล “ศูนย์การค้าไลฟ์สไตล์” รุกต่างจังหวัด-เมืองรอง
อย่างที่ทราบกันว่า โรบินสัน ถูกวางตำแหน่งเป็นห้างสรรพสินค้าสำหรับกลุ่มลูกค้าทั่วไป (Mass Market) ที่เน้นความคุ้มค่า คุ้มราคา และความหลากหลายของสินค้า และมีพื้นที่สาขาส่วนใหญ่ตั้งอยู่ใน จังหวัดที่เป็นเมืองรอง และเขตชานเมือง
ปี 2553 นับเป็นจุดเปลี่ยนใหญ่อีกครั้งของโรบินสัน ในการขยายตลาดสู่ต่างจังหวัด โดยในปีนั้นได้เปิด สาขาตรัง (สาขาที่ 24) ซึ่งเป็นการพัฒนารูปแบบห้างสรรพสินค้าใหม่ในลักษณะ “ศูนย์การค้าไลฟ์สไตล์” เป็นสาขาแรก
โดย “ศูนย์การค้าไลฟ์สไตล์” เป็นรูปแบบธุรกิจที่มุ่งเน้นการขยายและเจาะตลาดต่างจังหวัดโดยเฉพาะ ผ่านแนวคิด “Eat Shop Play” พัฒนาในรูปแบบศูนย์การค้า/พลาซ่าที่เป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิตของชุมชนในแต่ละจังหวัด โดยมีห้างสรรพสินค้าโรบินสันเป็นร้านค้าหลัก (Anchor Tenant) ร่วมกับซูเปอร์มาร์เก็ต (Tops) ร้านค้าในเครือ และพื้นที่เช่าสำหรับร้านค้าภายนอก
ปรับโครงสร้างธุรกิจ
ช่วงปี 2562–2563 บมจ.เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น ดำเนินการปรับโครงสร้างธุรกิจโดยการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของ บมจ.โรบินสัน (ROBINS) เพื่อแลกกับการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุน IPO ของ CRC
และในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563 หุ้น ROBINS ได้ถูกขอเพิกถอนจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และนำหุ้น CRC เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ แทนในวันเดียวกัน
ในแง่ธุรกิจ นับตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมา ได้มีการปรับโครงสร้างการดำเนินงานของธุรกิจห้างสรรพสินค้าในประเทศไทย โดยรวมหน่วยงานบริหารของห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลและห้างสรรพสินค้าโรบินสันเข้าด้วยกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ยกระดับสู่แพลตฟอร์ม Omnichannel และลดต้นทุนการดำเนินงาน
ขณะเดียวกัน มีการปรับเปลี่ยนห้างสรรพสินค้าโรบินสันบางสาขาที่มีศักยภาพสูงให้เป็น “ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล” เพื่อตอบสนองกลุ่มลูกค้าเป้าหมายในพื้นที่
และเมื่อปี 2568 ที่ผ่านมา โรบินสันไลฟ์สไตล์ ประกาศความร่วมมือกับ “เซฟวัน” ตลาดนัดกลางคืนที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดตัว “เซฟวัน โก ศรีสมาน” ที่โรบินสันไลฟ์สไตล์ ศรีสมาน บนพื้นที่กว่า 10 ไร่ หรือราว 16,000 ตร.ม. ถือเป็นต้นแบบโมเดลใหม่ ของการผสาน “ไลฟ์สไตล์มอลล์” และ “ตลาด” เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ของการช้อป ชิม ชิลล์ ให้กับลูกค้าคนเมือง
ขุมกำลังปัจจุบัน ‘โรบินสัน’
สำหรับจำนวนห้างสรรพสินค้าโรบินสันในปัจจุบัน มีจำนวน 45 สาขา ขณะที่ศูนย์การค้าโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ ปัจจุบัน มีอยู่ 27 สาขา (ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569)
ทั้งนี้ เซ็นทรัลรีเทล มีจำนวนกลุ่มห้างสรรพสินค้าแฟชั่นในประเทศไทย รวมกัน 75 สาขา แบ่งเป็น ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล 30 สาขา และห้างสรรพสินค้าโรบินสัน 45 สาขา
ในแง่ผลประกอบการ โรบินสันในปัจจุบัน ถูกบันทึกผลประกอบการ แยกเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มแฟชั่น (Fashion Segment) รวมยอดขายของห้างสรรพสินค้าโรบินสัน และห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล และกลุ่มให้เช่าและบริการ (Rental & Services Segment) รวมรายได้ค่าเช่าพลาซ่าศูนย์การค้าโรบินสัน ไลฟ์สไตล์
โดยผลประกอบการของทั้ง 2 กลุ่มธุรกิจ เป็นดังนี้
1. กลุ่มธุรกิจแฟชั่น (Fashion Segment : ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน และเซ็นทรัล)
| รายการทางการเงิน | ไตรมาสที่ 2/2569 (2Q26) | ครึ่งปีแรก 2569 (1H26) |
|---|---|---|
| ยอดขายรวมกลุ่มแฟชั่น | 13,227 ล้านบาท | 25,856 ล้านบาท (รายได้รวมจากลูกค้าภายนอก 29,208 ล้านบาท) |
| กำไร Core EBITDA | 3,328 ล้านบาท (Margin 21.4%) | 6,800 ล้านบาท (Margin 22.0%) |
| การเติบโตยอดขายสาขาเดิม (SSSG – ไทย) | +1% YoY | -1% YoY |
ทั้งนี้ ยอดขายกลุ่มแฟชั่นในไตรมาส 2/2569 คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 24 ของยอดขายรวมทั้งกลุ่ม CRC ขณะที่ภาพรวมครึ่งปีแรกคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 23 ของยอดขายรวม
2. กลุ่มศูนย์การค้า/พื้นที่เช่าและบริการ (Rental & Services : โรบินสัน ไลฟ์สไตล์)
| รายการทางการเงิน | ไตรมาสที่ 2/2569 (2Q26) | ครึ่งปีแรก 2569 (1H26) |
|---|---|---|
| รายได้ค่าเช่าและบริการ (ประเทศไทย) | 2,324 ล้านบาท (+1% YoY) | 3,729 ล้านบาท |
| อัตราการเช่าพื้นที่เฉลี่ย (Occupancy Rate) | ร้อยละ 90 | ร้อยละ 90 |
| จำนวนผู้เข้าใช้บริการ (Traffic Visits) | 33.2 ล้านครั้ง (+7.0% YoY) | 66.6 ล้านครั้ง (+7.5% YoY) |
รายได้การให้เช่าพื้นที่ศูนย์การค้าโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ และท็อปส์ พลาซ่า ในประเทศไทยได้รับปัจจัยบวกจากอัตราการเช่าพื้นที่ (Occupancy Rate) ที่เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 87 ในปีก่อน มาอยู่ที่ร้อยละ 90
รีเฟรชแบรนด์ ใกล้ชิดลูกค้า
การเดินทางตลอด 47 ปีในสนามค้าปลีก โรบินสัน ประกาศทิศทางการเติบโตด้วยการรีเฟรชแบรนด์ให้สดใสขึ้น ใกล้ชิดกับลูกค้าทุกเจเนอเรชั่น
อนันต์ ตันติปัญญาคุณ กรรมการผู้จัดการ ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า โรบินสัน กำลังก้าวสู่บทใหม่ด้วยการรีเฟรชแบรนด์ให้สดใส ทันสมัย และใกล้ชิดกับลูกค้าทุกเจเนอเรชันยิ่งขึ้น ภายใต้แนวคิด ‘ทุกวันคือวันสุข ที่ห้างโรบินสัน’ ที่ต้องการให้ห้างโรบินสันเป็นมากกว่าจุดหมายของการช้อป แต่เป็นพื้นที่แห่งความสุขที่เป็นมิตรและเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของผู้คนในแต่ละชุมชน พร้อมเสริมความแข็งแกร่งของจุดยืน Value for Money หรือ ‘ช้อปคุ้ม’ ผ่านการคัดสรรสินค้าและแบรนด์ในราคาที่เข้าถึงได้ ควบคู่กับโปรโมชัน บริการ และประสบการณ์ที่สอดรับกับความต้องการของลูกค้าในแต่ละพื้นที่
หนึ่งในความน่าสนใจ คือ การพัฒนา ‘R STREET’ โซนแฟชั่นเทรนดี้ที่รวบรวมหลากหลายแบรนด์ไว้ในที่เดียว ครอบคลุมแฟชั่นผู้หญิง ผู้ชาย และยูนิเซ็กซ์ จับกลุ่มช่วงราคา 199–2,290 บาท พร้อมแบรนด์แฟชั่นที่ได้รับความนิยม รวมถึงแบรนด์ของห้าง เพื่อขยายฐานสู่กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบแฟชั่นและมองหาสไตล์ที่สะท้อนตัวตน และเติมเต็มทางเลือกด้านแฟชั่น รองรับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าได้กว้างยิ่งขึ้น
“ในอนาคตเรามุ่งให้ห้างโรบินสันเป็นห้างที่ตอบโจทย์ลูกค้าทุกเจเนอเรชัน ทั้งด้านสินค้า ความคุ้มค่า และประสบการณ์ พร้อมใช้ความแข็งแกร่งของเครือข่ายสาขาทั่วประเทศ สร้างการเติบโตควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้างคุณค่าให้กับชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป” อนันต์ กล่าว
