เปิดโปรไฟล์ว่าที่ซีอีโอบินไทย มือประสาน-บริหารทุกวิกฤต
สรรหาซีอีโอ “การบินไทย” คนใหม่ไม่คืบ ผู้สมัครเผยแค่ได้รับอีเมล์ยืนยันผ่านคุณสมบัติ ยังไม่ได้รับแจ้งกำหนดวันแสดงวิสัยทัศน์ คาดเคลียร์วิกฤตสุวรรณภูมิยังไม่จบ วงในเชื่อมีกระบวนการชัดเจนอยู่แล้วไม่มีทาบทามคนนอกบัญชีผู้สมัครเสียบ ชี้ซีอีโอต้องพร้อมบริหารทุกวิกฤต ทำงานกับผู้ถือหุ้น บอร์ดบริหาร พนักงาน รวมถึงแวลูเชนที่เกี่ยวข้องทั้งลูกเรือ นักบิน สนามบินทั้งใน-ต่างประเทศได้ดี ด้าน 7 ผู้สมัครโปรไฟล์ไม่ธรรมดา ทุกคนล้วนเป็นผู้บริหารลูกหม้อทั้งอดีต-ปัจจุบัน
แหล่งข่าวจาก 1 ใน 7 ผู้สมัครคัดเลือกเข้ารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า หลังจากได้ยื่นสมัครเข้ารับการคัดเลือกในตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทการบินไทยไป ล่าสุดได้รับอีเมลแจ้งผลการพิจารณาคุณสมบัติแล้ว แต่คณะกรรมการสรรหายังไม่ได้แจ้งกำหนดวันแสดงวิสัยทัศน์ตามกระบวนการสรรหาแต่อย่างใด
คาดเปิดแสดงวิสัยทัศน์เดือนนี้
ทั้งนี้ มองว่าบอร์ดบริหารและทีมบริหารของการบินไทยยังโฟกัสงานด้านการแก้ปัญหาวิกฤตที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเป็นหลักก่อน เนื่องจากเป็นประเด็นที่ส่งผลกระทบรุนแรง และต้องตั้งรับเพื่อไม่ให้ปัญหาเดิมเกิดซ้ำอีกในช่วงที่มีการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก หรือ IMF-World Bank 2026 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ในช่วงระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม 2569
อย่างไรก็ตาม หากประเมินตามกระบวนการคาดว่าคณะกรรมการสรรหาจะกำหนดวันแสดงวิสัยทัศน์ภายในเดือนตุลาคมนี้ เพื่อให้กระบวนการพิจารณาคัดเลือกแล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2569 นี้ เพื่อเตรียมพร้อมเริ่มงานในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2570
เชื่อทำตามขั้นตอน-โปร่งใส
แหล่งข่าวจากอดีตผู้บริหารการบินไทย 2 รายกล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ในทิศทางเดียวกันว่า กระบวนการสรรหามีข้อกำหนดที่ชัดเจนอยู่แล้ว จึงเชื่อว่าคณะกรรมการสรรหาจะดำเนินตามขั้นตอนตามหลักธรรมาภิบาลของบริษัทมหาชนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่ต้องโปร่งใส อีกทั้งยังเชื่อว่าคณะกรรมการบริหาร (บอร์ด) จะไม่ทาบทามคนนอกที่ไม่ได้ยื่นสมัครเข้ามาพิจารณาตามที่เป็นข่าว
“ตามหลักการสรรหานั้นเมื่อซีอีโอคนเดิมใกล้หมดวาระ บอร์ดจะดำเนินการสรรหาผู้มีความรู้ความสามารถเข้ามาบริหาร ผู้ถือหุ้นก็จะนำเสนอบุคคลที่เหมาะสมเข้ามา ซึ่งถ้าเลือกแนวทางนี้ต้องยังไม่เปิดสรรหา แต่เมื่อประกาศเปิดสรรหาออกสู่สาธารณะและปิดรับสมัครแล้ว บอร์ดจะไม่สามารถทาบทามคนนอกเข้ามาอีก ซึ่งหากมีชื่อคนนอกโผล่มาจะสะท้อนทันทีว่ากระบวนการสรรหามีปัญหาและมีการแทรกแซงแน่นอน” แหล่งข่าวกล่าว
ซีอีโอต้องพร้อมบริหารวิกฤต
แหล่งข่าวกล่าวด้วยว่า จากประสบการณ์บริหารสายการบินมาพบว่า นอกจากความรู้ความสามารถซึ่งเป็นพื้นฐานที่ผู้สมัครต้องมีตามเกณฑ์คุณสมบัติแล้ว หัวใจสำคัญของซีอีโอที่ต้องมีคือ ความพร้อมและสามารถบริหารในเวลาที่องค์กรเกิดวิกฤตได้ดี เนื่องจากธุรกิจการบินมีปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ หรือ Uncontrollable Factors มากมาย
ดังนั้นผู้บริหารที่เป็นเบอร์ 1 ขององค์กรต้องทำงานร่วมกับผู้ถือหุ้น บอร์ดบริหาร พนักงาน รวมถึงแวลูเชนที่เกี่ยวข้อง ทั้งลูกเรือ นักบิน วิทยุการบิน สนามบิน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศได้ดี
“ส่วนตัวมองว่าคณะกรรมการสรรหาจะต้องเอาประวัติการทำงานของแต่ละคนมาวิเคราะห์อย่างละเอียด แต่ละคนมีความรู้ความสามารถในด้านไหนบ้าง และองค์กรต้องการคนที่มีสกิลแบบไหนในการนำพาองค์กรให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนต่อไปได้” แหล่งข่าวกล่าว
7 ผู้สมัครเป็นลูกหม้อทั้งหมด
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับผู้สมัครเป็นซีอีโอคนใหม่แทนนายชาย เอี่ยมศิริ ซึ่งปิดรับสมัครไปเมื่อ 27 กันยายนที่ผ่านมา ถูกเปิดเผยรายชื่อออกมาจำนวน 7 คน มีทั้งผู้บริหารในปัจจุบัน อดีตผู้บริหาร โดยทั้งหมดเป็นลูกหม้อ โดยผู้บริหารปัจจุบันประกอบด้วย นางวรางคณา ลือโรจน์วงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่หน่วยธุรกิจการบิน, นายชวาล รัตนวราหะ ประธานเจ้าหน้าที่สายปฏิบัติกา, นายเชิดพันธ์ โชติคุณ ประธานเจ้าหน้าที่สายช่าง, นายชาย เอี่ยมศิริ ซีอีโอที่บอร์ดให้หยุดปฏิบัติหน้าที่
ส่วนคนที่เป็นอดีตผู้บริหาร ได้แก่ นายกรกช ชาตะสิงห์ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการพาณิชย์, นายนนท์ กลินทะ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการพาณิชย์, นายวิวัฒน์ ปิยะวิโรจน์ อดีตผู้บริหารสายการพาณิชย์
“กรกฎ” บุกกลยุทธ์ Network
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายกรกฎ ชาตะสิงห์ (อดีตประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์) เกษียณอายุเมื่อปี 2568 มีเส้นทางการทำงานจากหลากหลายสายงาน ทั้งต่างประเทศและในประเทศ เคยทำงานด้านบริการภาคพื้นดิน (Ground Handling) และมาเติบโตในสายงานขายและการพาณิชย์ และเป็นหนึ่งผู้ขับเคลื่อนกลยุทธ์การขายแบบเครือข่ายเชื่อมต่อ (Network Strategy / Connecting Passenger) ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้รายได้ผู้โดยสารเติบโตก้าวกระโดดช่วงหลังโควิด
นอกจากนี้ยังได้รับการแต่งตั้งจากคณะผู้บริหารแผนฟื้นฟูฯ ให้เป็นประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ เมื่อพฤศจิกายน 2565
“วรางคณา” ดูแลธุรกิจสนับสนุน
ส่วนนางวรางคณา ลือโรจน์วงศ์ (ประธานเจ้าหน้าที่หน่วยธุรกิจการบิน) จบการศึกษาปริญญาตรีอักษรศาสตรบัณฑิต (วิชาเอกภาษาอังกฤษ / วิชาโทภาษาฝรั่งเศส) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ปริญญาโทบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (MBA), Canterbury Business School, University of Kent ประเทศสหราชอาณาจักร (UK) เริ่มงานปี 2540 จากพนักงานต้อนรับภาคพื้นดิน เติบโตผ่านงานบริการภาคพื้น, ความปลอดภัยด้านภาคพื้น และกรรมการผู้จัดการฝ่ายครัวการบิน
ปัจจุบันดูแลกลุ่มธุรกิจสนับสนุนการบิน (Non-aviation) ทั้งระบบ ได้แก่ ครัวการบิน (THAI Catering), คลังสินค้า (Cargo) และบริการอุปกรณ์ภาคพื้น (Ground Equipment) นอกจากนี้ยังเป็นหญิงไทยคนแรกและกรรมการคนเอเชียเพียงคนเดียว ที่ได้รับเลือกเป็น Board of Director ของ IFSA (สหรัฐอเมริกา) ดูแลมาตรฐานความปลอดภัยด้านอาหารบนเครื่องบิน
“เชิดพันธ์” คุมคนฝ่ายช่าง
ส่วนนายเชิดพันธ์ โชติคุณ (ประธานเจ้าหน้าที่สายช่าง) เติบโตในสายวิศวกรรมและเทคนิคของการบินไทย เคยเป็นกรรมการ BAFS และเป็นรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายช่างในปี 2563 รับผิดชอบงานซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO) อุปกรณ์วิศวกรรมการบิน และความพร้อมของฝูงบินทั้งหมด
ผลงานที่ชัดเจนคือ รับผิดชอบการวางแผนกำลังคนช่างอากาศยาน และจับมือกับสถาบันการบินพลเรือน (สบพ.) เพื่อผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางซ่อมบำรุงอากาศยานมาตรฐานยุโรป (EASA)
“ชวาล” กำกับงานปฏิบัติการบิน
ขณะที่นายชวาล รัตนวราหะ (ประธานเจ้าหน้าที่สายปฏิบัติการ) จบการศึกษาปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต (สาขาเครื่องกล) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ปริญญาโท Master of Aviation Management, Griffith University ประเทศออสเตรเลีย เติบโตจากฝ่ายทดสอบและพัฒนาการบิน
ในปี 2563 ได้รับแต่งตั้งเป็นรักษาการ Chief of Transformation Office ดูแลการปรับโครงสร้างช่วงฟื้นฟูกิจการ และควบคุมกำกับดูแลการปฏิบัติการบิน นักบิน และมาตรฐานความปลอดภัยทางอากาศ
“วิวัฒน์” ขับเคลื่อนเทคโนโลยี
ด้านนายวิวัฒน์ ปิยะวิโรจน์ (อดีตผู้บริหารสายการพาณิชย์) อดีตรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายการพาณิชย์ และเคยควบตำแหน่งบริหารในไทยสมายล์แอร์เวย์ เป็นผู้ริเริ่มแผนกระบวนการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ (Digital Transformation) ในปี 2562 และโครงการบัตรโดยสาร “มงคลบนฟากฟ้า” (บินสวดมนต์ไม่ลงจอด) ช่วงโควิด ปี 2563
และเป็นอดีตผู้บริหารที่ได้ยื่นใบลาออก โดยเข้าร่วมโครงการร่วมใจเสียสละเพื่อองค์กร (Mutual Separation Plan A: MSP A) เมื่อปี 2563 (มีผลวันที่ 1 ธันวาคม 2563)
“นนท์” สายกลยุทธ์-พัฒนา
สำหรับนายนนท์ กลินทะ (อดีตประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์และกลยุทธ์) เป็นลูกของอดีต รมว.มหาดไทย (พล.อ.อ.อนันต์ กลินทะ) เติบโตในสายงานพาณิชย์และการขาย เคยเป็นผู้จัดการทั่วไปประจำต่างประเทศ (ญี่ปุ่น) เคยดำรงตำแหน่งรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายกลยุทธ์องค์กรและพัฒนาอย่างยั่งยืน
รวมถึงเคยทำหน้าที่รักษาการรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายการพาณิชย์ และก้าวขึ้นเป็นประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ (DN) และเกษียณอายุจากการบินไทยในปี 2569 (กันยายน)
“ชาย” ซีอีโอที่ถูกงดปฏิบัติหน้าที่
และนายชาย เอี่ยมศิริ (ปัจจุบันถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร) จบการศึกษาปริญญาตรีบริหารธุรกิจ (การตลาด) จาก ม.อัสสัมชัญ และปริญญาโทบริหารธุรกิจ (การจัดการ) จาก ม.เกษตรศาสตร์ ผ่านหลักสูตรสำคัญทั้ง DAP จาก IOD, CFO’s Orientation จาก ตลท. และ LSP จาก IRDP
ทำงานกับการบินไทยมา 41 ปี (เริ่มปี 2528) เติบโตในสายงานการเงิน เคยดำรงตำแหน่งรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายการเงินฯ, CFO และเป็นกรรมการ บมจ.บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ และขึ้นดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) เมื่อ 1 กุมภาพันธ์ 2566 เพื่อดำเนินงานตามแผนฟื้นฟูกิจการ