เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘แอมเนสตี้’ จี้ หยุดใช้คดีอาญาขู่ประชาชน! อัดปม ‘อนุทิน’ ฟ้อง ‘ยิ่งชีพ’ สวนทางกฎหมาย SLAPPs
Politics ‘แอมเนสตี้’ จี้ หยุดใช้คดีอาญาขู่ประชาชน! อัดปม ‘อนุทิน’ ฟ้อง ‘ยิ่งชีพ’ สวนทางกฎหมาย SLAPPs
‘ไทยเครดิต’ คว้า 2 รางวัลใหญ่ ก.ล.ต. ดัน ‘ตังค์โต Know-how’ ปูพรหมสร้างภูมิคุ้มกันการเงินฐานราก
Biz Movement ‘ไทยเครดิต’ คว้า 2 รางวัลใหญ่ ก.ล.ต. ดัน ‘ตังค์โต Know-how’ ปูพรหมสร้างภูมิคุ้มกันการเงินฐานราก
Bangkok Blueprint  “โอนเงินข้ามประเทศ” วางระบบป้องกันสแกมเมอร์ก่อน “เส้นเลือดใหญ่” ติดเชื้อ
World Bangkok Blueprint “โอนเงินข้ามประเทศ” วางระบบป้องกันสแกมเมอร์ก่อน “เส้นเลือดใหญ่” ติดเชื้อ
คลังจัดสินเชื่อบ้าน “คนละหลัง PLUS” หนุนผู้มีรายได้น้อย-ปานกลางมีบ้าน กู้ไม่เกิน 3 ล้าน คิดดอกเบี้ย 2 เรต
Finance คลังจัดสินเชื่อบ้าน “คนละหลัง PLUS” หนุนผู้มีรายได้น้อย-ปานกลางมีบ้าน กู้ไม่เกิน 3 ล้าน คิดดอกเบี้ย 2 เรต
เกษตรฯ ชู “ข้าวคาร์บอนต่ำ” รับมือโลกร้อน ดึงกลไกการเงิน-ตลาดเอกชน หนุนรายได้เกษตรกร
Economic เกษตรฯ ชู “ข้าวคาร์บอนต่ำ” รับมือโลกร้อน ดึงกลไกการเงิน-ตลาดเอกชน หนุนรายได้เกษตรกร
อนุทิน คุย รองนายกฯรัสเซีย ดัน Thai-EAEU FTA ร่วมมือเกษตร-พลังงาน-เทคโนโลยี
Politics อนุทิน คุย รองนายกฯรัสเซีย ดัน Thai-EAEU FTA ร่วมมือเกษตร-พลังงาน-เทคโนโลยี
“Siam Paragon Bangkok International Fashion Week 2026”ชูความสำเร็จ-ผนึกพลังดีไซเนอร์ไทย
Biz Movement “Siam Paragon Bangkok International Fashion Week 2026”ชูความสำเร็จ-ผนึกพลังดีไซเนอร์ไทย
สมเด็จพระเทพฯ บวงสรวงพระราชรถ และพระยานมาศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิง พระพันปีหลวง
ข่าวในพระราชสำนัก สมเด็จพระเทพฯ บวงสรวงพระราชรถ และพระยานมาศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิง พระพันปีหลวง
เมืองไทยประกันชีวิต รุกตลาดสายมู! ส่ง 8 แพ็กตามคำทำนาย เจาะวัยทำงาน
Finance เมืองไทยประกันชีวิต รุกตลาดสายมู! ส่ง 8 แพ็กตามคำทำนาย เจาะวัยทำงาน
ราคาทองวันนี้ (14 ต.ค. 69) ร่วงลง 550 บาท รูปพรรณขายออก 66,750 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (14 ต.ค. 69) ร่วงลง 550 บาท รูปพรรณขายออก 66,750 บาท
ดูทั้งหมด

ท่องเที่ยวจี้คลังทบทวน ภาษี Exit Fee 1,000 บาท

14 ต.ค. 2569 | 11:01น.

ตามที่ปรากฏแนวคิดเกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีตามร่างพระราชบัญญัติภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร พ.ศ. … หรือ Exit Fee ซึ่งกำหนดจัดเก็บภาษีจากผู้เดินทางออกนอกราชอาณาจักรทางอากาศทุกสัญชาติ ในอัตราเบื้องต้นครั้งละ 1,000 บาท และไม่เกินครั้งละ 5,000 บาท ซึ่งแน่นอนว่าจะส่งผลต่อต้นทุนการเดินทางของคนไทยและชาวต่างชาติที่เดินทางออกจากประเทศไทย 

ภาคการท่องเที่ยวทุกสาขาอาชีพ ทั้งในนามสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) สมาคมโรงแรมไทย (THA) สมาคมไทยธุรกิจท่องเที่ยว (ATTA) สมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (TTAA) จึงตบเท้ายื่นหนังสือแสดงจุดยืนและขอให้ทบทวนแนวคิดการจัดเก็บภาษีดังกล่าวต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และอธิบดีกรมสรรพากร

เพิ่มต้นทุนเดินทาง-ดีมานด์สะดุด

“ชัย อรุณานนท์ชัย” ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) ในฐานะตัวแทนภาคเอกชนด้านการท่องเที่ยวของประเทศ ระบุว่า สทท.ไม่เห็นด้วยกับการจัดเก็บภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เนื่องจากจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมการเดินทางในวงกว้าง และอาจสร้างผลกระทบมากกว่าประโยชน์ด้านรายได้ที่ภาครัฐจะได้รับ 

โดยมองว่าการจัดเก็บภาษีเพิ่มเติมจะทำให้ต้นทุนรวมของการเดินทางระหว่างประเทศสูงขึ้น และเมื่อรวมกับค่าบัตรโดยสาร ค่าธรรมเนียมสนามบิน ภาษี ค่าประกันภัย ค่าที่พัก และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ย่อมส่งผลต่อความรู้สึกด้านราคาและการตัดสินใจเดินทางของผู้บริโภค

“การเดินทางท่องเที่ยวเป็นกิจกรรมที่มีความอ่อนไหวต่อราคา การเพิ่มต้นทุนแม้เพียงบางส่วนอาจทำให้ผู้บริโภคชะลอการเดินทาง ลดจำนวนครั้งการเดินทาง หรือเลือกจุดหมายปลายทาง และรูปแบบการเดินทางอื่น โดยเฉพาะในช่วงที่ประชาชนยังต้องบริหารจัดการต้นทุนค่าครองชีพ” 

กระทบ Aviation Hub

นอกจากนี้มาตรการดังกล่าวอาจส่งผลต่อบริษัทนำเที่ยว ธุรกิจ Outbound Tourism บริษัทตัวแทนจำหน่ายบัตรโดยสาร ธุรกิจ MICE บริษัทจัด Incentive Travel ฯลฯ ตลอดจนธุรกิจอื่นในห่วงโซ่อุตสาหกรรม 

และอาจส่งผลต่อสายการบินและความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในฐานะ Aviation Hub เนื่องจากจำนวนผู้โดยสารเป็นปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจในการกำหนดความถี่เที่ยวบิน การเพิ่มเส้นทางใหม่ และการจัดสรร Capacity มายังประเทศไทย ซึ่งหากมาตรการภาษีทำให้ความต้องการเดินทางลดลง อาจส่งผลต่อ Passenger Volume และ Load Factor ของสายการบิน 

ทุบการแข่งขันของประเทศ

ประธาน สทท.ยังบอกอีกว่า ประเทศไทยกำลังแข่งขันกับประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคเพื่อเป็นศูนย์กลางด้านการท่องเที่ยว การบิน การค้า การลงทุน และ MICE นโยบายที่เพิ่มต้นทุนหรือขั้นตอนในการเดินทางเข้า-ออกประเทศควรได้รับการพิจารณาอย่างรอบคอบ 

“การเดินทางระหว่างประเทศไม่ได้หมายถึงเงินไหลออกเพียงมิติเดียว แต่มีความเชื่อมโยงกับการค้า การลงทุน การศึกษา การประชุม การเจรจาธุรกิจ และการนำความรู้กลับมาพัฒนาประเทศ”

นอกจากนี้ธุรกิจ Outbound ยังสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และการจ้างงานภายในประเทศผ่านบริษัทนำเที่ยว สายการบิน ตัวแทนจำหน่ายบัตรโดยสาร ธุรกิจประกันภัย ธุรกิจการเงิน และบริการที่เกี่ยวข้อง

วอนทบทวน-ประเมินผลกระทบ

ดังนั้นจึงขอเสนอให้รัฐบาลชะลอหรือทบทวนแนวคิดดังกล่าว และก่อนที่จะมีการดำเนินนโยบายใด ๆ ควรเปิดรับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างรอบด้าน และควรจัดทำประเมินผลกระทบจากกฎหมายและผลกระทบทางเศรษฐกิจในทุกมิติโดยเฉพาะผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น

“นโยบายด้านภาษีที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางนั้น รัฐควรสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจ ลดอุปสรรคในการเดินทาง และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย โดยเฉพาะในช่วงที่ประเทศไทยมีเป้าหมายยกระดับประเทศสู่การเป็น Tourism Hub และ Aviation Hub ของภูมิภาค”

เสียเปรียบคู่แข่งในภูมิภาค   

เช่นเดียวกับ “เทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์” นายกสมาคมโรงแรมไทย (THA) และ “ธนพล ชีวรัตนพร” นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) ที่ให้ข้อมูลว่า ได้ทำหนังสือคัดค้านต่อหลักการร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและอธิบดีกรมสรรพากรไปแล้วเช่นกัน เนื่องจากมองว่าอาจเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้เดินทาง กระทบต่อการเดินทางทางอากาศ 

และบั่นทอนความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับธุรกิจโรงแรม สายการบิน บริษัทนำเที่ยว ร้านอาหาร ร้านค้า และผู้ประกอบการในท้องถิ่น 

โดยเหตุผลสำคัญคือ ประเด็นแรกคือค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นอาจกระทบความสามารถในการแข่งขันของประเทศ หากมีการจัดเก็บภาษีตามร่างดังกล่าว นักท่องเที่ยวต่างชาติจะมีภาระค่าธรรมเนียมและภาษีที่เกี่ยวข้องรวมสูงถึง 2,570 บาทต่อคนต่อการเดินทางหนึ่งครั้ง (รวมค่า PSC และค่าเหยียบแผ่นดิน)

ลดเที่ยวบิน-ชะลอเส้นทางใหม่

ประเด็นต่อมาคือผลกระทบต่อการเดินทางแบบ Two-Way Tourism ความต้องการเดินทางโดยรวมอาจลดลง และส่งผลต่อความคุ้มค่าในการเปิดให้บริการเที่ยวบินของสายการบิน โดยเฉพาะเส้นทางที่มีผู้โดยสารไม่มากเพียงพอ

สายการบินอาจพิจารณาปรับลดความถี่เที่ยวบิน หรือชะลอการเปิดเส้นทางใหม่ ซึ่งจะทำให้จำนวนที่นั่งและทางเลือกในการเดินทางมายังประเทศไทยลดลงตามไปด้วย ซึ่งส่งผลต่อจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ รายได้จากการเข้าพักโรงแรม และการใช้จ่ายในธุรกิจท่องเที่ยวตลอดห่วงโซ่อุปทาน

ซ้ำเติม “การท่องเที่ยว”

นอกจากนี้ยังมองว่าแนวทางดังกล่าวจะซ้ำเติมภาวะการท่องเที่ยวที่ยังเปราะบางจากความไม่แน่นอนจากสถานการณ์เศรษฐกิจ ความขัดแย้งระหว่างประเทศ และต้นทุนการเดินทางที่สูงขึ้น การเพิ่มภาษีอีก 1,000 บาทต่อครั้งอาจกระทบการตัดสินใจเดินทาง โดยเฉพาะตลาดระยะใกล้และกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีข้อจำกัดด้านงบประมาณ ซึ่งอาจส่งผลต่อรายได้และการจ้างงานของผู้ประกอบการโรงแรมและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง

“อยากให้กระทรวงการคลังทบทวนและยุติการผลักดันร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว หรือหากยังมีความจำเป็นต้องดำเนินการต่อ ขอให้เปิดเผยผลการศึกษาผลกระทบและประมาณการรายได้อย่างชัดเจนทั้งนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ สายการบิน ธุรกิจโรงแรม และเศรษฐกิจโดยรวม ก่อนนำเสนอเพื่อพิจารณา”

ยันจะดูความพร้อมของเศรษฐกิจก่อน 

ขณะที่ทางกระทรวงการคลังระบุว่า การการพิจารณาเก็บภาษีดังกล่าวมาจากความต้องการหารายได้เพื่อนำมาใช้พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและส่งเสริมโครงการท่องเที่ยวภายในประเทศ และเป็นการหาแหล่งรายได้ใหม่มาลดการขาดดุลงบประมาณ 

และย้ำว่าการสร้างแหล่งรายได้ใหม่ทางภาษีถือเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างวินัยทางการเงินการคลัง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นของกรมสรรพากร และเป็นไปตามกระบวนการที่กำหนดไว้ในแผน

แต่สุดท้ายแล้วกระทรวงการคลังจะพิจารณาความพร้อมของระบบเศรษฐกิจในช่วงเวลาที่จะดำเนินการด้วย 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ท่องเที่ยว ภาษี