เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
พาณิชย์ส่งข้อมูลกว่า 1 แสนบริษัทให้ 43 สถานทูต ร่วมคุมต่างชาติทำธุรกิจถูกกฎหมาย-สกัดนอมินี
Economic พาณิชย์ส่งข้อมูลกว่า 1 แสนบริษัทให้ 43 สถานทูต ร่วมคุมต่างชาติทำธุรกิจถูกกฎหมาย-สกัดนอมินี
“Northern MICE Expo 2026″ ผนึก 3 เมือง ดันไมซ์ภาคเหนือพุ่ง 1.8 หมื่นล้าน
เศรษฐกิจภูมิภาค “Northern MICE Expo 2026″ ผนึก 3 เมือง ดันไมซ์ภาคเหนือพุ่ง 1.8 หมื่นล้าน
สิทธิโชติ เปิดความ (ไม่) ลับ กกต. ข้อมูลรั่ว สว.น้ำเงินรู้ล่วงหน้า อนุฯ 36 ดีเลย์แทคติกถ่วงคดี
Politics สิทธิโชติ เปิดความ (ไม่) ลับ กกต. ข้อมูลรั่ว สว.น้ำเงินรู้ล่วงหน้า อนุฯ 36 ดีเลย์แทคติกถ่วงคดี
โปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรี เชิญถุงพระราชทาน แก่ราษฎรน้ำท่วม จ.สระแก้ว
ข่าวในพระราชสำนัก โปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรี เชิญถุงพระราชทาน แก่ราษฎรน้ำท่วม จ.สระแก้ว
ดัชนีเชื่อมั่นเศรษฐกิจเหนือ Q3 มรสุมต้นทุนพุ่ง ลุ้นท่องเที่ยวฟื้นไฮซีซั่น
เศรษฐกิจภูมิภาค ดัชนีเชื่อมั่นเศรษฐกิจเหนือ Q3 มรสุมต้นทุนพุ่ง ลุ้นท่องเที่ยวฟื้นไฮซีซั่น
“รพีภัทร์” รับไม้ต่อปลัดเกษตรคนที่ 33 ชู “ตลาดนำการวิจัย” ดันสินค้าเกษตรมูลค่าสูง
Economic “รพีภัทร์” รับไม้ต่อปลัดเกษตรคนที่ 33 ชู “ตลาดนำการวิจัย” ดันสินค้าเกษตรมูลค่าสูง
สทนช.เตือน 6 จังหวัดเจ้าพระยา รับน้ำเพิ่ม 20-30 ซม. หลังเขื่อนเร่งระบาย 2,200 ลบ.ม./วินาที
Economic สทนช.เตือน 6 จังหวัดเจ้าพระยา รับน้ำเพิ่ม 20-30 ซม. หลังเขื่อนเร่งระบาย 2,200 ลบ.ม./วินาที
ITD คัด 300 เหลือ 10 ธุรกิจ ปั้นผู้ประกอบการหญิง-LGBTQ+ ใช้ AI ลุยตลาดอาเซียน
Economic ITD คัด 300 เหลือ 10 ธุรกิจ ปั้นผู้ประกอบการหญิง-LGBTQ+ ใช้ AI ลุยตลาดอาเซียน
BEM-BMN ร่วมส่งต่อกำลังใจ สู้มะเร็งไปกับน้องเนย Butterbear
Biz Movement BEM-BMN ร่วมส่งต่อกำลังใจ สู้มะเร็งไปกับน้องเนย Butterbear
หอการค้าปราจีนฯ ชี้น้ำท่วมเสียหายอย่างต่ำ 300 ล้าน จี้วางแผนมวลน้ำทั้งระบบ
เศรษฐกิจภูมิภาค หอการค้าปราจีนฯ ชี้น้ำท่วมเสียหายอย่างต่ำ 300 ล้าน จี้วางแผนมวลน้ำทั้งระบบ
ดูทั้งหมด

“นิคอน” ลุ้นครึ่งปีหลังตลาดฟื้น ชี้ถ่ายวิดีโอกระแสแรง-ตรึงราคาปลุกยอด

07 ก.พ. 2565 | 15:31น.
‘นิคอน’ลุ้นครึ่งปีหลังตลาดฟื้น ชี้ถ่ายวิดีโอกระแสแรง-ตรึงราคาปลุกยอด

จับตาตลาดกล้อง 2.5 พันล้าน ลุ้นฟื้นตัวครึ่งหลังปี’65 หากคุมโควิดได้ หลัง 2 ปีหดตัวไปเกินครึ่ง “นิคอน” เชื่อดีมานด์ระดับบน-ไฮเอนด์ยังมี งัดกลยุทธ์แฟนฟีเจอร์สร้างดีมานด์เลนส์ รับมือวิกฤตซัพพลายเชน พร้อมรุกสร้างฐานลูกค้าวิดีโอรับเทรนด์มาแรง มั่นใจปิดปีงบฯ 64 มี.ค.นี้ รายได้เติบโต-กำไรดีขึ้นแน่

นายวีระ เฉลียวปิยะสกุล รองประธาน บริษัท นิคอน เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอุปกรณ์ถ่ายภาพแบรนด์นิคอน เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากสถานการณ์ระบาดของโควิด-19 ที่เกิดขึ้นและยังมีความไม่แน่นอน

ประกอบกับปกติช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์จนถึงเดือนสิงหาคมจะเป็นโลว์ซีซั่นของกล้องอยู่แล้ว จะทำให้ภาพรวมของตลาดในช่วงครึ่งปีแรกยังอยู่ในภาวะทรงตัว อย่างไรก็ตาม ตลาดยังมีโอกาสจะฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง

หากการระบาดหยุดลงหรือสามารถควบคุมได้ จนสามารถเปิดการท่องเที่ยวในและนอกประเทศ รวมถึงจัดกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่มจำนวนมากได้ จะทำให้ดีมานด์กล้องดิจิทัลกลับมาอีกครั้ง

เพราะช่วงปลายปีจะมีปัจจัยบวกทั้งการเป็นจังหวะยอดนิยมของกิจกรรมต่าง อาทิ งานแต่ง งานรับปริญญา การท่องเที่ยว รวมไปถึงงานแฟร์กล้องอีกด้วย

“เชื่อว่าปัจจุบันยังมีดีมานด์ที่อั้นอยู่ สะท้อนจากการพูดคุยกับลูกค้าพบว่าจำนวนไม่น้อยกำลังมองหาโอกาสเดินทางท่องเที่ยว เช่นเดียวกับยอดขายของบริษัทในเดือนมกราคม 2565 ที่ผ่านมา

ที่ยังเป็นไปตามเป้า จึงมั่นใจว่า ตลาดจะไม่หดตัวลงไปมากกว่านี้แล้ว เพราะการหดตัวรุนแรงในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา น่าจะทำให้ปี 2564 เป็นฐานต่ำสุดของวงการแล้ว”

2 ปี ตลาดหดเหลือ 2.4 พันล้าน

นายวีระกล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ ตลาดกล้องในปี 2564 ที่ผ่านมา ยังคงถูกกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 อย่างหนักต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ทำให้มูลค่าตลาดลดลงไปอีก 15% ต่อเนื่องจากการหดตัว 45% เมื่อปี 2563 ทำให้รวมแล้วในระยะเวลา 2 ปี มูลค่าตลาดกล้องดิจิทัลในไทยหายไปเกินครึ่งจากมากกว่า 5,000 ล้านบาท

เหลือเพียง 2,460 ล้านบาท เนื่องจากกิจกรรมต่าง ๆ ที่ต้องใช้งานกล้อง อาทิ การท่องเที่ยว, งานแต่งงาน, งานรับปริญญา ฯลฯ หายไปหรือลดจำนวนลงมาก ทำให้ดีมานด์กล้องและอุปกรณ์

และกำลังซื้อของกลุ่มช่างภาพมืออาชีพลดลงตามไปด้วย ในขณะที่ร้านค้าไม่กล้าสต๊อกสินค้าหรือทำแคมเปญ แม้จะมีกระแสไลฟ์ขายสินค้า หรือการทำคอนเทนต์วิดีโอเกิดขึ้น แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะถ่วงดุลได้

พร้อมกันนี้ นายวีระยังให้ข้อมูลด้วยว่า กล้องระดับกลางราคา 2-4 หมื่นบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกล้องที่มีเซ็นเซอร์เล็กกว่าฟิล์ม 35 มม. เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยฐานผู้ใช้หายไปกว่า 70-80% เพราะลูกค้ากลุ่มนี้มักซื้อกล้องเพื่อใช้ในกิจกรรมด้านไลฟ์สไตล์ เช่น ถ่ายภาพอาหาร ท่องเที่ยว ฯลฯ

ดีมานด์วิดีโอแซงภาพนิ่ง

รองประธาน บริษัท นิคอน เซลส์ ได้กล่าวถึงแนวโน้มของตลาดในปีนี้ว่า การถ่ายวิดีโอกลายเป็นเทรนด์หลักของตลาดในปัจจุบันและจะต่อเนื่องไปในอนาคต เช่น การทำคอนเทนต์เพื่อใช้ในเมตาเวิร์ส เห็นได้จากทั้งฝั่งลูกค้าที่ซื้ออุปกรณ์ถ่ายทำวิดีโอแบบครบชุด ตั้งแต่กล้อง เลนส์ ไฟ ฉาก ฯลฯ

ส่วนร้านค้าหันมาขายสินค้าและโซลูชั่นเกี่ยวกับวิดีโอ เช่น การเข้าไปเซตสตูดิโอไลฟ์สด-ถ่ายทำวิดีโอให้ลูกค้า เป็นต้น ด้านค่ายกล้องจะเน้นการส่งอุปกรณ์-โปรแกรมสำหรับวิดีโอออกมารองรับดีมานด์

พร้อมโปรโมตฟังก์ชั่นวิดีโอของกล้องและเลนส์มากขึ้น หลังแพลตฟอร์มสำหรับวิดีโอแพร่หลาย การถ่ายทำ-ตัดต่อสะดวก และอุปกรณ์มีหลากหลายเข้าถึงง่ายขึ้น

นอกจากนี้ยังมีเทรนด์อื่น ๆ เช่น ความนิยมกล้องฟูลเฟรมหรือกล้องที่มีเซ็นเซอร์รับภาพขนาดเท่าฟิล์ม 35 มม. การแข่งขันซึ่งชัดเจนและดุเดือดขึ้น ด้วยการส่งสินค้ารุ่นใหม่ที่จัดเต็มด้านฟังก์ชั่นยิ่งขึ้นเพื่อจูงใจลูกค้า

เช่นเดียวกับการสนับสนุนร้านค้าดีลเลอร์ในด้านต่าง ๆ เพื่อชิงพื้นที่จำหน่าย ไปจนถึงการรุกเข้าสู่อีคอมเมิร์ซของร้านค้าและค่ายกล้อง ทั้งการเข้าร่วมแพลตฟอร์มรายใหญ่และการเปิดช่องทางของตนเอง ทำให้สัดส่วนยอดขายกล้องทางอีคอมเมิร์ซซึ่งปี 2562 มีเพียง 5% ก้าวกระโดดเป็น 22-25% ในปี 2563-2564

“เดิมผู้บริโภค ร้านค้าและค่ายกล้อง ไม่เน้นช่องทางออนไลน์มากนัก แต่ช่วงโควิด-19 ร้านกล้องต่างปรับตัว โดยการลดสาขาลงเหลือเพียงทำเลที่มีลูกค้าสม่ำเสมอ พร้อมกับเปิดร้านบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ

ซึ่งมีการทำโปรโมชั่นกระตุ้นการขายสม่ำเสมอ ในขณะที่ลูกค้าเชื่อมั่นในการชำระเงินผ่านออนไลน์ และความปลอดภัยของการขนส่งสินค้ามากขึ้น”

กระตุ้นซื้อซ้ำรับวิกฤตซัพพลายฯ

ส่วนทิศทางของนิคอนจากนี้ไป นายวีระระบุว่า แนวทางการทำตลาดจะโฟกัสด้านวิดีโอตามเทรนด์ของวงการ พร้อมกับรับมือวิกฤตซัพพลายเชนที่ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตและขนส่งสินค้าพุ่งสูงขึ้น เพื่อตรึงราคาสินค้าและรักษาสัดส่วนรายได้ โดยโฟกัสสินค้ากลุ่มบน-ไฮเอนด์

เช่น กล้องฟูลเฟรมหรือกล้องที่มีเซ็นเซอร์รับภาพขนาดเท่าฟิล์ม 35 มม. และเลนส์ที่ใช้ร่วมกัน เนื่องจากมีมูลค่าสูง ฐานลูกค้าเป็นกลุ่มบนที่ยังมีกำลังซื้อ รวมถึงมีอัตรการซื้อเลนส์เพิ่มสูงประมาณ 3 ชิ้น ต่อกล้อง 1 ตัว ในขณะที่ผู้ใช้กล้องตัวคูณมักซื้อเลนส์เพิ่มประมาณ 1.5 ชิ้น ต่อกล้อง 1 ตัวเท่านั้น

“เลนส์ได้รับผลกระทบจากปัญหาซัพพลายเชนน้อยกว่ากล้องมาก เนื่องจากมีชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์น้อยและนิคอนยังผลิตชิ้นแก้วเอง การโฟกัสการจำหน่ายเลนส์จึงสามารถช่วยเฉลี่ยรายได้-ต้นทุนได้ดี เมื่อร่วมกับกล้องที่มีโรงงานในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทำให้สัดส่วนกำไรดีขึ้น และตรึงราคาสินค้าไว้ได้ต่อไป”

พร้อมกันนี้ จะกระตุ้นการซื้อเลนส์เพิ่มด้วยกลยุทธ์แฟน ฟีเจอร์(Fan Feature) ซึ่งเป็นการคัดเลือกและขอภาพจากผู้ใช้กล้องนิคอนมาโพสต์โปรโมตบนช่องทางออนไลน์ของแบรนด์ โดยจะเลือกรูปจากเลนส์รุ่นต่าง ๆ กันมาใช้

เพื่อสร้างการบอกต่อและสร้างดีมานด์เลนส์ในกลุ่มลูกค้าและผู้สนใจการถ่ายภาพ รวมทั้งการจัดโปรโมชั่นสนับสนุนในรูปแบบที่ไม่ใช่การลดราคาโดยตรง เช่น ส่วนลดเมื่อซื้อเลนส์ชิ้นที่ 2-3 เพิ่ม

และกำลังศึกษาการทำการตลาดแบบเฉพาะบุคคล เช่น วิเคราะห์ข้อมูลอินไซต์เพื่อส่งอีโวเชอร์ที่ตรงกับความสนใจของลูกค้าแต่ละคน

นอกจากนี้ยังขยายฐานลูกค้าด้านการถ่ายวิดีโอ ด้วยการจับมือกับหน่วยงานต่าง ๆ อาทิ สถาบันการศึกษา ทีมฟุตบอล จัดเวิร์กช็อป-อบรม และให้ยืมอุปกรณ์การถ่ายวิดีโอแก่นักศึกษา-ทีมวิดีโอของสโมสรเพื่อสร้างฐานลูกค้าใหม่ ๆ ตามแผนลดอายุฐานลูกค้าให้เด็กลง

โดยกิจกรรมเหล่านี้ รวมไปถึงการสื่อสารและกิจกรรมการตลาดยังคงเป็นออนไลน์แบบ 100% ต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงต้นการระบาด เพื่อให้สอดรับกับการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

“ด้วยกลยุทธ์และการปรับตัวนี้รวมถึงการลดงบฯการตลาดลง 30% ในปีงบฯ 2564 ซึ่งจะสิ้นสุดในเดือนมีนาคม 2565 นี้ บริษัทจะมีการเติบโตและมีผลกำไรดีขึ้น และจะสามารถตรึงราคาสินค้าในช่วงที่เหลือของปี 2565 ไว้ ส่วนปีงบฯ 2565 นั้น ยังต้องจับตาสถานการณ์ช่วงครึ่งปีหลัง” รองประธาน บริษัท นิคอน เซลส์ ย้ำในตอนท้าย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

นิคอน