เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ASW ร่วมทุน ‘ญี่ปุ่น’ ผุดแคมปัสคอนโดฯ ย่านเกษตร
Real Estate ASW ร่วมทุน ‘ญี่ปุ่น’ ผุดแคมปัสคอนโดฯ ย่านเกษตร
มธ. เปิดสมัครแข่งล่ามระดับชาติ “TNIC 2027” สมัครฟรี! เฟ้นตัวแทนไทยลุยศึกมาเลเซีย
Biz Movement มธ. เปิดสมัครแข่งล่ามระดับชาติ “TNIC 2027” สมัครฟรี! เฟ้นตัวแทนไทยลุยศึกมาเลเซีย
พระราชินี ทอดพระเนตร การแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งระหว่างญี่ปุ่น-เกาหลี
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี ทอดพระเนตร การแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งระหว่างญี่ปุ่น-เกาหลี
5 คำถามเปลี่ยนมุมคิด ช่วย SMEs มองเห็นโอกาสเติบโต
Finance 5 คำถามเปลี่ยนมุมคิด ช่วย SMEs มองเห็นโอกาสเติบโต
MJets ชี้ความสำเร็จ มาจาก ‘คนเบื้องหลัง’
Business MJets ชี้ความสำเร็จ มาจาก ‘คนเบื้องหลัง’
ททท. บูมเที่ยวในประเทศรับ Q4 7 แอร์ไลน์ลดค่าตั๋ว 500-เปย์บัสละ 4 หมื่น
Business ททท. บูมเที่ยวในประเทศรับ Q4 7 แอร์ไลน์ลดค่าตั๋ว 500-เปย์บัสละ 4 หมื่น
140 ปีสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น 40 บริษัทปักฐานแน่น ชู ‘เชียงใหม่ ลำพูน’ ฐานผลิตอิเล็กทรอนิกส์
เศรษฐกิจภูมิภาค 140 ปีสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น 40 บริษัทปักฐานแน่น ชู ‘เชียงใหม่ ลำพูน’ ฐานผลิตอิเล็กทรอนิกส์
‘ฟิตเนสเฟิรส์ท’ ลงทุนใหญ่รอบ 7 ปี ทุ่ม 330 ล้านลุยปักธง-รีโนเวตสาขา
Business ‘ฟิตเนสเฟิรส์ท’ ลงทุนใหญ่รอบ 7 ปี ทุ่ม 330 ล้านลุยปักธง-รีโนเวตสาขา
กระทรวงเกษตรฯ ถก ธนาคารโลก-เอดีบี บริหารน้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก
Economic กระทรวงเกษตรฯ ถก ธนาคารโลก-เอดีบี บริหารน้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก
Bangkok Blueprint in Action ตกผลึกต้านภัยการเงินดิจิทัลสู่พิมพ์เขียว
Finance Bangkok Blueprint in Action ตกผลึกต้านภัยการเงินดิจิทัลสู่พิมพ์เขียว
ดูทั้งหมด

The Gen AI Divide เหตุใดการลงทุน AI ส่วนใหญ่จึงยังไม่เห็นผล

26 ธ.ค. 2568 | 16:02น.
Rivian Autonomy and AI (artificial intelligence) Day in Palo Alto, California
คอลัมน์ : นอกบท
ผู้เขียน : ศรัณย์วุฒิ ตรรกพงศ์ ที่ปรึกษาอาวุโส 
        ธนาคารโลก [email protected]

กระแสของปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ในครั้งนี้ มีพลังและความลึกซึ้งที่แตกต่างจากคลื่นเทคโนโลยีในอดีต มันไม่ใช่แค่เครื่องมือใหม่ แต่เป็นเสมือน “ระบบปฏิบัติการ” ใหม่ของเศรษฐกิจโลก

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางเสียงชื่นชมถึงศักยภาพอันไร้ขีดจำกัดของ AI กลับมีคำถามที่ท้าทายดังขึ้นจากโลกธุรกิจ หาก AI คือยาวิเศษจริง เหตุใดเราจึงยังไม่เห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมในตัวเลขผลิตภาพ (Productivity) ระดับองค์กร ?

นี่ไม่ใช่แค่ข้อสงสัย แต่เป็นปรากฏการณ์ที่ได้รับการยืนยันจากรายงานชิ้นสำคัญล่าสุดอย่าง “The GenAI Divide : State of AI in Business 2025” ซึ่งจัดทำโดยทีมวิจัยจาก MIT รายงานฉบับนี้ได้ฉายภาพความจริงที่น่าตกใจว่า แม้จะมีการทุ่มเม็ดเงินลงทุนใน GenAI ระดับองค์กรไปแล้วราว 3-4 หมื่นล้านดอลลาร์

แต่ 95% ขององค์กรกลับไม่เห็นผลกระทบที่วัดผลได้จริงต่อผลกำไรขาดทุน มีเพียง 5% ของโครงการนำร่อง (Pilot Project) เท่านั้นที่ประสบความสำเร็จในการสร้างมูลค่าอย่างมีนัยสำคัญ

ปรากฏการณ์นี้อาจเปรียบได้กับ “ภาพลวงตาแห่งผลิตภาพ” (Productivity Mirage) ที่ซึ่งเราเห็นพนักงานแต่ละคนทำงานได้เร็วขึ้น แต่เมื่อมองภาพรวมทั้งองค์กร เข็มวัดประสิทธิภาพกลับไม่ขยับ

รายงานได้เจาะลึกลงไปถึงต้นตอของความย้อนแย้งนี้ และพบปรากฏการณ์ที่น่าสนใจสองประการ

ประการแรกคือการก่อตัวขึ้นของ “เศรษฐกิจ AI เงา” (Shadow AI Economy) แม้ว่าจะมีองค์กรเพียง 40% ที่จัดซื้อเครื่องมือ AI อย่างเป็นทางการให้พนักงาน แต่พนักงานกว่า 90% กลับกำลังใช้เครื่องมือ AI ส่วนบุคคล อย่าง ChatGPT หรือ Claude ในบัญชีของตนเองเพื่อช่วยในการทำงาน พนักงานรายงานว่าประสิทธิภาพส่วนตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

แต่คุณค่าที่เกิดขึ้นนี้ไม่เคยถูกรวบรวมหรือวัดผลในระดับองค์กร ปรากฏการณ์นี้คือ “การรั่วไหลของผลิตภาพ” (Productivity Leakage) ที่แท้จริง พนักงานทำงานได้เร็วขึ้น แต่เวลาที่ประหยัดได้นั้นกลับถูกใช้ไปกับงานอื่นที่วัดผลไม่ได้ หรือแม้กระทั่งกิจกรรมอื่นที่ไม่ส่งผลต่อผลิตภาพขององค์กร

ประการที่สอง ซึ่งเป็นหัวใจของปัญหา คือสิ่งที่รายงานเรียกว่า “ช่องว่างแห่งการเรียนรู้” (The Learning Gap) ของระบบ AI ที่องค์กรจัดหาให้ พนักงานจำนวนมากรู้สึกว่า AI ที่บริษัทลงทุนมานั้น ็ฉลาดน้อยกว่าิ AI ที่พวกเขาใช้ส่วนตัว เหตุผลเพราะระบบขององค์กรส่วนใหญ่มักเป็นระบบที่ “หยุดนิ่ง” (Static) มันไม่สามารถเรียนรู้จากปฏิสัมพันธ์ ไม่จดจำบริบทการทำงาน และไม่สามารถปรับตัวเข้ากับกระบวนการทำงานที่ซับซ้อนได้ เมื่อพนักงานคุ้นชินกับความสามารถของ AI ส่วนตัว พวกเขาย่อมมองว่าเครื่องมือของบริษัทนั้นล้าสมัย

อย่างไรก็ตาม รายงานฉบับเดียวกันได้ชี้ไปยังคลื่นลูกต่อไปของ AI ที่อาจเป็นคำตอบของปริศนานี้ นั่นคือ “Agentic AI” หรือ “AI ผู้ช่วยอัจฉริยะ” หาก Generative AI ที่เราคุ้นเคยเปรียบเสมือน “ผู้สร้างเนื้อหาิ ที่ทำงานตามคำสั่ง Agentic AI คือการยกระดับขึ้นไปอีกขั้นในฐานะ “ผู้ปฏิบัติงาน” ที่ไม่เพียงสร้างเนื้อหาได้

แต่ยังสามารถวางแผนโต้ตอบกับเครื่องมืออื่น และดำเนินงานหลายขั้นตอนต่อเนื่องกันได้โดยอัตโนมัติเพื่อบรรลุเป้าหมายที่ซับซ้อน ลองจินตนาการถึง AI ที่ไม่เพียงร่างแผนการเดินทาง แต่ยังสามารถจองตั๋วเครื่องบิน โรงแรม และรถเช่าให้เสร็จสรรพได้ด้วยตัวเอง นั่นคือศักยภาพของ Agentic AI

แม้เทคโนโลยีนี้จะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่ก็มีศักยภาพที่จะทลาย “ช่องว่างแห่งการเรียนรู้” ได้ เพราะหัวใจของมันคือความสามารถในการเรียนรู้และปฏิบัติงานที่ซับซ้อนได้จริง อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ามันจะสามารถปลดปล่อยผลิตภาพในระดับองค์กรได้จริงตามที่คาดหวังหรือไม่

บทเรียนจากโลกธุรกิจที่พัฒนาแล้วนี้ เป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญสำหรับประเทศกำลังพัฒนา หากองค์กรที่ร่ำรวยและมีบุคลากรพร้อมที่สุดยังต้องเผชิญกับความท้าทายในการเปลี่ยนศักยภาพของ AI ให้กลายเป็นผลิตภาพที่จับต้องได้ แล้วประเทศที่ยังมีข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐานและทุนมนุษย์ จะต้องเผชิญกับความท้าทายที่ใหญ่หลวงกว่าเพียงใด

ประเด็นนี้สอดคล้องอย่างยิ่งกับทิศทางของรายงานการพัฒนาโลก (World Development Report) ฉบับปี 2026 ของธนาคารโลกในหัวข้อ “ปัญญาประดิษฐ์เพื่อการพัฒนา” ซึ่งจะชี้ให้เห็นว่าสำหรับประเทศกำลังพัฒนาแล้ว ปัญหาไม่ได้อยู่แค่ “ช่องว่างแห่งการเรียนรู้” แต่เป็น “เหวแห่งการพัฒนา” (Developmental Chasm) ที่ลึกและกว้างกว่ามาก

แนวคิดที่ว่าประเทศกำลังพัฒนาจะสามารถ “ก้าวกระโดด” (Leapfrog) ข้ามขั้นไปสู่ยุค AI ได้นั้น อาจเป็นเพียงวาทกรรมที่ห่างไกลจากความเป็นจริง การพูดถึงการใช้ AI เพื่อการเกษตรแม่นยำจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้ หากเกษตรกรยังเข้าไม่ถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและราคาเข้าถึงได้ และการหวังให้ AI ช่วยยกระดับการสาธารณสุขจะเป็นไปได้ยาก หากโรงพยาบาลในชนบทยังขาดแคลนไฟฟ้าที่เสถียร

ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีความเสี่ยงของการถูก “ล่าอาณานิคมทางอัลกอริทึม” (Algorithmic Colonization) โมเดล AI ชั้นนำของโลกส่วนใหญ่ถูกฝึกฝนด้วยข้อมูลและภาษาจากโลกตะวันตก ซึ่งอาจมีอคติและไม่สอดคล้องกับบริบททางสังคมและวัฒนธรรมของประเทศกำลังพัฒนา การนำ AI เหล่านี้มาใช้โดยขาดการปรับปรุงและตรวจสอบ อาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ผิดพลาดและซ้ำเติมความเหลื่อมล้ำให้รุนแรงขึ้น

ดังนั้น เรื่องราวของ AI ในวันนี้จึงเป็นเรื่องเล่าของสองโลกที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โลกหนึ่งกำลังเผชิญกับความท้าทายในการแปลงศักยภาพของเทคโนโลยีให้กลายเป็นผลิตภาพที่จับต้องได้จริงในระดับองค์กร ขณะที่อีกโลกหนึ่งยังคงดิ้นรนเพื่อสร้างบันไดขั้นแรกที่จะปีนขึ้นไปให้ถึงจุดเริ่มต้นของยุค AI ความสำเร็จในอนาคตของประเทศกำลังพัฒนาจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับการไล่ตามเทคโนโลยีล่าสุดให้ทันท่วงที การสร้างสมดุลระหว่างการเปิดรับนวัตกรรมกับการลงทุนในรากฐานที่จำเป็นอย่างโครงสร้างพื้นฐานและทุนมนุษย์

จะเป็นตัวตัดสินว่าประเทศใดจะสามารถก้าวข้าม “เหวแห่งการพัฒนา” และเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากยุคแห่งปัญญาประดิษฐ์นี้ได้สำเร็จ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

AI ปัญญาประดิษฐ์ (AI)