เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘เอกนิติ-ประธานเฟด’ ร่วมประชุม IMF เปิด 12 ต.ค. ดึงทั่วโลกจับตาไทย
Finance ‘เอกนิติ-ประธานเฟด’ ร่วมประชุม IMF เปิด 12 ต.ค. ดึงทั่วโลกจับตาไทย
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (7 ต.ค. 69) ปรับลง 0.42% อยู่ที่ 85,491 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (7 ต.ค. 69) ปรับลง 0.42% อยู่ที่ 85,491 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (7 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
News ราคาน้ำมันวันนี้ (7 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
น้ำท่วมกดดันเศรษฐกิจ 2 ปี เสี่ยงปิดกิจการ-ชงรัฐบาลมืออาชีพ
Economic น้ำท่วมกดดันเศรษฐกิจ 2 ปี เสี่ยงปิดกิจการ-ชงรัฐบาลมืออาชีพ
กรมการแพทย์ย้ำดูแลผู้สูงอายุด้วยความเข้าใจ
Biz Movement กรมการแพทย์ย้ำดูแลผู้สูงอายุด้วยความเข้าใจ
“เคาะค่าเหยียบแผ่นดิน” 450 บาท หวังโกย 8 พันล้าน ททท. ลุยดันต่างชาติทะลุ 33 ล้านคน
Biz Movement “เคาะค่าเหยียบแผ่นดิน” 450 บาท หวังโกย 8 พันล้าน ททท. ลุยดันต่างชาติทะลุ 33 ล้านคน
รัฐบาลดึง ‘เนเน่’ แขกพิเศษ นายกฯ โชว์พลังเสียงต้อนรับ 400 ผู้นำการเงินโลก
Politics รัฐบาลดึง ‘เนเน่’ แขกพิเศษ นายกฯ โชว์พลังเสียงต้อนรับ 400 ผู้นำการเงินโลก
Thai PBS เกิดขึ้นได้อย่างไร? ย้อนที่มาจาก ‘ทีวีเสรี’ สู่ ‘สื่อสาธารณะ’
Politics Thai PBS เกิดขึ้นได้อย่างไร? ย้อนที่มาจาก ‘ทีวีเสรี’ สู่ ‘สื่อสาธารณะ’
ICONPHUKET จุดพลุค้าปลีกภูเก็ต ปักหมุดบนแผนที่โลก จุดหมายปลายทางไลฟ์สไตล์แห่งใหม่
Real Estate ICONPHUKET จุดพลุค้าปลีกภูเก็ต ปักหมุดบนแผนที่โลก จุดหมายปลายทางไลฟ์สไตล์แห่งใหม่
ขับรถลุยน้ำท่วม ทำป้ายทะเบียนหาย ขนส่งฯ อัปเดตขั้นตอนล่าสุด ไม่ต้องใช้เล่มจริง
News ขับรถลุยน้ำท่วม ทำป้ายทะเบียนหาย ขนส่งฯ อัปเดตขั้นตอนล่าสุด ไม่ต้องใช้เล่มจริง
ดูทั้งหมด

ตรุษจีน’69 ลุ้นท่องเที่ยว 9.5 พันล้านทริป ‘ไทย-เกาหลีใต้’ ติดท็อปเดสติเนชั่น

06 ก.พ. 2569 | 10:51น.
คอลัมน์ : Market Move

ตรุษจีน เป็นหนึ่งในจังหวะสำคัญของธุรกิจท่องเที่ยวทั้งในไทยและทั่วโลก เนื่องจากเป็นช่วงหยุดยาวที่ชาวจีน ไม่เพียงเดินทางกลับบ้านเกิดในประเทศจีน แต่ยังเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศกันอย่างคึกคักด้วยเช่นกัน

โดยตรุษจีนปี 2026 นี้ เป็นอีกปีที่ทั้งภาครัฐและเอกชนในธุรกิจท่องเที่ยวของจีนคาดว่า การเดินทางทั้งในและนอกประเทศจะทะลักด้วยจำนวนเที่ยวเดินทางถึง 9,500 ล้านทริป

สำนักข่าวนิกเคอิ เอเชีย รายงานว่า รัฐบาลจีนเผยคาดการณ์ตัวเลขท่องเที่ยวช่วงตรุษจีนปี 2026 นี้ โดยคาดว่าชาวจีนจะเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศมากถึง 9,500 ล้านทริป เพิ่มขึ้น 5% จากตรุษจีนปี 2025 และทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์

สาเหตุของการเดินทางที่เพิ่มขึ้นจนทะลุสถิติเดิมนี้มาจาก 2 ปัจจัยคือ ตรุษจีนปี 2026 นี้ชาวจีนได้หยุดยาวเป็นพิเศษ โดยยาวถึง 9 วัน ตั้งแต่ 15-23 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งยาวกว่าปีที่แล้ว 1 วัน และสื่อท้องถิ่นของจีนระบุว่า การหยุดยาว 9 วันนี้ยาวที่สุดตั้งแต่มีการเก็บข้อมูลมาอีกด้วย

อีกปัจจัยคือ แผนกระตุ้นเศรษฐกิจ ของรัฐบาลจีน โดยสำนักข่าวซินหัวรายงานว่า กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวของจีนมีแผนกระตุ้นการบริโภคที่กำลังชะลอตัว ด้วยการแจกบัตรกำนัลและเงินอุดหนุนมูลค่ารวม 360 ล้านหยวน หรือประมาณ 51.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการส่งเสริมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว

ขณะเดียวกัน เนื่องจากประมาณ 80% ของการเดินทางในช่วงตรุษจีนจะเป็นการใช้รถยนต์ส่วนตัว ดังนั้น รัฐบาลจีนจึงอนุญาตให้รถยนต์ส่วนบุคคลสามารถใช้ทางด่วนได้ฟรีเป็นกรณีพิเศษ

ด้วยเหตุนี้รัฐบาลจีนคาดว่าจำนวนเที่ยวการเดินทางครอบคลุมช่วงเวลา 40 วัน รอบวันหยุดยาวตรุษจีน ซึ่งสิ้นสุดในวันที่ 13 มีนาคม จะเพิ่มขึ้นทั้งทางรถไฟและเครื่องบิน โดยการเดินทางโดยรถไฟจะเป็นรูปแบบการขนส่งหลักด้วยจำนวน 539 ล้านเที่ยว เพิ่มขึ้น 5% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ส่วนการเดินทางโดยเครื่องบินจะมีจำนวน 95 ล้านเที่ยว เพิ่มขึ้น 5% เช่นกัน

ด้านการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศช่วงตรุษจีน 2026 นั้น ตามข้อมูลของ Tongcheng Travel หนึ่งในแพลตฟอร์มจองการเดินทางรายใหญ่ ซึ่งมียอดผู้ใช้กว่า 47.7 ล้านราย/เดือน พบว่าจุดหมายปลายทางยอดนิยมอันดับ 1 เป็นกรุงโซล เมืองหลวงของเกาหลีใต้ ส่วนอันดับ 2 เป็นกรุงเทพฯ ของไทย ตามด้วยสิงคโปร์ และกัวลาลัมเปอร์ ของมาเลเซีย

สำหรับญี่ปุ่นซึ่งเคยเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวชาวจีนระดับติดท็อป 10 มาอย่างยาวนานนั้น ในช่วงตรุษจีนปีนี้กลับไม่มีชื่อเมืองของญี่ปุ่นติดกลุ่ม Top 10 ของโผล Tongcheng Travel เลยแม้แต่เมืองเดียว

แม้แพลตฟอร์มจะไม่เปิดเผยเงื่อนไขการจัดอันดับ แต่สังเกตได้ว่าจุดหมายปลายทางในกลุ่ม Top 10 ต่างเป็นประเทศที่มีความสัมพันธ์ที่ค่อนข้างดีกับจีน

ทั้งสาเหตุอาจมาจากความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่นและจีนตึงเครียดขึ้น นับตั้งแต่ที่นายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ของญี่ปุ่นกล่าวถึงวิกฤตการณ์ที่อาจเกิดขึ้นกับไต้หวันเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ก่อนที่เดือนเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศของจีนจะเรียกร้องให้พลเมืองจีนงดการเดินทางไปญี่ปุ่น

ตามด้วยการรับลูกของบรรดาสายการบินจีนที่ออกข้อเสนอให้ผู้โดยสารสามารถยกเลิกตั๋วบินไปญี่ปุ่นได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ส่งผลให้การลดเที่ยวบินและการยกเลิกบริการไปยังประเทศญี่ปุ่นกลายเป็นเรื่องปกติ

นอกจากนี้ เมื่อวันจันทร์ที่ 26 มกราคม 2026 กระทรวงการต่างประเทศของจีนยังออกประกาศย้ำเตือนชาวจีนเกี่ยวกับการเดินทางไปญี่ปุ่นในช่วงวันหยุดตรุษจีนอีกครั้งด้วย

โดยประกาศดังกล่าวระบุว่า พลเมืองจีนในญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับภัยคุกคามด้านความปลอดภัยอย่างร้ายแรง โดยอ้างถึงการเพิ่มขึ้นของอาชญากรรมและเหตุการณ์อันตรายอื่น ๆ ขณะเดียวกัน นอกจากไทยและเกาหลีใต้แล้ว เวียดนามเป็นอีกประเทศที่ได้รับประโยชน์ด้านการท่องเที่ยวจากความตึงเครียดระหว่างจีน-ญี่ปุ่น หลังข้อมูลจากหลายแหล่งสะท้อนตรงกันว่า ในปี 2025 ที่ผ่านมานักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าเวียดนามมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปี 2024 อาศัยเที่ยวบินไปเวียดนามที่เพิ่มมากขึ้น และนโยบายฟรีวีซ่าช่วยให้สามารถจัดทริปแบบไปเช้า-เย็นกลับได้ง่าย ๆ

โดยตามข้อมูลของสำนักงานสถิติของเวียดนามชี้ว่า ปี 2025 ที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าเวียดนามทะลุ 5 ล้านคน สอดคล้องกับข้อมูลของ ไชน่า เทรดดิ้ง เดส (China Trading Desk) บริษัทด้านการตลาดสัญชาติจีนที่ระบุว่า ปี 2025 ชาวจีนเดินทางเข้าเวียดนามประมาณ 5.3 ล้านคน ทำให้เวียดนามขยับจากอันดับ 4 ขึ้นมาเป็นจุดหมายปลายทางอันดับ 3 ของนักท่องเที่ยวจีนแทนที่ไทย และเป็นรองเพียงจากญี่ปุ่นและเกาหลีใต้

ทั้งนี้ เดิมในปี 2024 เวียดนามอยู่อันดับ 4 รองจากไทย ด้วยนักท่องเทียวจีน 3.7 ล้านคน ส่วนไทยรับนักท่องเที่ยวจีน 7 ล้านคน

สำหรับสิ่งที่ผลักดันนักท่องเที่ยวจีนให้เปลี่ยนใจนั้น นอกจากประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแล้ว ยังมีเรื่องพฤติกรรมท่องเที่ยวของหนุ่มสาวชาวจีน ไปจนถึงกลุ่ม Gen Z ที่เปลี่ยนไปนิยมเที่ยวด้วยตนเองมากกว่าซื้อทัวร์

“บิช ฟอง” ไกด์ชาวเวียดนามที่พูดภาษาจีนได้ และมีประสบการณ์นำเที่ยวมา 15 ปีระบุว่า ปัจจุบันชาวจีนอายุต่ำกว่า 40 ปี เดินทางท่องเที่ยวด้วยตัวเองมากขึ้น ต่างจากสมัยก่อนที่นักท่องเที่ยวแบบแบ็กแพ็กส่วนใหญ่เป็นชาวตะวันตก แต่ตอนนี้กลับเป็นชาวจีนแทน ขณะเดียวกัน นักท่องเที่ยวจีนยังกล้าผจญภัยมากขึ้น โดยมักหาทัวร์แบบไปเช้าเย็นกลับ และจองที่พักเองผ่านโทรศัพท์มือถือ

ความเคลื่อนไหวและข้อมูลตัวเลขการท่องเที่ยวนี้ ฉายแววถึงการแข่งขันดุเดือดในธุรกิจท่องเที่ยว ซึ่งประเทศต่าง ๆ จะพยายามชิงตำแหน่งเดสติเนชั่นสุดโปรดแห่งใหม่ของนักท่องเที่ยวจีนแทนญี่ปุ่น