ปลุกท่องเที่ยว-ปลุกเศรษฐกิจ
บทบรรณาธิการ
เข้าสู่กลางไตรมาส 3 แล้ว ท่ามกลางปัญหาร้อนแรงทั้งภูมิรัฐศาสตร์ตะวันออกกลาง ส่งผลถึงราคาน้ำมันที่กลับมาปรับเพิ่มขึ้น สำหรับประเทศไทยพอทำใจได้กับราคาพลังงานที่ปรับขึ้น ๆ ลง ๆ และเตรียมแผนรับมือไว้ประมาณหนึ่ง โดยเฉพาะโครงการไทยช่วยไทยพลัส หรือ 60-40 ที่ส่งเงินเข้ากระเป๋าคนไทยเดือนละ 1,000 บาท ไปถึงเดือนกันยายน ทำให้ผู้ที่ได้รับสิทธิพอหายใจหายคอโล่งขึ้นบ้าง และคาดหวังกับไตรมาสสุดท้ายของปี ซึ่งเป็นช่วงจับจ่ายครั้งใหญ่ มีรายได้จากนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติกระจายไปยังพื้นที่ต่าง ๆ มากขึ้น
ในงาน “Thailand Tourism Outlook 2026-2027” จัดโดยเครือมติชน มีหลายภาคส่วนทั้งรัฐ-เอกชนขึ้นเวทีเสวนา ต่างแสดงมุมมองและความคิดเห็นต่อภาพรวมการท่องเที่ยวไทยในด้านต่าง ๆ ที่ยังมีความหวัง และแนวทางชัดเจนในช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้และปีหน้า รวมถึงตัวเลขการท่องเที่ยวในช่วงครึ่งปีแรก ตลาดภายในประเทศมีจำนวนนักท่องเที่ยว 143.86 ล้านคน/ครั้ง เพิ่มขึ้น 2.15% สร้างรายได้ 6 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.46%
ส่วนตลาดนักท่องเที่ยวต่างประเทศในไทยมีราว ๆ 17 ล้านคน แบ่งเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติจากตลาดระยะไกลจำนวน 5.6 ล้านคน และนักท่องเที่ยวต่างชาติจากตลาดระยะใกล้ มีจำนวน 11.95 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วน 67% จีนยังมีจำนวนมากที่สุด และน่าจะยิ่งดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง แต่ยังมีปัจจัยลบที่ต้องติดตาม ทั้งราคาพลังงานทำให้การเดินทางแพงขึ้น และประเทศคู่แข่ง
อย่างไรก็ตามด้วยช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม ที่ถือเป็นโลว์ซีซั่นของการท่องเที่ยว ทำให้นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เร่งดันบิ๊กโปรเจ็กต์กระตุ้นท่องเที่ยวผ่าน “ไทยเที่ยวไทยพลัส” โดยมีแนวทางเข้าหารือกับนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รมว.คลัง ขอจัดสรรงบประมาณภายใต้ พ.ร.ก.กู้เงิน แทนการโยกงบฯกลางปีมาอัดฉีดเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจท่องเที่ยวทันที เพราะเกรงว่ากว่าจะผ่านงบฯกลางออกมาได้อาจล่าช้าเกินไป
ขณะที่ภาคเอกชนเร่งให้รัฐออกมาตรการภายในเดือนกันยายน เพื่อรับมือกับภาพรวมท่องเที่ยวที่ลดลง และคาดหวังกับการท่องเที่ยวภายในประเทศผ่านโครงการไทยเที่ยวไทยพลัส ที่เป็นรูปแบบโคเพย์เมนต์ ร่วมกันจ่ายระหว่างรัฐและประชาชน เพราะในอดีตพิสูจน์แล้วว่าการออกมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวสามารถช่วยดันภาพรวมเศรษฐกิจดีขึ้น กระจายรายได้เข้าสู่กลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เพื่อประคองให้ผ่านพ้นช่วงนี้ไปก่อน
นอกเหนือจากการกระตุ้นผ่านแคมเปญต่าง ๆ ก่อนเตรียมรับท่องเที่ยวช่วงไฮซีซั่น สิ่งสำคัญไม่น้อยกว่าคือ การจัดระเบียบกลุ่มบุคคลในธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ทั้งที่พัก ร้านอาหาร รถโดยสาร จำเป็นต้องควบคุมราคาให้เหมาะสม ป้องกันการเอาเปรียบ และสำคัญที่สุดเรื่องความปลอดภัย ทั้งรัฐและเอกชนต้องร่วมมือกันกวดขัน ให้เครื่องยนต์เศรษฐกิจอย่างการท่องเที่ยวเดินหน้าเต็มกำลัง เพื่อชดเชยในภาคส่วนอื่น ๆ ที่ประสบปัญหาและบางส่วนก็อ่อนแรงเต็มทน