เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
SET เปิดลบ 8 จุด “กรุงศรี” ชี้น้ำท่วมยังกดดัน ลุ้นท่องเที่ยว-ลงทุนรัฐหนุน
Finance SET เปิดลบ 8 จุด “กรุงศรี” ชี้น้ำท่วมยังกดดัน ลุ้นท่องเที่ยว-ลงทุนรัฐหนุน
ม.พายัพ-ทีวา ลุย “Raising Lanna” ดันธุรกิจท้องถิ่นเติบโตยั่งยืน
เศรษฐกิจภูมิภาค ม.พายัพ-ทีวา ลุย “Raising Lanna” ดันธุรกิจท้องถิ่นเติบโตยั่งยืน
ฟิตเนสคึกรับ HYROX ผุดคลาส-ฟื้นฟูชิงดีมานด์
Business ฟิตเนสคึกรับ HYROX ผุดคลาส-ฟื้นฟูชิงดีมานด์
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (7 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (7 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
เนเน่ รอยัล ซูเปอร์ ซอฟต์พาวเวอร์
Biz Movement เนเน่ รอยัล ซูเปอร์ ซอฟต์พาวเวอร์
ราคาทองวันนี้ (7 ต.ค. 69) คงที่ ทองรูปพรรณ 66,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (7 ต.ค. 69) คงที่ ทองรูปพรรณ 66,900 บาท
ค่าเงินบาทวันนี้ (7 ต.ค. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.62 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (7 ต.ค. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.62 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
เกมอนุรักษนิยม (หมดอายุ)  เขย่าเครือข่าย ‘อำนาจสีน้ำเงิน’
Politics เกมอนุรักษนิยม (หมดอายุ)  เขย่าเครือข่าย ‘อำนาจสีน้ำเงิน’
จุดคอขวดอีกแห่ง นอกเหนือจาก ‘ฮอร์มุซ’
World จุดคอขวดอีกแห่ง นอกเหนือจาก ‘ฮอร์มุซ’
เปิดที่มา ‘ไท่หยาง ซาง’ ปริศนาเงินพันล้านโยงคริปโตพัง
Tech เปิดที่มา ‘ไท่หยาง ซาง’ ปริศนาเงินพันล้านโยงคริปโตพัง
ดูทั้งหมด

ผมร่วงในผู้ป่วยมะเร็งเต้านม

04 พ.ค. 2566 | 12:30น.
คอลัมน์ : SD Talk
ผู้เขียน : พ.ต.ท.หญิงจาฏุพัจน์ สวัสดิสาร-เรื่อง 
พยาบาล (สบ ๓) กลุ่มงานพยาบาล รพ.ตร.

ปัจจุบันการรักษามะเร็งเต้านมมีความก้าวหน้ามากขึ้นเป็นลำดับ มีการรักษาในหลายวิธี ได้แก่ การรักษาด้วยวิธีการผ่าตัด รังสีรักษาหรือการฉายแสง การให้เคมีบำบัด การรักษาด้วยฮอร์โมน และการรักษาทางชีววิทยา หรือเป้าหมายเฉพาะ ซึ่งการรักษาแต่ละวิธีขึ้นอยู่กับชนิด ขนาด และระดับของการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง

สำหรับการรักษาด้วยการให้ยาเคมีบำบัด มีวัตถุประสงค์เพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตและการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง และเพิ่มอัตราการรอดชีวิตของผู้ป่วย แต่ในขณะเดียวกัน ยาเคมีบำบัดก็มีผลทำลายเนื้อเยื่อปกติด้วย ทำให้ผู้ป่วยต้องเผชิญกับอาการข้างเคียงจากการรักษา

ภายหลังได้รับเคมีบำบัดผู้ป่วยจะมีอาการคลื่นไส้อาเจียน เหนื่อยล้า นอนไม่หลับ ปวดตามร่างกาย หรือมีอาการชาตามปลายมือปลายเท้า มีอาการร้อนวูบวาบ อาการหมดประจำเดือน น้ำหนักลด ผอมลง ผมร่วง และศีรษะล้าน มีการเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์มากขึ้น จนผู้ป่วยรู้สึกอับอาย บางรายอาจมีอาการซึมเศร้า ขาดความเชื่อมั่นและสูญเสียคุณค่าในตนเอง ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในชีวิตของผู้ป่วย

เพราะนอกจากการสูญเสียเต้านม ซึ่งเป็นเอกลักษณ์สำคัญของความเป็นสตรีแล้ว ยังสูญเสียภาพลักษณ์จากอาการผมร่วง ศีรษะล้าน ทำให้ผู้ป่วยมีความเครียด ความวิตกกังวล มีความรู้สึกโกรธ หงุดหงิด ซึมเศร้า หรือมีอารมณ์แปรปรวน อีกทั้งการรักษาด้วยเคมีบำบัดทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการเหนื่อยล้ามากกว่าปกติ ซึ่งมีความสัมพันธ์กับอาการนอนไม่หลับ อาการร้อนวูบวาบ รวมถึงอาการเหงื่อออกมากตอนกลางคืน

อาการต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม (โสรัจญา สุริยันต์, 2558) อาการผมร่วงเป็นอาการที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ให้ยาเคมีบำบัดสูตร AC ซึ่งประกอบด้วย ยา 2 ตัวคือ doxorubicin และ cyclophosphamide เป็นยาเคมีบำบัดสำหรับฉีดเข้าทางหลอดเลือดดำทุก 3 สัปดาห์ นับเป็น 1 รอบ นาน 4 รอบ โดยระยะเวลาในการให้ยานานประมาณสองชั่วโมง (ปิยะวดี นิลเสน, 2562)

ทั้งนี้ อาการผมร่วงจะเกิดภายหลังได้ยาเคมีบำบัด 2-3 สัปดาห์ โดยทั่วไปคนไข้มักจะสังเกตได้ว่าผมร่วงมากกว่าปกติ หรือดูบางลง แต่ในรายที่ได้ยาที่ทำให้ผมร่วงมาก ๆ มักจะมีช่วงแรกที่ผมร่วงพร้อม ๆ กัน โดยจะเกิดในวันที่ 10-14 หลังได้ยาครั้งแรก (สมถวิล ลูกรักษ์, แม้นมนา จิระจรัส, สุวรรณี สิริเลิศตระกูล และจิต ประภา คนมั่น, 2556) ซึ่งส่งผลให้ผู้ป่วยเกิดความกลัวว่าจะสูญเสียความงามและภาพลักษณ์ที่น่าดึงดูดใจ

เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของภาพลักษณ์ที่เกิดขึ้นถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ เพราะหากผู้ป่วยไม่สามารถยอมรับต่อการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น อาจมีความวิตกกังวล เกิดการแยกตัวจากสังคม และเกิดอาการซึมเศร้าตามมา

การรักษามะเร็งเต้านมจากการให้ยาเคมีบำบัดจนเกิดภาวะผมร่วง จึงทำให้ผู้ป่วยเกิดความทุกข์ทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ การเกิดผมร่วงจากการได้รับยาเคมีบำบัดไม่ใช่ภาวะที่คุกคามต่อชีวิต แต่มีผลกระทบทางด้านจิตใจ อารมณ์ จากการเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์

แม้ว่าสามารถปกปิดได้ด้วยการใช้วิกผม แต่ก็พบว่าทำให้ไม่สุขสบาย และสามารถรู้ได้ง่ายว่าไม่ใช่เส้นผมจริง การงอกใหม่ของเส้นผมหลังให้ยาเคมีบำบัดครบทั้งหมดต้องใช้เวลาหลายเดือน และอาจจะมีสภาพเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

และยังเป็นสัญลักษณ์เป็นสิ่งที่คอยเตือนของการป่วยเป็นมะเร็งเต้านม ทำให้มีผลต่อคุณภาพชีวิต การตัดสินใจยอมรับหรือปฏิเสธการรักษา สืบเนื่องจากการให้ยาเคมีบำบัดในกลุ่มผู้ป่วยมะเร็งเต้านมในปัจจุบันให้บริการแบบผู้ป่วยนอก โดยใช้ระยะเวลาประมาณ 2-4 ชั่วโมง หรือแม้แต่การให้บริการแบบผู้ป่วยในก็ใช้ระยะเวลาไม่นาน

อาการข้างเคียงจึงเกิดขึ้นที่บ้านเป็นส่วนใหญ่ ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ได้รับยาเคมีบำบัดจึงมีความต้องการความรู้ในการดูแลตนเองเพื่อป้องกันและจัดการผลข้างเคียงจากยาเคมีบำบัด รวมทั้งการป้องกันและบรรเทาความรุนแรงของการหลุดร่วงของเส้นผม ควบคู่ไปกับความจำเป็นในการพัฒนาความสามารถในการดูแลตนเอง เพื่อตอบสนองความต้องการการดูแลที่เกิดขึ้นดังกล่าว

ผู้ป่วยจึงต้องรับผิดชอบในการดูแลตนเองโดยตรง ร่วมกับมีแรงจูงใจที่จะทำให้ผู้ป่วยมารับยาอย่างต่อเนื่องแม้เกิดอาการข้างเคียง ด้วยเหตุผลนี้ผู้วิจัยจึงสนใจศึกษาการจัดการภาวะผมร่วงในผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ให้ยาเคมีบำบัดสูตร AC ที่เข้ารับการรักษาที่หน่วยเคมีบำบัด โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อทราบวิธีการดูแลตนเองของผู้ป่วยมะเร็งเต้านมเมื่อเกิดภาวะผมร่วง แล้วเกิดการแก้ปัญหาอย่างไรที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย

เพื่อใช้ต่อยอดการดูแล และเป็นแนวทางในการให้คำแนะนำให้ผู้ป่วยรายใหม่ที่กำลังจะได้รับการรักษาแล้วมีโอกาสเกิดภาวะผมร่วงหลังให้ยาเคมีบำบัด เพื่อส่งเสริมให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดี ลดความวิตกกังวล และความเครียดที่อาจเกิดขึ้น

โดยผู้ป่วยสามารถเตรียมความพร้อมในการดูแลตนเองก่อนเกิดภาวะผมร่วง มีการดูแลตนเองเพื่อการเข้าอยู่ในสังคม และสามารถจัดการตนเองหลังให้ยาเคมีบำบัดได้อย่างเหมาะสม และทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิติที่ดีขึ้น

วัตถุประสงค์การวิจัยครั้งนี้ เป็นการวิจัยเชิงพรรณนา (descriptive research) โดยศึกษาการจัดการภาวะผมร่วงในผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ให้ยาเคมีบำบัดสูตร AC ที่หน่วยเคมีบำบัด โรงพยาบาลตำรวจ และศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการรักษามะเร็งเต้านมกับการจัดการภาวะผมร่วงในผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ให้ยาเคมีบำบัด สูตร AC ที่หน่วยเคมีบำบัด โรงพยาบาลตำรวจ

ประชากรและกลุ่มตัวอย่างในการวิจัย ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้คือผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ว่าเป็นโรคมะเร็งเต้านมและให้ยาเคมีบำบัดสูตร AC ที่หน่วยเคมีบำบัด โรงพยาบาลตำรวจ โดยในปี 2564 มีผู้ป่วยจำนวนทั้งหมด 23 คน โดยกำหนดคุณสมบัติของประชากรที่ใช้ในการวิจัย

ได้แก่ ผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ว่าเป็นโรคมะเร็งเต้านม ได้รับการรักษาด้วยยาเคมีบำบัดสูตร AC (doxorubicin และ cyclophosphamide) ไปแล้ว อย่างน้อย 1 cycle และมีภาวะผมร่วง ผู้วิจัยกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่าง โดยใช้สูตรของ Yamane (1973) จำนวนกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เท่ากับ 22 คน ใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (purposive sampling) โดยสุ่มเลือกกลุ่มตัวอย่างจากผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ได้รับยาเคมีบำบัดสูตร AC ไปแล้วอย่างน้อย 1 cycle ที่หน่วยเคมีบำบัด โรงพยาบาลตำรวจ และเกิดภาวะผมร่วง

สำหรับเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือแบบสอบถาม โดยลักษณะของแบบสอบถามเป็นแบบตรวจสอบรายการ (check list) และเติมคำลงในช่องว่าง แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ดังนี้ ส่วนที่ 1 แบบสอบถามเกี่ยวกับข้อมูลทั่วไป ได้แก่ อายุ ค่าดัชนีมวลกาย สถานภาพ การศึกษา อาชีพ สิทธิ์การรักษา รายได้ต่อเดือน และการมีผู้ดูแลผู้ป่วย รวมข้อคำถามจำนวน 8 ข้อ

ส่วนที่ 2 แบบสอบถามเกี่ยวกับการรักษามะเร็งเต้านมในผู้ป่วยมะเร็งเต้านม ได้แก่ การได้รับการวินิจฉัยระยะมะเร็งเต้านม ครั้งที่ได้รับยาเคมีบำบัด การรับรู้การเกิดภาวะผมร่วง และการเกิดภาวะผมร่วงหลังให้ยาเคมีบำบัด รวมข้อคำถามจำนวน 4 ข้อ ส่วนที่ 3 แบบสอบถามเกี่ยวกับการจัดการภาวะผมร่วงในผู้ป่วยมะเร็งเต้านม ได้แก่ การวางแผนล่วงหน้าหากเกิดภาวะผมร่วง การทราบข้อมูลการดูแลตนเอง การทราบถึงแหล่งข้อมูลการดูแลตนเอง การจัดการเมื่อเกิดภาวะผมร่วง การทราบและใช้บริการช่วยเหลือที่หน่วยเคมีบำบัด รวมข้อคำถามจำนวน 5 ข้อ

การวิเคราะห์ข้อมูล ผู้วิจัยวิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติ (statistical software) โดยแบ่งการวิเคราะห์ข้อมูลได้ดังนี้

หนึ่ง การวิเคราะห์ข้อมูลทั่วไป ได้แก่ อายุ ค่าดัชนีมวลกาย สถานภาพ การศึกษา อาชีพ สิทธิ์การรักษา รายได้ต่อเดือน การมีผู้ดูแลผู้ป่วย ใช้การแจกแจงความถี่ (frequency) และร้อยละ (percentage)

สอง การวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับการรักษามะเร็งเต้านมในผู้ป่วยมะเร็งเต้านม ได้แก่ การได้รับการวินิจฉัยระยะมะเร็งเต้านม ครั้งที่ได้รับยาเคมีบำบัด การรับรู้การเกิดภาวะผมร่วง และการเกิดภาวะผมร่วงหลังให้ยาเคมีบำบัด ใช้การแจกแจงความถี่ (frequency) และร้อยละ (percentage)

สาม การวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการภาวะผมร่วงในผู้ป่วยมะเร็งเต้านม ได้แก่ การวางแผนล่วงหน้าหากเกิดภาวะผมร่วง การรับรู้ข้อมูลการดูแลตนเอง การรับรู้ถึงแหล่งข้อมูลการดูแลตนเอง การจัดการเมื่อเกิดภาวะผมร่วง การรับรู้และใช้บริการช่วยเหลือที่หน่วยเคมีบำบัด ใช้การแจกแจงความถี่ (frequency) และร้อยละ (percentage)

สี่ การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างการรักษามะเร็งเต้านมกับการจัดการภาวะผมร่วงในผู้ป่วย มะเร็งเต้านมที่ให้ยาเคมีบำบัดสูตร AC ที่หน่วยเคมีบำบัด โรงพยาบาลตำรวจ โดยใช้สถิติทดสอบไคสแควร์ ค่านัยสำคัญทางสถิติกำหนดไว้ที่ระดับ .05

สรุปผลการวิจัย ผลการสอบถามกลุ่มตัวอย่างผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ให้ยาเคมีบำบัดสูตร AC ที่หน่วยเคมีบำบัด โรงพยาบาลตำรวจ จำนวน 22 คน สรุปได้ว่ากลุ่มตัวอย่างมีอายุต่ำสุด 36 ปี มีอายุสูงสุด 78 ปี มีอายุเฉลี่ย 56 ปี ส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง 51-60 ปี คิดเป็นร้อยละ 36.4

ค่าดัชนีมวลกายอยู่ในช่วง 18.50-22.90 กก/ม 2 คิดเป็นร้อยละ 54.5 ส่วนใหญ่มีสถานภาพมีคู่ คิดเป็นร้อยละ 54.5 การศึกษาระดับปริญญาตรี คิดเป็นร้อยละ 54.6 มีอาชีพค้าขาย คิดเป็นร้อยละ 27.3 ใช้สิทธิ์การรักษาประกันสุขภาพถ้วนหน้า คิดเป็นร้อยละ 31.8

กลุ่มตัวอย่างมีรายได้ต่ำสุดคือไม่มีรายได้ ส่วนมีรายได้สูงสุด 120,000 บาท มีรายได้เฉลี่ย 30,750 บาท ส่วนใหญ่มีรายได้ต่อเดือนระหว่าง 10,000-20,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 27.3 และทั้งหมดมีผู้ดูแลผู้ป่วย คิดเป็นร้อยละ 100.0 โดยส่วนใหญ่มีผู้ดูแลคือสามี คิดเป็นร้อยละ 39.3

กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ได้รับการวินิจฉัยมะเร็งเต้านมในระยะลุกลาม stage 3 คิดเป็นร้อยละ 50.0 ได้รับยาเคมีบำบัดครบแล้ว คิดเป็นร้อยละ 68.2 กลุ่มตัวอย่างทั้งหมดร้อยละ 100.0 ทราบถึงการเกิดภาวะผมร่วงหลังให้ยาเคมีบำบัด

กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีการวางแผนล่วงหน้าหากเกิดภาวะผมร่วง คิดเป็นร้อยละ 90.9 ทราบถึงข้อมูลการดูแลตนเองมาก่อน คิดเป็นร้อยละ 68.2 ส่วนใหญ่รับรู้ถึงแหล่งข้อมูลการดูแลตนเองจากแพทย์และพยาบาล มีเท่ากันคิดเป็นร้อย ละ 27.5 มีวิธีการจัดการเมื่อเกิดภาวะผมร่วง โดยการโกนผมออกให้หมด การดูแลทำความสะอาดหนังศีรษะให้สะอาดเสมอ และการสวมหมวก, หาผ้าโพกศีรษะมีเท่ากัน คิดเป็นร้อยละ 28.4 และส่วนใหญ่ทราบถึงบริการช่วยเหลือที่หน่วยเคมีบำบัดแต่ไม่เคยใช้บริการ คิดเป็นร้อยละ 59.1

สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างการวางแผนล่วงหน้า หากเกิดภาวะผมร่วงกับการจัดการเมื่อเกิดภาวะผมร่วงของผู้ป่วยมะเร็งเต้านม พบว่ากลุ่มตัวอย่างมีการวางแผนล่วงหน้าหากเกิดภาวะผมร่วงจำนวน 20 คน โดยทั้งหมดร้อยละ 100.0 มีการจัดการเมื่อเกิดภาวะผมร่วงด้วยวิธีการโกนผมออกให้หมด เป็นอันดับแรก

สำหรับกลุ่มตัวอย่างที่ไม่มีการวางแผนล่วงหน้าหากเกิดภาวะผมร่วงจำนวน 2 คน ทั้งหมดร้อยละ 100.0 มีการจัดการเมื่อเกิดภาวะผมร่วงด้วยวิธีการดูแลทำความ สะอาดหนังศีรษะให้สะอาดเสมอ และการสวมหมวก, หาผ้าโพกศีรษะ เป็นอันดับแรกจำนวนเท่ากัน

ผลการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างการรักษามะเร็งเต้านม กับการจัดการภาวะผมร่วงในผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ให้ยาเคมีบำบัดสูตร AC ที่หน่วยเคมีบำบัด โรงพยาบาลตำรวจ การทดสอบสมมติฐานพบว่า ครั้งที่ได้รับยาเคมีบำบัดมีความสัมพันธ์กับการจัดการเมื่อเกิดภาวะผมร่วง โดยการดูแลทำความสะอาดหนังศีรษะให้สะอาดเสมอในผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ให้ยาเคมีบำบัดสูตร AC ที่หน่วยเคมีบำบัด โรงพยาบาลตำรวจ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .05

ข้อเสนอแนะการวิจัย 1) แพทย์และพยาบาลควรให้ข้อมูลกับผู้ป่วยก่อนการรักษาด้วยเคมีบำบัด ทั้งยาเคมีบำบัดที่ได้รับ รวมถึงโอกาสที่จะเกิดผมร่วงจากสูตรยาเคมีบำบัดนั้น ๆ การรับทราบข้อมูลว่าจะเกิดอะไรขึ้นอาจจะทำให้ผู้ป่วยเกิดความกลัวน้อยลงจากภาวะผมร่วงได้

2) หน่วยเคมีบำบัดควรจัดทำคู่มือในการดูแลตนเองหลังเกิดภาวะผมร่วงจากเคมีบำบัดให้กับผู้ป่วย และการสอนการดูแลตนเองเพื่ออำนวยความสะดวกในการรับมือและปรับตัวกับผมร่วงเนื่องจากเคมีบำบัด เนื่องจากภาวะผมร่วงมักจะเกิดขึ้นเมื่อผู้ป่วยกลับไปอยู่ที่บ้านแล้ว

3) หน่วยเคมีบำบัดควรส่งเสริมแรงสนับสนุนทางสังคมของผู้ป่วย ได้แก่ สามี ครอบครัว หรือญาติพี่น้องเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลผู้ป่วยให้มีความรู้สึกอบอุ่น มีกำลังใจในการรักษาด้วยยาเคมีบำบัด และพร้อมจะจัดการกับภาวะผมร่วงเพื่อการดำเนินชีวิตต่อไป

4) พยาบาลควรมีบทบาทสำคัญในการให้คำแนะนำและคำปรึกษาถึงการจัดการภาวะผมร่วง เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถหารือเกี่ยวกับปัญหาใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในการใช้ชีวิตประจำวันได้ 5) พยาบาลควรแนะนำถึงจุดบริการหน่วยเคมีบำบัดเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยจากภาวะผมร่วง และจัดทำป้ายจุดบริการให้ชัดเจน เพื่อให้ผู้ป่วยใช้บริการวิกผม หมวก ผ้าคลุมผมอย่างทั่วถึง

เอกสารอ้างอิง-ปิยะวดี นิลเสน. (2562), คู่มือการดูแลตนเอง สำหรับผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่รับการรักษาด้วยยาเคมีบำบัด “สูตรเอ ซี (AC regimen)” คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, สมถวิล ลูกรักษ์, แม้นมนา จิระจรัส, สุวรรณี สิริเลิศตระกูล และจิตประภา คนมั่น (2556), คู่มือการดูแลตนเองขณะได้รับยาเคมีบำบัด, ศูนย์มะเร็ง คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี, โสรัจญา สุริยันต์ (2558), ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อคุณภาพชีวิตผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ได้รับเคมีบำบัด : แบบจําลอง เชิงสาเหตุ, วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ, 33(4), 131-140. https://he01.tcithaijo.org/index.php/jnat-ned/article/view/49016/40704 Yamane, T. (1973), Statistics : An introductory analysis (3rd ed.), Harper and Row Publications.

แท็กที่เกี่ยวข้อง

มะเร็งเต้านม