คอลัมน์ : SD Talk ที่มา : มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์-มหาวิทยาลัยมหิดล
ใครที่เคยเรียน หรือเป็นศิษย์เก่า ม.อ. (มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์) อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา คงจะคุ้นชินกับพื้นที่ที่เคยอยู่ หรือใครที่เคยสัญจรไปมาผ่านทำเลย่านดังกล่าว คงจะรู้แล้วว่า ทำไม ม.อ.หาดใหญ่น้ำไม่ท่วม เหมือนทำเลตัวเมืองที่เกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ของภาคใต้
ที่ตั้งของ ม.อ. จึงถือเป็นชัยภูมิที่ดี อยู่รอดปลอดภัยในวันที่ฝนตกข้ามวันข้ามคืน และเกิดน้ำทะเลหนุน ทำให้รอบทิศมีแต่น้ำ น้ำ และน้ำ
จากข้อมูลระบุว่า “เขาคอหงส์” เปรียบเสมือนสวนหลังบ้านของชาวเมืองหาดใหญ่ ที่ทอดตัวเป็นแนวยาว ให้ทิวทัศน์สวยงาม
ขณะที่ตัวเมืองหาดใหญ่ ตั้งอยู่ในพื้นที่ “แอ่งกระทะ” เป็นหุบที่ล้อมด้วยภูเขา มีทางออกหรือทางไหลของน้ำคือ ทะเลสาบสงขลา ส่วน ม.อ.หาดใหญ่ ตั้งอยู่บนเชิงเขาคอหงส์ เป็นพื้นที่ทำเลที่อยู่สูงเหนือแอ่งกระทะของเมือง
แต่ในอดีตก็เคยเผชิญกับเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่มาแล้ว 3 ครั้ง เมื่อปี 2531, 2543 และ 2553
จากบทเรียนครั้งอดีต ทำให้ทางมหาวิทยาลัยคิดและวางแผนสร้างคันกั้นน้ำ เพื่อป้องกันปัญหามวลน้ำจู่โจม โดยบริหารจัดการ “ระบบระบายน้ำ” อย่างเป็นเรื่องเป็นราว
แม้จะเกิดน้ำทะลักจากเขาคอหงส์ เมื่อมวลน้ำไหลผ่าน ม.อ. ก็จะไหลสู่เมืองที่เป็นพื้นที่ต่ำตามธรรมชาติของชัยภูมิ
เดิมที รัฐบาลมีนโยบายจะพัฒนาภาคใต้ โดยมีมติให้สร้าง “มหาวิทยาลัยภาคใต้” ตั้งแต่สมัย 60 กว่าปีก่อน พร้อมทำการสำรวจสถานที่ก่อสร้างไว้ที่อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี แต่มีอันต้องเลิกล้มไป
คณะกรรมการชุดใหม่เห็นว่า ยังควรมีมหาวิทยาลัยในภาคใต้ จึงต้องหาสถานที่ก่อสร้างใหม่ และได้พื้นที่บริเวณ ตำบลรูสะมิแล อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี ทั้งหมายมั่นให้มีคณะวิศวกรรมศาสตร์ และคณะอื่น ๆ
โดยจัดสรรงบประมาณ 30 ล้านบาท ในปี 2509 ต่อมา พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานนามว่า “มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์”
อาคารบางส่วนสร้างเสร็จปี 2510 ศ.ดร.สตางค์ มงคลสุข รับหน้าที่เป็นรองอธิการบดี เดินทางไปตรวจอาคารที่ปัตตานี พบว่า พื้นที่บริเวณดังกล่าวไม่เหมาะสมที่จะสร้างเป็นอาคารของคณะวิศวกรรมศาสตร์ เพราะสภาพพื้นดินเป็นที่ลุ่มและดินอ่อน เกรงว่าจะไม่สามารถรองรับน้ำหนักของเครื่องจักร รวมถึงน้ำหนักของอาคารใหญ่ คือ คณะวิศวกรรมศาสตร์
ที่สำคัญ บริเวณดังกล่าวอยู่ติดชายทะเล มีทั้งความชื้นและไอน้ำจากทะเลภาคใต้ อาจจะทำให้เครื่องมือและอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เป็นโลหะ และเครื่องอิเล็กทรอนิกส์เสื่อมสภาพได้ จึงปรับให้ที่ปัตตานี เป็นคณะศึกษาศาสตร์-สังคมศาสตร์ แล้วจัดหาที่แห่งใหม่ เพื่อตั้งเป็นคณะวิศวกรรมศาสตร์แทน
โดยมี คุณหญิงหลง อรรถกระวีสุนทร มอบที่ดินจำนวน 690 ไร่ บริเวณเชิงเขาคอหงส์ ให้ทางการสร้างสถาบันการศึกษา ม.อ.หาดใหญ่ จากวันนั้นถึงวันนี้ ม.อ.หาดใหญ่ ได้มีส่วนช่วยคนใต้ และผู้ประสบภัยจากน้ำท่วมครั้งใหญ่ โดยเป็นศูนย์พักพิงของผู้ประสบภัยนับหมื่น ๆ คน รวมถึงจิตอาสาหลากหลายค่ายหลากหลายชีวิตได้มาอยู่รวมกัน