ขึ้นค่าแรงทุบ เศรษฐกิจบอบช้ำ ย้ายฐานผลิต-ลงทุนโรบอต 4 แสนล้านแทนคน

ขึ้นค่าแรง
อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา, ฤดี เอื้อจงประสิทธิ์, อุทัย อุทัยแสงสุข

สืบเนื่องจากมหันตภัยไวรัสร้ายเริ่มแพร่ระบาดเมื่อ 2 ปีกว่าผ่านมา จึงทำให้ธุรกิจทั้งระบบล้มหายตายจาก บางองค์กรต้องปรับโครงสร้างขนาดองค์กรให้เล็กลง ขณะที่บางองค์กรจำต้องยุบแผนก หน่วยงาน จนท้ายที่สุดจึงเริ่มใช้เอาต์ซอร์ซ และหุ่นยนต์เข้ามาทดแทนกำลังคน จนทำให้แรงงานหลายภาคส่วนต้องอพยพถิ่นฐานกลับต่างจังหวัด

ไม่เว้นแม้แต่แรงงานต่างด้าวก็ต้องเดินทางกลับประเทศ ซึ่งถึงทุกวันนี้ ยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จากทั่วโลก และประเทศไทยทำท่าว่าจะดีขึ้น แต่กลับมีภัยสงครามรัสเซีย-ยูเครนเข้ามาเป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญ จนทำให้ตลาดราคาน้ำมันโลก และตลาดราคาน้ำมันในประเทศไทยเกิดความผันผวน กระทั่งส่งผลต่อเศรษฐกิจโลก และเศรษฐกิจไทยจำต้องหยุดชะงักอีก

ยิ่งมาบวกกับการเรียกร้องการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำของคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) และสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) ที่ต้องการปรับค่าแรงในอัตรา 492 บาทต่อวัน ยิ่งทำให้เกิดความกังวลยิ่งขึ้นด้วยว่าอนาคตของภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ต่าง ๆ ที่มีจำนวนแรงงานตั้งแต่ 5,000-10,000 คนขึ้นไปคงตกที่นั่งลำบาก

หลายอุตสาหกรรมคงต้องเปิดโครงการ “จำใจจาก” หรือคงต้องปลดพนักงานบางส่วน เพื่อหันไปใช้หุ่นยนต์แทนกำลังคนโดยเร็ว

ค่าแรงปัจจัยเสี่ยงย้ายฐานผลิต

“อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา” กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท สลิงชอท กรุ๊ป จำกัด บริษัทที่ปรึกษา และพัฒนาผู้นำอันดับต้น ๆ ของประเทศไทยกล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า นับจากนี้ไปการบริหารองค์กรยุคใหม่ไม่จำเป็นต้องใช้กำลังคนเยอะอีกต่อไปแล้ว เพราะประสบการณ์จากโควิด-19 ทำให้ผู้นำองค์กรรู้แล้วว่าวิธีการทำงานแบบไฮบริด (hybrid working) เป็นวิธีทำงานดีที่สุด

“ผมมองว่าสิ่งที่น่าเป็นห่วงขณะนี้คือการปรับค่าแรงขั้นต่ำ 492 บาทที่จะมีผลราวเดือนสิงหาคม-กันยายน แม้ทุกคนจะทราบดีว่าถ้าเกิดปรับค่าแรงกันจริง ๆ คงไม่น่าจะถึงในอัตรานี้ แต่กระนั้นก็ทำให้ภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่จำเป็นต้องเตรียมรับมือเพื่อนำหุ่นยนต์เข้ามาทดแทนกำลังคน

ผมว่าตรงนี้น่าจะทำให้แรงงานอีกบางส่วนหายไป ขณะเดียวกันอาจทำให้บางอุตสาหกรรมหาทางออกด้วยการย้ายฐานการผลิตไปผลิตที่ประเทศอื่นที่ค่าแรงถูกกว่า”

ขณะที่บางอุตสาหกรรม หรือบางบริษัทที่มีจำนวนแรงงานไม่มาก อาจปรับโครงสร้างองค์กร โดยหันไปสร้าง project team มากขึ้น ในการหมุนเวียน และสร้างหัวหน้าทีมขึ้นมาเพื่อดูแล และทำโปรเจ็กต์นั้น ๆ ให้แล้วเสร็จ คล้าย ๆ กับการลงแขกของภาคการเกษตร

ดังนั้น ภาพของการรับคนเพิ่มในช่วงเปิดประเทศ จึงมีแต่ภาคธุรกิจบริการ ร้านอาหาร ธุรกิจโรงแรมท่องเที่ยว แต่สำหรับภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่นั้น ผมมองว่ายังไงเขาต้องนำหุ่นยนต์เข้ามาทดแทนแน่นอน

เซ็นทรัลใช้หุ่นยนต์เสริมทัพ

“ฤดี เอื้อจงประสิทธิ์” Head of People Branding & Communication กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า พนักงานของกลุ่มเซ็นทรัลมีกว่า 7 หมื่นคน เราให้ความสำคัญกับการผสมผสานความหลากหลายในทุก ๆ เจเนอเรชั่น ทั้ง Gen Y Gen X และ Baby Boom

Advertisement

สำหรับแผนบริหารคนปี 2565 กลุ่มเซ็นทรัลตั้งใจปรับเปลี่ยนการบริหารทรัพยากรบุคคล โดยมุ่งสู่การเป็น digitalize transformation ด้วยการนำเทคโนโลยี และการสื่อสารผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์มมาปรับใช้กับการทำงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และสร้างความคล่องตัว อันสอดคล้องกับเทรนด์การบริหารคนยุคใหม่

“ซึ่งเราจะสื่อสารภายในองค์กรมากขึ้น ทั้งยังมีการนำเทคโนโลยีมาช่วย เช่น workplace, chat bot รวมถึงระบบ digital HR ที่สามารถให้พนักงานแจ้งเรื่องขาดงาน ลางาน การพักร้อน และการเบิกสวัสดิการต่าง ๆ สะดวก และรวดเร็วมากขึ้น”

ขณะเดียวกัน ธุรกิจรีเทลของกลุ่มซ็นทรัลตัดสินใจนำหุ่นยนต์บริการอัจฉริยะ (AI service robot) ที่ตั้งชื่อว่า “น้องเต็มใจ” มาช่วยเสริมทัพ ตามนโยบาย digital transformation ของบริษัท เพื่อช่วยพนักงานที่ท็อปส์ มาร์เก็ต และเซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ 21 สาขาทั่วประเทศ

ทั้งนี้ วัตถุประสงค์ของการใช้หุ่นยนต์ไม่ใช่การแทนที่พนักงาน แต่เป็นการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้าเชื่อมโลก robotics จนทำให้ธุรกิจของกลุ่มเซ็นทรัลเป็น center of life ทั้งยังช่วยเพิ่มศักยภาพทางการแข่งขันในยุคโควิด-19 ที่ให้ความสำคัญกับการเว้นระยะห่างทางสังคม โดยหุ่นยนต์จะทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยพนักงานแนะนำสินค้าต่าง ๆ ให้ลูกค้า ทั้งยังเป็นผู้ช่วยนำทางลูกค้าไปยังแผนกที่ต้องการ

แสนสิริบริหารต้นทุน-ไม่ปลดพนักงาน

“อุทัย อุทัยแสงสุข” ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า วิกฤตโควิด-19 ช่วง 2 ปีผ่านมากระทบหลาย ๆ อุตสาหกรรม ซึ่งแสนสิริมีการปรับตัวมาโดยตลอด ด้วยการสร้างความยืดหยุ่นในการทำงาน แต่ทั้งนั้นจะต้องทำงานให้มีประสิทธิภาพและรวดเร็วมากขึ้น

เราไม่มีนโยบายเอาคนออก ถึงแม้ที่ผ่านมาเป็นช่วงโควิด-19 จะระบาดหนัก และมีการล็อกดาวน์ จนทำให้การดำเนินการก่อสร้างต้องหยุดชะงักก็ตาม

แต่เราจะใช้วิธีบริหารต้นทุนการก่อสร้างให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อให้ธุรกิจอยู่รอด และสามารถจ้างคนได้ ตรงนี้คือความท้าทายอย่างมากในยุคเศรษฐกิจเช่นนี้ ดังนั้น การออกแบบดีไซน์ที่พักอาศัยจึงต้องทำให้เหมาะสมกับตลาดที่มีอำนาจซื้อในช่วงนี้ เพราะเรื่องดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการพัฒนาคนในองค์กร เพื่อให้มีทักษะตอบโจทย์ธุรกิจในปัจจุบัน

ขณะนี้แสนสิริมีพนักงาน 4,000 คนที่เป็นพนักงาน full time พนักงานเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็น Gen Y และ Z กว่า 70% ที่สำคัญ ตอนนี้บริษัทไม่มีนโยบาย early retire และเกณฑ์เกษียณอายุคือ 60 ปี ถึงแม้พนักงานบางคน 60 ปีแล้ว แต่มีใจอยากทำงาน และยังมีความสามารถ เราจะพิจารณาให้ทำงานต่อได้เป็นกรณี ๆ ไป ซึ่งปัจจุบันมีอยู่พอสมควร

EEC ชี้ 5 ปีลงทุนหุ่นยนต์ 4 แสนล้าน

“ดร.ชิต เหล่าวัฒนา” ที่ปรึกษาพิเศษด้านการพัฒนาการศึกษา บุคลากรและเทคโนโลยี สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ. หรือ EEC) กล่าวว่า ตามแผนการสร้างดีมานด์สำหรับความต้องการใช้หุ่นยนต์ และระบบอัตโนมัติภายในประเทศ ขณะนี้มีแนวโน้มสูงขึ้น

โดยตั้งเป้า 5 ปีจะต้องมีการลงทุน 400,000 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้มีการลงทุนมาแล้วประมาณ 110,000 ล้านบาท ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์(system integrators : SI) มีจำนวนเพิ่มเป็น 300 บริษัท จากเดิมมีเพียงประมาณ 40 บริษัท

โดยนับตั้งแต่ปี 2564 ตามแผนคือการผลักดันให้โรงงานอุตสาหกรรมที่ตั้งอยู่ใน EEC ประมาณ 9,000-10,000 โรงงานลงทุนปรับเปลี่ยนตัวเองเป็น 4.0 ทั้งการลงทุนเรื่องเพิ่มประสิทธิภาพ ด้วยการนำ 5G ดิจิทัล หุ่นยนต์ และระบบอัตโนมัติมาใช้

นอกจากนั้น ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) รายงานยอดขอรับการส่งเสริมตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพจะเห็นได้ว่าการลงทุนปรับเปลี่ยนเครื่องจักรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในปี 2564 อยู่ที่ 7,910 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 83% จำนวน 53 โครงการ จากปี 2563 ซึ่งอยู่ที่ 4,320 ล้านบาท จำนวน 45 โครงการ

และการลงทุนด้านการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพในปี 2564 อยู่ที่ 80 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 100% จำนวน 5 โครงการ จากปี 2563 ซึ่งไม่มีการลงทุนเลย หรือ 0 บาท 0 โครงการ