เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (12 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 150 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 67,500 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (12 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 150 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 67,500 บาท
‘อนุทิน‘ พร้อมให้ซักฟอก ต.ค. ชี้ พ.ย.บินขึ้นเวทีเอเปค เชื่อใจ พท.ไม่ปล่อยมือ
Politics ‘อนุทิน‘ พร้อมให้ซักฟอก ต.ค. ชี้ พ.ย.บินขึ้นเวทีเอเปค เชื่อใจ พท.ไม่ปล่อยมือ
สั่งใต้พร้อมรับอุทกภัย แม้พัก บกปภ.ช.ช่วง IMF World Bank 2026 เยียวยาแล้ว 1.35 แสนครัวเรือน
Politics สั่งใต้พร้อมรับอุทกภัย แม้พัก บกปภ.ช.ช่วง IMF World Bank 2026 เยียวยาแล้ว 1.35 แสนครัวเรือน
“ผ้าไทย-อาหารไทย” สองทุนวัฒนธรรมไทย บนเวที IMF-World Bank สู่สายตาโลก
SD “ผ้าไทย-อาหารไทย” สองทุนวัฒนธรรมไทย บนเวที IMF-World Bank สู่สายตาโลก
‘ชาย เอี่ยมศิริ’ ขายหุ้น THAI เกือบเกลี้ยงพอร์ต! หลังถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่
Finance ‘ชาย เอี่ยมศิริ’ ขายหุ้น THAI เกือบเกลี้ยงพอร์ต! หลังถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่
หุ้นไทยวันนี้ กรอบ 1,570-1,590 จุด จับตาประชุม IMF-World Bank
Finance หุ้นไทยวันนี้ กรอบ 1,570-1,590 จุด จับตาประชุม IMF-World Bank
วันหยุด 13 ตุลาคม 2569 ขึ้นทางด่วนฟรี 3 สาย
News วันหยุด 13 ตุลาคม 2569 ขึ้นทางด่วนฟรี 3 สาย
กรณ์ เทียบเศรษฐกิจ ผ่านประชุม IMF–WorldBank
Finance กรณ์ เทียบเศรษฐกิจ ผ่านประชุม IMF–WorldBank
ค่าเงินบาทวันนี้ (12 ต.ค. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.50 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (12 ต.ค. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.50 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
‘หัวหน้างานที่ดี’ สำคัญกว่า ‘WFH’ ? งานวิจัยชี้ความสัมพันธ์ในองค์กร คือคีย์หลักความสุข
HR ‘หัวหน้างานที่ดี’ สำคัญกว่า ‘WFH’ ? งานวิจัยชี้ความสัมพันธ์ในองค์กร คือคีย์หลักความสุข
ดูทั้งหมด

“พระราชวังเดิม” วังกรุงธนบุรี ที่ประทับกษัตริย์-เจ้านาย 2 ราชธานี

28 พ.ย. 2562 | 20:03น.
พระราชวังเดิม เปิดให้เข้าชม
 รุ่งนภา พิมมะศรี : เรื่อง-ภาพ, วรพงศ์ เจริญผล : ภาพ

หากย้อนดูประวัติศาสตร์บนผืนแผ่นดินไทยของเรา เมื่อมีการย้ายราชธานีใหม่ก็ต้องมีการสร้างบ้านแปงเมืองและสร้างพระราชวังใหม่เสมอ ไล่เรียงไทม์ไลน์จากสมัยกรุงศรีอยุธยา มาสู่กรุงธนบุรี จนมาถึงกรุงรัตนโกสินทร์ แต่ละราชธานีล้วนมีพระราชวังประจำราชธานีนั้น ๆ แต่ประเด็นที่น่าสนใจอย่างหนึ่งคือ เมื่อมีการย้ายราชธานีจากกรุงธนบุรีมาเป็นกรุงรัตนโกสินทร์ และสถาปนาราชวงศ์จักรีแล้ว พระราชวังกรุงธนบุรี หรือที่ในเวลาต่อมาเรียกว่า “พระราชวังเดิม” ก็ยังคงมีบทบาทสำคัญ ถูกใช้เป็นที่ประทับของเจ้านายชั้นสูงในราชวงศ์จักรีอยู่ จึงอาจจะเรียกว่า “วัง 2 ราชธานี” ก็ยังได้

พระราชวังเดิม หรือพระราชวังกรุงธนบุรี สร้างขึ้นในปลายปี พ.ศ. 2310 หลังจากที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชกอบกู้เอกราชจากพม่าได้แล้ว พระองค์ทรงสถาปนาราชธานีขึ้นในบริเวณเมืองธนบุรี หรือเมืองบางกอก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความเป็นเมืองมาก่อนแล้วตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ไม่ใช่เมืองที่เพิ่งสร้างเมื่อสถาปนากรุงธนบุรี

พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ณ พระราชวังเดิม
พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

เมืองธนบุรีหรือเมืองบางกอกมีแม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่านกลางเมือง พื้นที่เมืองฝั่งตะวันออกคือฝั่งพระนครในปัจจุบันนั่นเอง ส่วนพื้นที่ที่ทรงเลือกสร้างพระราชวังนั้นเป็นจวนเจ้าเมืองบางกอกในสมัยกรุงศรีอยุธยา นักประวัติศาสตร์ที่ศึกษาข้อมูลยุคกรุงธนบุรีและต้นกรุงรัตนโกสินทร์สันนิษฐานว่า พระเจ้าตากทรงสร้างพระราชวังกรุงธนบุรีเพื่อใช้งานชั่วคราว และมีความตั้งใจจะย้ายพระราชวังมายังฝั่งตะวันออกอยู่แล้ว แต่เนื่องจากช่วงระยะเวลาที่พระองค์ทรงปกครองแผ่นดินนั้นสั้นเพียง 15 ปี จึงไม่ทันได้ย้ายพระราชวังก็เกิดการสถาปนาราชวงศ์ใหม่และการย้ายราชธานีเสียก่อน

หลังจากที่เจ้าพระยาจักรี ได้ปราบดาภิเษกขึ้นเป็นกษัตริย์ (รัชกาลที่ 1) พร้อมสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์และราชวงศ์จักรีในปี พ.ศ. 2325 และได้สร้างพระราชวังใหม่ คือ พระบรมมหาราชวังแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ แต่ตลอดเวลาหลายสิบปีในช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ราชวงศ์จักรีก็ยังไม่ได้ละทิ้งพระราชวังกรุงธนบุรี

หลังย้ายราชธานีแล้ว รัชกาลที่ 1 ทรงกำหนดเขตของพระราชวังกรุงธนบุรีให้แคบกว่าเดิม โดยให้วัดอรุณราชวรารามและวัดโมลีโลกยารามที่เคยเป็นวัดในพระราชวังเป็นวัดนอกพระราชวัง รวมทั้งให้รื้อตำหนักแดง ซึ่งเคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชแล้วนำไปปลูกสร้างเป็นที่ประทับของสมเด็จพระสังฆราช (ศรี) ที่วัดบางหว้าใหญ่ (วัดระฆังโฆสิตาราม) และโปรดเกล้าฯให้พระราชวงศ์ชั้นสูงที่ได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยไปประทับที่พระราชวังเดิม เนื่องจากพระราชวังเดิมและกรุงธนบุรีมีความสำคัญทางด้านยุทธศาสตร์ จึงจำเป็นต้องมีผู้ดูแลรักษา

บรรยากาศ พระราชวังเดิม

รายพระนามพระบรมวงศานุวงศ์ที่ได้โปรดเกล้าฯให้มาประทับที่พระราชวังเดิมมีดังนี้

สมัยรัชกาลที่ 1 มีพระบรมวงศานุวงศ์ประทับ 2 พระองค์ คือ เจ้าฟ้ากรมหลวงธิเบศร์บดินทร์ ประทับระหว่าง พ.ศ. 2325-2328 และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร (ต่อมาคือรัชกาลที่ 2) ประทับระหว่าง พ.ศ. 2328-2352 ซึ่งในระหว่างนั้นพระราชโอรสและพระราชธิดาหลายพระองค์ประสูติ ณ พระราชวังเดิมแห่งนี้ รวมถึงรัชกาลที่ 3, รัชกาลที่ 4 และพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว

สมัยรัชกาลที่ 2 มีพระบรมวงศานุวงศ์ประทับ 2 พระองค์ คือ สมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษ์มนตรี ประทับระหว่าง พ.ศ. 2354-2365 และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้ามงกุฏ (ต่อมาคือรัชกาลที่ 4) ประทับระหว่าง พ.ศ. 2366-2367

สมัยรัชกาลที่ 3 มีพระบรมวงศานุวงศ์ประทับ 1 พระองค์ คือ สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงอิศเรศรังสรรค์ (ต่อมาคือพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว) ประทับระหว่าง พ.ศ. 2367-2394

สมัยรัชกาลที่ 4 มีพระบรมวงศานุวงศ์ประทับ 1 พระองค์ คือ สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงวงศาธิราชสนิท ประทับระหว่าง พ.ศ. 2394-2413

สมัยรัชกาลที่ 5 มีพระบรมวงศานุวงศ์ประทับ 1 พระองค์ คือ สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าจาตุรนต์รัศมีกรมพระจักรพรรดิพงศ์

ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ได้พระราชทานพื้นที่พระราชวังเดิมให้เป็นที่ตั้งของโรงเรียนนายเรือตั้งแต่วันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2443 โรงเรียนนายเรือตั้งอยู่ที่พระราชวังเดิมเรื่อยมาจนถึงปี พ.ศ. 2487 จึงได้ย้ายไปอยู่ที่สัตหีบ ในเวลาต่อมาพื้นที่พระราชวังเดิมถูกใช้เป็นที่ตั้งกองบัญชาการกองทัพเรือมาจนถึงปัจจุบัน

สำหรับโบราณสถานในพระราชวังเดิมที่ยังปรากฏให้เห็นในปัจจุบัน ได้แก่

บริเวณ ท้องพระโรง พระราชวังเดิม
ท้องพระโรง
ท้องพระโรงของ พระราชวังเดิม
ท้องพระโรง

ท้องพระโรง เป็นสิ่งปลูกสร้างเพียงอาคารเดียวในสมัยกรุงธนบุรีที่หลงเหลือมาถึงปัจจุบัน สร้างขึ้นในราวปี พ.ศ. 2310 พร้อมกับการสร้างพระราชวังกรุงธนบุรี ท้องพระโรงเป็นสถาปัตยกรรมแบบอยุธยาแต่ไม่มียอดปราสาท เดิมเป็นอาคารไม้ แต่สันนิษฐานว่ามีการบูรณะให้เป็นอาคารปูนในสมัยที่พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯประทับอยู่ในพระราชวังเดิม โดยบูรณะตามโครงสร้างที่มีมาแต่เดิม ประกอบด้วยพระที่นั่งสององค์เชื่อมต่อกัน คือ พระที่นั่งองค์ทิศเหนือ ใช้เป็นที่ออกว่าราชการกับเหล่าขุนนาง ส่วนพระที่นั่งองค์ทิศใต้ หรือที่เรียกว่า “พระที่นั่งขวาง” เป็นส่วนที่ประทับส่วนพระองค์ของพระมหากษัตริย์

 พระราชวังเดิม
หลังเล็ก (ซ้าย) หลังใหญ่ (ขวา)

อาคารเก๋งคู่หลังเล็ก สร้างในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ต่อมาในช่วงปี พ.ศ. 2367-2394 ได้มีการปรับปรุงซ่อมแซมอาคารนี้พร้อมกับสร้างอาคารเก๋งคู่หลังใหญ่ ปัจจุบันภายในอาคารจัดแสดงข้อมูลเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจด้านการรบของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

อาคารเก๋งคู่หลังใหญ่ สร้างขึ้นในระหว่างปี พ.ศ. 2367-2394 พร้อมกับการซ่อมแซมปรับปรุงอาคารเก๋งคู่หลังเล็ก ปัจจุบันภายในอาคารใช้เป็นที่จัดแสดงเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชในด้านสังคม เศรษฐกิจ ศาสนา และศิลปกรรม

อาคารเก๋งสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชวังเดิม

อาคารเก๋งสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว สร้างขึ้นในระหว่างปี พ.ศ. 2367-2394 อาคารนี้ถือเป็นอาคารแบบตะวันตกหลังแรกที่สร้างขึ้นในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ ชั้นบนเคยเป็นที่ประทับของเจ้านาย ส่วนชั้นล่างเป็นที่อยู่ของข้าราชบริพาร ปัจจุบันชั้นบนเป็นที่จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว และเป็นห้องสมุด

ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ภายในศาลประดิษฐานพระบรมรูปของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ศาลหลังปัจจุบันสร้างขึ้นระหว่างปี พ.ศ. 2424-2443 แทนศาลหลังเก่าที่มีสภาพทรุดโทรม

ศาลศีรษะปลาวาฬ
ศาลศีรษะปลาวาฬ

ศาลศีรษะปลาวาฬ สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2542 บนฐานของศาลหลังเดิมที่พบขณะทำการขุดสำรวจทางโบราณคดีก่อนการบูรณะครั้งใหญ่ปี พ.ศ. 2538 ใช้เป็นที่จัดแสดงกระดูกศีรษะปลาวาฬ ซึ่งพบโดยบังเอิญใต้ถุนศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

ป้อมวิไชยประสิทธิ์
ป้อมวิไชยประสิทธิ์

ป้อมวิไชยประสิทธิ์ เดิมชื่อป้อมวิไชยเยนทร์ สร้างในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช โดยเจ้าพระยาวิไชยเยนทร์เป็นผู้ควบคุมการก่อสร้าง ต่อมาเมื่อสมเด็จพระเจ้าตากสินโปรดฯให้สร้างพระราชวังหลวงพร้อมกับสถาปนากรุงธนบุรีเป็นราชธานี ได้พระราชทานนามใหม่ว่า “ป้อมวิไชยประสิทธิ์”

เรือนเขียว ณ พระราชวังเดิม
เรือนเขียว

เรือนเขียว เป็นอาคารโรงพยาบาลเดิมของโรงเรียนนายเรือ สร้างในราวปี พ.ศ. 2443-2449 ในช่วงที่สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมพระจักรพรรดิพงศ์เสด็จประทับ ณ พระราชวังเดิม

พระราชวังเดิมเป็นพื้นที่ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์เป็นอย่างมาก แต่เป็นเรื่องที่น่าเสียดาย…เนื่องจากพื้นที่พระราชวังเดิมถูกใช้เป็นที่ทำการของหน่วยงานราชการที่มีความสำคัญในเรื่องความมั่นคงอย่างกองทัพเรือ การจะเข้า-ออกพื้นที่พระราชวังเดิมจึงทำได้ไม่ง่ายนัก แม้ว่าจะเปิดให้ประชาชนเข้าชมได้ แต่ก็ต้องเข้าชมเป็นหมู่คณะโดยต้องทำหนังสือขออนุญาตอย่างเป็นทางการล่วงหน้า จึงไม่สะดวกที่บุคคลทั่วไปจะเข้าไปเยี่ยมชมและศึกษา รวมถึงยังมีพื้นที่บางส่วนในพระราชวังเดิมที่ไม่เคยถูกขุดค้นศึกษา เราจึงไม่รู้ว่าพื้นที่ประวัติศาสตร์แห่งนี้มีความลับอะไรที่ยังไม่ถูกค้นพบอีกบ้าง

อย่างไรก็ตาม ในหนึ่งปีก็มีโอกาสดีอยู่หนึ่งครั้งที่เราจะได้เข้าเยี่ยมชมพระราชวังเดิมได้โดยไม่ต้องทำหนังสือขออนุญาตล่วงหน้า และไม่มีค่าใช้จ่าย โดยในปีนี้กองทัพเรือร่วมกับมูลนิธิอนุรักษ์โบราณสถานในพระราชวังเดิมจะเปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชมได้ในระหว่างวันที่ 14-28 ธันวาคม 2562 สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่มูลนิธิอนุรักษ์โบราณสถานในพระราชวังเดิม โทร.0-2475-4117 หรือ www.facebook.com/wangdermpalace

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ประวัติศาสตร์