โออาร์จัดกิจกรรมสัมมนาสื่อมวลชนภูมิภาค 6 จังหวัด ชี้สถานีบริการ พีทีที สเตชั่น ยังขยายตัวได้ดี มีการลงทุน 90-100 สถานีต่อปี เผยทิศทางมุ่งสู่ธุรกิจ “น็อนออยล์” ในหัวเมืองใหญ่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างวันที่ 24-26 กันยายน 2568 นางกาญจนี อุดมกุลวณิชย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านปฏิบัติการคลังปิโตรเลียม และนายพิมาน พูลศรี รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR พร้อมคณะผู้บริหาร OR ร่วมต้อนรับร่วมต้อนรับคณะสื่อมวลชนจาก 6 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสระบุรี ขอนแก่น สงขลา ชลบุรี ลำปาง และเชียงใหม่ ที่เข้าร่วมกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์สื่อมวลชนภูมิภาค ประจำปี 2568 ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ
ซึ่ง OR จัดขึ้นเพื่อตอกย้ำความเชื่อมั่นในคุณภาพ และมาตรฐานของการดำเนินธุรกิจของ OR ตลอดจนเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และกระชับความสัมพันธ์ระหว่าง OR กับเครือข่ายสื่อมวลชนในภูมิภาค ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ OR จัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมนำคณะสื่อมวลชนเยี่ยมชม บริษัท ทัทซูโน่ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นผู้ผลิตตู้จ่ายน้ำมันมาตรฐานสากล และร้านฟาวด์แอนด์ฟาวด์ (found & found) ร้านค้าปลีกด้านสุขภาพและความงาม ซึ่งเป็นหนึ่งในการดำเนินธุรกิจของ OR
นางกาญจนี อุดมกุลวณิชย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านปฏิบัติการคลังปิโตรเลียม บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เปิดเผยว่า ในปีนี้ OR ได้เน้นย้ำถึงมาตรฐานด้านความปลอดภัยของคลังปิโตรเลียมและคลังน้ำมันของ OR ทั่วประเทศ ซึ่งดำเนินงานตามมาตรฐานวิศวกรรมระดับสากล มีระบบตรวจจับก๊าซ ระบบแจ้งเตือนและระงับเหตุอัตโนมัติ รวมถึงการทดสอบอุปกรณ์อย่างเคร่งครัดโดยหน่วยงานภายนอกที่ได้รับการรับรองตามกฎหมาย พร้อมทั้งมีการซ้อมแผนรับมือภาวะฉุกเฉินทั้งในระดับรายเดือนและรายปี
โดยมีความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและชุมชนอย่างต่อเนื่อง พร้อมบุคลากรที่ผ่านการอบรมและได้รับใบอนุญาตจากภาครัฐ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนโดยรอบพื้นที่ปฏิบัติการ ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนกิจกรรมเพื่อสังคมในพื้นที่โดยรอบอย่างต่อเนื่อง โดยยึดกรอบกลยุทธ์การดำเนินงานด้านอย่างยั่งยืนตามแนวทาง ESG เป็นหลักในการดำเนินงาน
มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนรอบสถานประกอบการและพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ ผ่านโครงการสำคัญ เช่น “โออาร์ อาสาสานสุข” ที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิตชุมชนผ่านกิจกรรมเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องรถจักรยานยนต์ โครงการ “TOGETHER” ที่สนับสนุนการสร้างรายได้จากผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น โครงการ “ยางห่วงใย ไอห่วงยูว์” ที่เชิญชวนจิตอาสาร่วมร้อยหนังยางเพื่อมอบให้แก่ผู้ป่วยกล้ามเนื้ออ่อนแรงและผู้สูงอายุใช้กายภาพโดยมอบให้ผ่านโรงพยาบาลและหน่วยงานต่าง ๆ รวมถึงโครงการ “ฮาวทูทิ้ง ทิ้งอย่างไรให้ได้บุญ” ที่เชิญชวนพนักงานกลุ่ม ปตท. ร่วมบริจาคสิ่งของต่าง ๆ เพื่อสร้างการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน

นายพิมาน พูลศรี รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR กล่าวว่า การขยายตัวสถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น ยังอยู่ในทิศทางที่ดี มีอัตราการลงทุน 90-100 สถานีต่อปี
ขณะเดียวกัน OR ได้มุ่งขยายธุรกิจ “น็อนออยล์” (Nonoil) เพื่อสร้างความแข็งแกร่งในยุคพลังงานสะอาด โดยเน้นธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม เช่น คาเฟ่อเมซอน, ธุรกิจสุขภาพและความงาม, และธุรกิจไลฟ์สไตล์อื่น ๆ เพื่อตอบสนองทุกความต้องการของผู้บริโภค และกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพารายได้จากน้ำมันแต่เพียงอย่างเดียว
โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจไลฟ์สไตล์ OR ยังคงเดินหน้าเสริมความแข็งแกร่ง สร้างระบบนิเวศที่ครบวงจรเพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตทุกรูปแบบ และขยายสู่ธุรกิจที่นอกเหนือจากน้ำมันให้ครอบคลุมความต้องการที่หลากหลาย OR จึงได้เปิดร้าน found & found ร้านค้าปลีกด้านสุขภาพและความงามที่ตั้งใจนำเสนอผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงามจากไทย ญี่ปุ่น และเกาหลีที่ทันสมัย มีคุณภาพ ที่เหมาะกับทุกสภาพผิว ทุกเพศสภาพ และทุกวัย ผ่านเครือข่ายของสถานีบริการ พีทีที สเตชั่น รวมถึงคอมมมิวนิตี้มอลล์ทั่วประเทศ (OR Space)
ซึ่งเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ในการเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ผู้บริโภค โดยเฉพาะผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพและความงาม ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 12 สาขา โดยตั้งเป้าขยายสู่ส่วนภูมิภาคในปี 2027 โดยเฉพาะเมืองใหญ่ และจะมีจำนวน 500 สาขาภายในปี 2030 ทั้งนี้ แม้เป็นสิ่งท้าทาย แต่ก็มีความเป็นไปได้ในเชิงธุรกิจที่จะเกิดธุรกิจไลฟ์สไตล์ที่ OR นำสินค้าและบริการที่ครบวงจรเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคให้มากขึ้นในอนาคต
OR Space คือ “ศูนย์การค้าแนวใหม่นอกสถานีบริการน้ำมัน” ที่พัฒนาโดยบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ภายใต้แนวคิด Convenience Mall ที่ให้บริการร้านค้าและสิ่งอำนวยความสะดวกหลากหลาย โดยไม่ต้องมีสถานีเติมน้ำมัน แต่จะเน้นบริการจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ร้านอาหาร เครื่องดื่ม รวมถึงร้านแฟชั่นและ Health & Wellness เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่

นอกจากนี้ สื่อมวลชนยังได้รับทราบถึงมาตรฐานของตู้จ่ายและหัวจ่ายน้ำมันของ พีทีที สเตชั่น (PTT Station) โดยตู้จ่ายน้ำมันทุกตู้ต้องผ่านการตรวจสอบ ทดสอบและได้รับการรับรองจากสำนักงานชั่งตวงวัด และมีมาตรฐาน UL/ISO/OIML เพื่อให้มั่นใจในความถูกต้องเที่ยงตรงของปริมาณน้ำมันที่จ่าย โดยพีทีที สเตชั่น ทุกแห่งทั่วประเทศได้เข้าร่วมโครงการหัวจ่ายเชื้อเพลิงมาตรฐาน ของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เพื่อตอกย้ำความมั่นใจกับผู้บริโภคว่าจะได้รับน้ำมันถูกต้องครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด
อีกทั้งยังมีการควบคุมคุณภาพน้ำมันตั้งแต่ต้นทางจนถึงหัวจ่าย ผ่านการตรวจสอบของห้องปฏิบัติการเคลื่อนที่ (Mobile Lab) ที่เข้าตรวจประจำปีทุกสถานี พร้อมกันนี้ OR ยังเดินหน้าขยายสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า “อีวี สเตชั่น พลัซ” (EV Station PluZ) ทั่วประเทศ โดยปัจจุบันมีมากกว่า 1,250 สถานี และกว่า 3,300 หัวจ่าย พร้อมพัฒนาแอปพลิเคชั่น EV Station PluZ ที่รองรับการจอง ชาร์จ จ่าย และสะสมแต้มภายในแพลตฟอร์มเดียว เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ ยังส่งเสริมโครงการ “ไทยเด็ด” และ “พื้นที่ปันสุข” ที่เปิดพื้นที่ภายใน พีทีที สเตชั่น ให้เกษตรกรและผู้ประกอบการท้องถิ่นใช้จำหน่ายสินค้าฟรี เพื่อช่วยกระจายรายได้และยกระดับเศรษฐกิจชุมชนอีกด้วย พีทีที สเตชั่น จึงไม่ได้เป็นเพียงสถานีบริการน้ำมัน แต่เป็นพื้นที่เชื่อมโยงทั้งสินค้า บริการ และกิจกรรมเพื่อชุมชน จนกลายเป็น “ศูนย์กลางเติมเต็มความสุข” ของทุกคน
นายพิมานกล่าวต่อว่า การจัดกิจกรรมในครั้งนี้จึงไม่เพียงสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ OR ในการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการมีส่วนร่วมกับสังคม โดยเน้นความโปร่งใส ปลอดภัย และยั่งยืน หากยังสะท้อนถึงเจตนารมณ์ของ OR ในการเป็นองค์กรพลังบวกที่พร้อมเคลื่อนธุรกิจและสังคมไปข้างหน้าพร้อมกัน บนพื้นฐานของความร่วมมือ ความเข้าใจ และความรับผิดชอบร่วม ภายใต้วิสัยทัศน์ “Empowering All toward Inclusive Growth” หรือ “เติมเต็มโอกาส เพื่อทุกการเติบโตร่วมกัน” ที่ OR ยึดมั่นในการขับเคลื่อนทุกมิติของธุรกิจควบคู่กับการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนไทยอย่างยั่งยืน
นายทาคาชิ โอคาฮิระ ประธานบริษัท ทัทซูโน่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บริษัท ทัทซูโน่ (ประเทศไทย) จำกัด มีบริษัทแม่อยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น ก่อตั้งในกรุงโตเกียวเมื่อกว่า 100 ปีที่แล้ว สำหรับในประเทศไทย ได้ก่อตั้งเมื่อปี 1989 หรือราว 36 ปีที่แล้ว ซึ่งจากการสำรวจของบริษัทพบว่า ภาวะความต้องการใช้รถยนต์ที่ใช้น้ำมันในประเทศไทยยังคงเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ
ขณะที่ในปี 2567 มีจำนวนสถานีบริการน้ำมันรวมทั้งสิ้น 26,300 สถานี ทำให้ความต้องการตู้จ่ายน้ำมันยังคงมีความต้องการเพิ่มขึ้น ซึ่งนอกจากตลาดในประเทศไทยยังคงมีทิศทางที่ดีแล้ว บริษัทยังส่งออกตู้จ่ายน้ำมันไปยังหลายประเทศทั่วโลก ทั้งในอาเซียน (สปป.ลาว เมียนมา มาเลเซีย) เอเชีย แอฟริกา และยุโรป ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีกำลังการผลิตตู้จ่ายน้ำมันอยู่ที่ 6,000 ตู้ต่อปี โดยมีโรงงานผลิตในประเทศไทย ที่อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี
สำหรับตู้จ่ายน้ำมัน Tatsuno เป็นแบรนด์ตู้จ่ายน้ำมันคุณภาพสูง มีหลากหลายรุ่น เช่น Neo-Sunny และ Sunny GII ที่ออกแบบมาให้มีประสิทธิภาพ ความแม่นยำสูง และทนทาน พร้อมฟังก์ชั่นที่หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการของสถานีบริการน้ำมันทุกขนาด
ลักษณะเด่นของตู้จ่ายน้ำมัน Tatsuno เน้นคุณภาพและความแม่นยำสูง ได้รับการยอมรับจากบริษัทน้ำมันชั้นนำในประเทศไทยและทั่วโลก ผ่านการรับรองมาตรฐานระดับโลก เช่น ISO9001 และ ISO14001 ISO 45000 ใช้เทคโนโลยีจากประเทศญี่ปุ่น