เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
วีระพงษ์ ถก BCCT ขยายโอกาสการค้าลงทุน ไทย-สหราชอาณาจักร
Economic วีระพงษ์ ถก BCCT ขยายโอกาสการค้าลงทุน ไทย-สหราชอาณาจักร
HYROX Bangkok โตแรง ผู้สมัคร 2 หมื่นคน ดันไทยฮับฟิตเนสเอเชีย
Business HYROX Bangkok โตแรง ผู้สมัคร 2 หมื่นคน ดันไทยฮับฟิตเนสเอเชีย
แนะทางรอด ‘ราชินีผลไม้’ ดันอุตสาหกรรมแปรรูป รับผลผลิตล่วงหน้า
Economic แนะทางรอด ‘ราชินีผลไม้’ ดันอุตสาหกรรมแปรรูป รับผลผลิตล่วงหน้า
“ยิ่งชีพ” ส่งสัญญาณถึง ภูมิใจไทย เตือนใช้กฎหมายหมิ่นฯ หวั่นกระทบภาพลักษณ์รัฐบาล
Politics “ยิ่งชีพ” ส่งสัญญาณถึง ภูมิใจไทย เตือนใช้กฎหมายหมิ่นฯ หวั่นกระทบภาพลักษณ์รัฐบาล
กต.ไต้หวัน ผิดหวัง หลังไทย-จีน ออกแถลงการณ์ร่วมเห็นพ้องจีนเดียว
World กต.ไต้หวัน ผิดหวัง หลังไทย-จีน ออกแถลงการณ์ร่วมเห็นพ้องจีนเดียว
ปิดตำนาน 67 ปี บขส.ตราด ยุติเดินรถกรุงเทพฯ สิ้นเดือน ก.ค.
เศรษฐกิจภูมิภาค ปิดตำนาน 67 ปี บขส.ตราด ยุติเดินรถกรุงเทพฯ สิ้นเดือน ก.ค.
นพ.กฤษณ์ จาฏามระ เล่างานวิจัย OPTIMA Trial ทางเลือกมะเร็งเต้านม ไม่ต้องให้คีโม
SD นพ.กฤษณ์ จาฏามระ เล่างานวิจัย OPTIMA Trial ทางเลือกมะเร็งเต้านม ไม่ต้องให้คีโม
นายกฯ ประนามเหตุไปป์บอมบ์ สั่งจัดการเด็ดขาด เยียวยา จนท.-ประชาชนสูงสุด
Politics นายกฯ ประนามเหตุไปป์บอมบ์ สั่งจัดการเด็ดขาด เยียวยา จนท.-ประชาชนสูงสุด
เปิดอัตราใหม่ภาษีที่ดิน กทม. เก็บเพิ่ม ‘เกษตรจำแลง’ สกัดแลนด์ลอร์ดหลบภาษี
Real Estate เปิดอัตราใหม่ภาษีที่ดิน กทม. เก็บเพิ่ม ‘เกษตรจำแลง’ สกัดแลนด์ลอร์ดหลบภาษี
1 ปี ขัดแย้งไทย-กัมพูชา เศรษฐกิจสระแก้วหยุดนิ่ง ค้าชายแดนเป็นศูนย์
เศรษฐกิจภูมิภาค 1 ปี ขัดแย้งไทย-กัมพูชา เศรษฐกิจสระแก้วหยุดนิ่ง ค้าชายแดนเป็นศูนย์
ดูทั้งหมด

กลุ่ม ปตท. จัดงาน ‘Still On My Mind’ น้อมรำลึกพระพันปีหลวง

22 ธ.ค. 2568 | 13:52น.

กลุ่ม ปตท. จัดงาน “Still On My Mind ในดวงใจนิรันดร์” แสดงละครเพลงน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมจัดกิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อสื่อพระเมตตาที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อพสกนิกรไทยมาโดยตลอด

คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า สวนเปรมประชาวนารักษ์แห่งนี้กลุ่ม ปตท. ได้สร้างถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ในปีที่แล้ว ซึ่งเป็นปีมหามงคล 72 พรรษา โดยพระองค์ท่านได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดอย่างเป็นทางการ และได้มีการจัดงานละครเวทีเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจด้านการรักษาทำนุบำรุงและพัฒนาแหล่งน้ำของประเทศไทย

ในปีนี้จึงได้จัดงานเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมจัดเวิร์กช็อปต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่าน

คงกระพัน อินทรแจ้ง

ไฮไลต์ของงานคือการแสดงละครเพลงที่กลุ่ม ปตท. และผู้กำกับผู้มีส่วนร่วมทุกท่านได้ตั้งใจจัดทำขึ้นอย่างประณีต เพื่อให้ประชาชนชาวไทยได้มีโอกาสชมการแสดงหลายรอบ โดยมุ่งหวังให้ผู้ชมได้ซาบซึ้งและตระหนักในสิ่งที่พระองค์ท่านได้ดำเนินพระราชกรณียกิจมาโดยตลอด

โดยเฉพาะความรักของพระองค์ที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ความรักต่อประเทศไทย และความรักต่อพสกนิกรชาวไทยทั้งมวล

“ปีที่แล้วมีการแสดงละครเพลงเพียงรอบเดียว แต่ปีนี้ได้จัดให้มีหลายรอบเพื่อให้ประชาชนได้มาชมกันให้มากที่สุด และร่วมกันน้อมรำลึกถึงพระองค์ท่าน ถึงความรักและซาบซึ้งในสิ่งที่พระองค์ได้ทรงกระทำมาโดยตลอด”

สำหรับการผลิตงานครั้งนี้มีเวลาจำกัดมาก แต่ทีมงานและนักแสดงได้ร่วมมือกันอย่างเต็มที่ โดยมุ่งหวังให้ผู้ชมได้รับความซาบซึ้งตื้นตันใจ ไม่ใช่ความเศร้า

คงกระพันยกตัวอย่างองค์หนึ่งในการแสดงเรื่อง “สายใย” ที่แสดงให้เห็นถึงความเพียร ความรักของพระองค์ท่านที่มีต่อประชาชนและประเทศ โดยเปรียบเทียบประชาชนเหมือนเส้นใยหรือเส้นไหมที่รวมกันเป็นหนึ่งเดียว ความเคารพและความรักที่ประชาชนมีต่อพระองค์ท่านนั้นเกิดจากสิ่งที่พระองค์ได้ทรงกระทำมาโดยตลอด

โดยได้กล่าวเชิญชวนให้ประชาชนชวนเพื่อนและครอบครัวมาชมการแสดงซึ่งเป็นกิจกรรมฟรี โดยจะมีการแสดงในเดือนมกราคมอีกหลายรอบ

ขณะที่ สุวรรณดี จักราวรวุธ ผู้กำกับการแสดง เปิดเผยว่า การแสดงครั้งนี้ตอบโจทย์ในการเล่าเรื่องของพระองค์ท่าน แม้จะมีข้อจำกัดเรื่องเวลาที่สั้นมาก โดยกำหนดให้การแสดงอยู่ในระยะเวลา 15-20 นาที จึงได้คิดว่าจะนำเสนอพระราชประวัติของพระองค์ท่านอย่างไร เพื่อให้ประชาชนส่วนใหญ่ได้รับรู้ถึงเกร็ดชีวิตและเรื่องราวที่หลายคนอาจไม่เคยได้ยินมาก่อน

การแสดงจะเริ่มต้นจากพระราชประวัติตั้งแต่พระเยาว์วัย จากนั้นนำไปสู่เรื่องราวของความรักระหว่างทั้งสองพระองค์ท่าน เพราะการแสดงครั้งนี้ใช้ธีมความรักเป็นหลัก โดยนำเสนอความรักของทั้งสองพระองค์ท่านที่ได้พบกันและมีความรักที่โรแมนติกในช่วงเวลานั้น หลังจากนั้นความรักเหล่านั้นก็ได้แผ่ขยายไปสู่พสกนิกรชาวไทยเมื่อได้มาทำงานร่วมกัน

โดยโปรดักชั่นครั้งนี้ออกแบบให้เป็นแนว Impressionist เพื่อให้มีความตราตรึงใจ ไม่ต้องการให้มีความดราม่ามากเกินไป แต่ต้องการให้ผู้ชมค่อย ๆ ได้รู้เกร็ดประวัติชีวิตของพระองค์ท่านที่ได้มาทรงงานจนเป็นสมเด็จพระราชินีในช่วงเวลานั้น

ด้าน สุรี แสงเสรีชน ผู้ประพันธ์ดนตรี กล่าวว่า เนื่องจากมีเวลาจำกัด หลังจากได้รับบทมาแล้วถือว่าค่อนข้างยาก เพราะการทำเพลงจะเป็นด่านแรกในการที่จะนำไปขยายต่อในส่วนของการซ้อมการแสดง เนื่องจากงานนี้เป็นมิวสิคัล การแสดงครั้งนี้มีบทเพลงหนึ่งที่อัญเชิญเพลงพระราชนิพนธ์มาคือเพลง “Dream of Love, Dream of You” หรือภาษาไทยคือ “เทวาพาคู่ฝัน” ซึ่งทุกคนคงรู้จักกันอยู่แล้ว

เพลงนี้เป็นจุดเริ่มที่สร้างแรงบันดาลใจให้ในการแต่งเพลง โดยเป็นเพลงแรกที่เริ่มทำและขยายความออกไป ซึ่งเป็นเพลงที่อยู่ตรงกลาง จากนั้นจึงขยายความหัวท้ายออกมา เพลงนี้มีจุดเด่นคือเรื่องของเปียโนและคลาริเนตที่เป็นเครื่องดนตรีที่พระองค์ท่านทั้งสองทรงโปรดปราน จึงนำมาใส่ไว้ในเพลงด้วย

หลังจากนั้นเรื่องราวของดนตรีจะเป็นการเล่าเรื่อง มีทั้งแฟนตาซีของนางไม้ เรื่องของการย้อนไปถึงสมัยวัยเรียน จะมีธีมเพลงหลากหลายมาก เชื่อว่าทุกคนจะชอบและไม่เบื่อ

สุรีศักดิ์ ภักดีเทวา ผู้กำกับลีลา เล่าว่า เมื่อได้รับโจทย์มาก็พยายามตั้งให้การแสดงมีความเป็น Dynamic คือเริ่มจากน้อยไปหามาก หรือน้อยแต่มาก เพราะเอาพระราชปณิธานของพระองค์ท่านมาเป็นแรงบันดาลใจในการทำ ว่าพระองค์ท่านทรงทำงานไปเรื่อย ๆ และทรงทำมาโดยตลอด

และสิ่งที่พระองค์ท่านทรงทำนั้นค่อย ๆ เพิ่มขึ้นและทวีค่า ทวีความเป็นประเทศไทยได้มากที่สุด การจัดการแสดงเป็นระบำเป็นฉาก ๆ การทำงานด้านลีลามีการแบ่งเป็นหลายพาร์ต

มีทั้งพาร์ตที่เป็นแฟนตาซีเป็นพวกนางไม้ พาร์ตที่เป็นประชาชน พาร์ตที่เป็นการเต้นคู่ และพาร์ตที่บ่งบอกถึงความเป็นอัตลักษณ์และสัญลักษณ์ที่พระองค์ท่านได้มอบให้กับประชาชน ตามแนวคิดเดียวกับที่นายคงกระพันได้กล่าวคือ สายใยของผ้านี้ไม่ใช่เพียงแค่ผ้า แต่คือประชาชนทุกคนในประเทศไทยที่มีความหลากหลาย

สุรีศักดิ์กล่าวเพิ่มเติมว่า จะสังเกตได้ว่าการถักทอนั้นคือความสามัคคีที่พระองค์ท่านเสด็จพระราชดำเนินไปทุกแห่งในชนบท และรวมกันเป็นผืนหนึ่งซึ่งโอบอุ้ม จะเห็นได้ว่ามีสายใยที่รัดไปที่ตัวเทพธิดา และเทพธิดาโอบผ้าทั้งหมดไว้ เหมือนแม่ที่รักและประคองลูกไว้ สิ่งเหล่านี้โอบอุ้มไปจนเป็นลายของผ้าที่ทำให้เห็นว่า พระราชินีพระพันปีหลวงยังคงอยู่ในใจของประชาชนคนไทยตลอดไป

ท้ายนี้ คงกระพันกล่าวว่า กลุ่ม ปตท. ได้ตั้งใจจัดงานนี้อย่างมาก ถึงแม้จะเป็นกิจกรรมเล็ก ๆ แต่ได้ทำกันอย่างเต็มที่ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมกันน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านในรูปแบบที่เห็น จึงขอเชิญชวนให้ทุกท่านชวนเพื่อนและครอบครัวมาชมการแสดงซึ่งไม่มีค่าใช้จ่าย โดยจะมีการแสดงในเดือนมกราคมอีกหลายรอบ

นิทรรศการชลวิถีธีรพัฒน์

ภายในงานยังมีนิทรรศการ “ชลวิถีธีรพัฒน์” เผยแพร่โครงการพระราชดำริเกี่ยวกับสายน้ำที่สำคัญ 10 โครงการ ตามพระบรมราโชบายพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ในการสืบสาน รักษา ต่อยอด การแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิต บรรเทาความเดือดร้อนของราษฎร ผ่านการจัดแสดง 3 ห้อง ประกอบด้วย

ห้องที่ 1 “ชลวัฏวิถี” นำเสนอความสำคัญของน้ำและความจำเป็นในการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน

ห้องที่ 2 “ชลธีร์ราชทรรศน์” นำเสนอมุมมองที่กว้างไกลในการพัฒนาแหล่งน้ำผสานเทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงด้านน้ำ

และห้องที่ 3 “ชลวิวัฒน์เพื่อประชา” นำเสนอผลสำเร็จของ 10 โครงการสำคัญทั่วประเทศเพื่อความผาสุกของปวงชน

นอกจากนี้ภายในงานยังมีกิจกรรมอื่น ๆ ให้ร่วมสนุกมากมาย อาทิ เวิร์กช็อปของที่ระลึกทำมือ 4 กิจกรรม ได้แก่ วันที่ 19-21 ธันวาคม 2568 กิจกรรม “Scent of My Mind ขจรไว้ในความทรงจำ” การทำน้ำหอมจากดอกไม้ที่พระองค์ท่านทรงโปรดปราน วันที่ 10-11 มกราคม 2569 กิจกรรม “Maijai Keychain จากเส้นใยถึงหัวใจ” การทำพวงกุญแจจากด้ายไหม

วันที่ 17-18 มกราคม 2569 กิจกรรม “Seed Capsule of Hope แคปซูลเมล็ดไม้แห่งความหวัง” การทำแคปซูลเมล็ดพืช และวันที่ 24-25 มกราคม 2569 กิจกรรม “Planted with Love, Nurtured with Heart ปลูกด้วยรัก ฟูมฟักด้วยหัวใจ” การทำกระถางต้นไม้ โดยแต่ละกิจกรรมจะจัดในเวลา 16.00-18.30 น. (ระยะเวลาทำกิจกรรม 15-30 นาที)

พร้อมทั้งมีการจัดจำหน่ายสินค้าศิลปาชีพจากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยจัดขึ้นในวันที่ 19-21 ธันวาคม 2568 และต่อเนื่องในช่วงต้นปีใหม่ ระหว่างวันที่ 10-11, 17-18 และ 24-25 มกราคม 2569 เปิดให้ประชาชนเข้าชม โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ตั้งแต่เวลา 16.00-21.00 น. ณ สวนเปรมประชาวนารักษ์ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร