ทุเรียนขึ้นแท่นสินค้าใช้สิทธิ FTA สูงสุด ครึ่งปีแรกเกษตร-อาหารแตะ 1.31 หมื่นล้านดอลลาร์
กรมการค้าต่างประเทศเผยการใช้สิทธิประโยชน์ FTA ช่วงมกราคม-มิถุนายน 2569 มีมูลค่า 48,069.03 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.57 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.33% จากปีก่อน มีสัดส่วนการใช้สิทธิ 80.83% โดยอาเซียนครองอันดับหนึ่ง ขณะที่ทุเรียนสดเป็นสินค้าที่ใช้สิทธิสูงสุด เดินหน้าดัน SMEs เจาะตลาดสวิตเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ และอินเดีย เตรียมรับความตกลงไทย–EFTA ที่คาดมีผลเดือนมกราคม 2570
นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า การใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าภายใต้ความตกลงการค้าเสรี หรือ FTA ช่วงเดือนมกราคม-มิถุนายน 2569 มีมูลค่ารวม 48,069.03 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.57 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.33% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ขณะที่สัดส่วนการใช้สิทธิอยู่ที่ 80.83% ของมูลค่าสินค้าส่งออกที่ได้รับสิทธิพิเศษภายใต้ FTA สะท้อนว่าผู้ประกอบการไทยยังใช้ FTA เป็นเครื่องมือสร้างแต้มต่อด้านการค้าได้ในระดับสูง
อาเซียนนำโด่ง 1.59 หมื่นล้านดอลลาร์
เมื่อแยกตามความตกลง พบว่า การใช้สิทธิภายใต้ความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน หรือ ATIGA มีมูลค่าสูงสุด 15,937.55 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สัดส่วนการใช้สิทธิ 67.50%
อันดับ 2 ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน–จีน หรือ ACFTA มูลค่า 14,264.11 ล้านดอลลาร์ สัดส่วนการใช้สิทธิ 94.50%
อันดับ 3 ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน–อินเดีย หรือ AIFTA มูลค่า 6,110.17 ล้านดอลลาร์ สัดส่วนการใช้สิทธิ 78.73%
อันดับ 4 ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจไทย–ญี่ปุ่น หรือ JTEPA มูลค่า 3,819.69 ล้านดอลลาร์ สัดส่วนการใช้สิทธิ 85.86%
และอันดับ 5 ความตกลงการค้าเสรีไทย–ออสเตรเลีย หรือ TAFTA มูลค่า 3,027.47 ล้านดอลลาร์ สัดส่วนการใช้สิทธิ 59.03%
“ทุเรียนสด” แชมป์ใช้สิทธิ FTA
สำหรับสินค้าใช้สิทธิ FTA สูงสุด 5 อันดับแรกในช่วงครึ่งปีแรก ได้แก่ ทุเรียนสด ยานยนต์สำหรับขนส่งของอื่น ๆ ยางสังเคราะห์ผสมยางธรรมชาติ เครื่องเพชรพลอยและรูปพรรณทำด้วยโลหะมีค่าอื่น ๆ และเครื่องทอง เครื่องเงิน และส่วนประกอบที่ทำด้วยโลหะมีค่าอื่น ๆ
หากแยกตามกลุ่มสินค้า สินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูปที่ใช้สิทธิสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ทุเรียนสด เนื้อไก่ปรุงแต่ง น้ำตาลที่ได้จากอ้อยอื่น ๆ ชิ้นเนื้อและส่วนอื่นของไก่แช่เย็นจนแข็ง และฝรั่ง มะม่วง และมังคุด
กลุ่มสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูปมีมูลค่าการใช้สิทธิรวม 13,149.59 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 27.36% ของมูลค่าการใช้สิทธิทั้งหมด
ขณะที่สินค้าอุตสาหกรรมที่ใช้สิทธิสูงสุด ได้แก่ ยานยนต์สำหรับขนส่งของอื่น ๆ ยางสังเคราะห์ผสมยางธรรมชาติ เครื่องเพชรพลอยและรูปพรรณทำด้วยโลหะมีค่าอื่น ๆ เครื่องทอง เครื่องเงิน และส่วนประกอบที่ทำด้วยโลหะมีค่าอื่น ๆ รวมถึงเศษและของที่ใช้ไม่ได้ที่เป็นทองแดง
สินค้าอุตสาหกรรมมีมูลค่าการใช้สิทธิรวม 34,919.43 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 72.64% ของมูลค่าการใช้สิทธิทั้งหมด
พาณิชย์ชี้ FTA ยังเป็นแต้มต่อท่ามกลางการค้าโลกผันผวน
นางอารดากล่าวว่า ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ราคาพลังงานที่ยังเผชิญแรงกดดันด้านอุปทาน และความไม่แน่นอนจากนโยบายการค้าของสหรัฐฯ การค้าในยุคใหม่จำเป็นต้องลดอุปสรรคด้านกฎระเบียบ และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการค้า
ภาครัฐจะเร่งผลักดัน FTA เพื่อสร้างแต้มต่อให้ผู้ประกอบการไทย ขณะที่ภาคเอกชนต้องเร่งปรับตัว เพิ่มมูลค่าให้สินค้าและบริการ เน้นคุณภาพ มาตรฐาน และความแตกต่างของสินค้า
พร้อมกันนี้ ผู้ประกอบการต้องให้ความสำคัญกับการใช้วัตถุดิบภายในประเทศ และถิ่นกำเนิดสินค้าไทยที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเพิ่มโอกาสเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ
ดัน SMEs เจาะ 3 ตลาด สวิตเซอร์แลนด์-นอร์เวย์-อินเดีย
ในปีงบประมาณ 2569 กรมการค้าต่างประเทศจัดกิจกรรมส่งเสริมการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าจาก FTA แล้ว 12 ครั้ง ใน 12 จังหวัดทั่วประเทศ
ล่าสุดในเดือนสิงหาคม กรมฯ ได้นำผู้ประกอบการ SMEs เดินทางไปยัง 3 ตลาดศักยภาพ ได้แก่ สวิตเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ และอินเดีย ภายใต้โครงการ “Boost Up SMEs สู่ตลาด FTA” เพื่อเปิดตลาดใหม่และเตรียมพร้อมใช้ประโยชน์จาก FTA
โดยเฉพาะสวิตเซอร์แลนด์และนอร์เวย์ ซึ่งเป็นตลาดมูลค่าสูงและมีศักยภาพในการผลักดันสินค้าไทยเข้าสู่ตลาดพรีเมียม ขณะที่อินเดียเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่มีกำลังซื้อเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการยังได้เจรจาธุรกิจกับผู้นำเข้า สร้างเครือข่ายทางการค้า และเรียนรู้กฎระเบียบของแต่ละตลาดในพื้นที่จริง เพื่อใช้ต่อยอดการส่งออกในระยะยาว
เตรียมรับ FTA ไทย–EFTA มกราคม 2570
นางอารดากล่าวว่า การเร่งเปิดตลาดยุโรปในช่วงนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรีไทย–สมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป หรือ EFTA ซึ่งคาดว่าจะมีผลใช้บังคับในเดือนมกราคม 2570
“กรมฯ จะเดินหน้าสร้างโอกาสทางการค้าให้ผู้ประกอบการไทยอย่างต่อเนื่อง โดยใช้ FTA เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดศักยภาพทั่วโลก” นางอารดากล่าว