ธปท.ยกระดับกำกับ Non-Bank ทั่วประเทศ 3,624 แห่งใช้ AI ตรวจสอบคิด“ดอกเบี้ย-ค่าฟี”ซ้ำซ้อน
แบงก์ชาติยกเครื่องกำกับ Non-Bank ทั่วประเทศ 3,624 แห่ง ใช้Data-AI ตรวจสอบ เผยคิดดอกเบี้ย-ค่าธรรมเนียมซับซ้อน เอาเปรียบผู้บริโภค แถมเป็นช่องโหว่ให้กลุ่มทุนเทา-พนันออนไลน์ ทำธุรกรรม
นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) กล่าวบนเวทีสัมมนา Beyond ESG: Thailand Transition เปลี่ยนอนาคตประเทศไทย จัดโดยประชาชาติธุรกิจว่า แบงก์ชาติได้ขยายบทบาทเข้ามาแก้ปัญหาเฉพาะจุดมากขึ้น ไม่ได้ดูแค่เรื่องเสถียรภาพ พยายามแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างเพราะเชื่อว่าเป็นจุดที่ทำให้เศรษฐกิจโตต่ำ แต่ ธปท.ไม่ได้แก้ทุกเรื่อง ไม่ได้แก้สังคมสูงวัย ไม่ได้แก้เรื่องการศึกษา ไม่ได้แก้เรื่องการเมือง แต่หยิบ 4 เรื่องเข้ามาแก้ คือ หนี้ครัวเรือน/เอสเอ็มอี , Inclusion ของสินเชื่อเอสเอ็มอีและรายย่อย , Fairness การใช้บริการทางการเงิน และการแก้ปัญหาเงินเทา การคอร์รัปชัน
โดย11เดือนที่ผ่านมาก็ได้ทำไปหลายเรื่อง และกำลังจะทำอีก2ตัว คือการเข้าไปกำกับ Buy Now Pay Later ( BNPL) และ Nonbank ใหม่ทั้งหมด เรียกว่าเป็นการยกระดับการกำกับและโครงสร้างการจัดการสถาบันการเงินของแบงก์ชาติ
”ปัจจุบันความเสี่ยงไม่ได้อยู่ที่ธนาคาร แต่ความเสี่ยงอยู่ที่ Non-Bank ที่กว้างขวางมากกว่าที่หลายคนเข้าใจ”
ผู้ว่าแบงก์ชาติกล่าวว่า มาตรการเฉพาะจุดที่ธปท. จะทำเพิ่มเติมคือ เข้าไปควบคุมธุรกิจ BNPL เพราะเป็นธุรกิจเติบโตอย่างรวดเร็วโตขึ้น10เท่าใน 4ปี โดยจำนวนผู้ใช้เพิ่มจาก 600,000 คน เป็น 6 ล้านคน ในช่วง 4 ปี คนรุ่นใหม่ประมาณ 45% กู้เงินครั้งแรกก็ด้วย BNPL ธปท.จะกำกับโดยออกเป็นใบอนุญาตใหม่ ภายใต้เกณฑ์สินเชื่อส่วนบุคคล (Personal Loan) ซึ่งกำลังจัดทำเฮียริ่งหลักเกณฑ์ในสิ้นเดือน ก.ย. เพื่อออกหลักเกณฑ์ควบคุมกลุ่มลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ เช่น กำหนดขั้นต่ำอายุผู้ใช้บริการ วงเงินกู้ไม่เกิน 2หมื่นบาท และอัตราดอกเบี้ย 15-20% เป็นต้น เพราะถ้าดูแลไม่ดี จะทำให้เกิดปัญหาเงิงระบบ และเป็นหนี้เสียเร็ว
สำหรับการกำกับ”นอนแบงก์”ปัจจุบันใหญ่ขึ้นและซับซ้อนมากขึ้น มีจำนวนผู้ประกอบการทั้งสิ้น3,624 แห่งแบ่งเป็น 24ประเภท (ปล่อยกู้/ชำระเงิน/แลกเงิน/โอนเงิน) ซึ่งสัดส่วนของมูลค่าสินเชื่อถึง 55% ของยอดสินเชื่อคงค้างในระบบ มากกว่าสินเชื่อ(รายย่อย)ของแบงก์พาณิชย์และแบงก์รัฐรวมกัน ขณะที่ในแง่จำนวนบัญชีมีสัดส่วนถึง 75% ของบัญชีสินเชื่อทั้งหมด ใหญ่กว่าแบงก์รัฐและแบงก์พาณิชย์รวมกันเช่นกัน
“ปกติธปท. ตรวจสอบธนาคารพาณิชย์ 14 แห่ง ธนาคารรัฐ 7 แห่ง และธนาคารต่างประเทศ รวมแล้วไม่เกิน 30 แห่ง แต่เมื่อขยายไปตรวจ Non-Bank ที่มีกว่า 3,600 ราย จึงใช้วิธีเดิมไม่ได้ ต้องเปลี่ยนไปใช้ Data และ AI มาใช้ในการตรวจ แต่ถ้าไม่ทำจะลำบากกัน นี่คือการขยายบทบาทการกำกับ”
จุดประสงค์หลักของการกำกับ Non-Bank คือต้องการดูเรื่อง Customer Protection หรือการคุ้มครองผู้บริโภคดูแลประชาชนให้ได้รับบริการที่เป็นธรรม โปร่งใส และปกป้องสิทธิผู้บริโภคอย่างเท่าทัน เพราะกลุ่มนี้จะมีการคิดดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมในรูปแบบซับซ้อน บางผู้ให้บริการปล่อยสินเชื่อโดยคิดดอกเบี้ย 25% และมีค่าใช้จ่ายอื่นเพิ่มเติมอีก10% ทำให้ต้นทุนผู้กู้เพิ่มขึ้นเป็น 35% รวมถึงบริการ BNPL ที่ผู้บริโภคสามารถซื้อสินค้าและจ่ายเงินในภายหลัง โดยส่วนต่างของราคาที่จ่ายกับราคาก่อนหน้า เป็นส่วนหนึ่งของต้นทุนที่ผู้บริโภคต้องรับ
เรื่องเหล่านี้มีความซับซ้อน และเกี่ยวข้องกับทุนเทาด้วย ในกรณีการพนันออนไลน์ดำเนินการไม่ได้ถ้าไม่มีบัญชีเงินฝาก ซึ่งปัจจุบันเลี่ยงไปใช้บริการรับชำระเพย์เมนต์เกตเวย์ บริการรับเงินผ่านบัตรเครดิตหรือบัตรเงินสดให้กับลูกค้าได้ซึ่งเป็นบริการของกลุ่มนอนแบงก์ จึงเป็นเรื่องที่ต้องเข้าไปดูเพื่อปิดช่องโหว่นี้