จุดสมดุล ‘ดาต้า เซ็นเตอร์’
บทบรรณาธิการ
มีหลากหลายประเด็นที่น่าสนใจบนเวที “Beyond ESG : Thailand Transition #เปลี่ยนอนาคตประเทศไทย” งานสัมมนาครั้งใหญ่ในโอกาสก้าวสู่ปีที่ 50 ประชาชาติธุรกิจ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ฉายภาพใหญ่ของทิศทางการขับเคลื่อนนโยบายการคลัง และยุทธศาสตร์เศรษฐกิจประเทศที่มุ่งเน้นความยั่งยืน และการสร้างนโยบายหนุนเสริมให้ปรับตัวแข่งขันได้ในระดับสากล
โลกในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงเร็วมากและผันผวนอย่างรุนแรง โดยเฉพาะสงครามตะวันออกกลาง รวมถึงสงครามการค้าที่นำไปสู่มาตรการกีดกันทางการค้าและการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขทางการค้า ความผันผวนทางเศรษฐกิจต่าง ๆ นี้ส่งผลให้เกิดการเติบโตแบบ K-Shape คือใครจับกระแสการเปลี่ยนผ่านได้ก็อยู่ครึ่งบนของเคเชฟ แต่ใครที่ตามกระแสไม่ทันจะอยู่ส่วนล่างของตัวเค ทำให้การออกนโยบายเศรษฐกิจของไทยต้องมุ่งเน้นไปที่การดูแลกลุ่มเปราะบางให้มีโอกาสปรับตัว

อีกประเด็นที่น่าสนใจคือการที่ประเทศไทยเข้ามามีบทบาทไม่น้อยในเรื่อง AI รวมถึงการสร้างดาต้า เซ็นเตอร์ ขนาดใหญ่กระจายในหลายพื้นที่ เพื่อรองรับโมเดลธุรกิจที่กำลังร้อนแรงที่สุดของโลกยุคปัจจุบัน จากรายงาน Asia Pacific Data Centre Investment ของ Cushman & Wakefield ระบุว่าไทยมีศักยภาพรองรับการลงทุนด้านดาต้า เซ็นเตอร์ โดยคาดว่าต้องใช้เงินลงทุนด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรวมประมาณ 15.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ระหว่างปี 2026-2030
การเติบโตของ AI และ Cloud Computing เป็นปัจจัยสำคัญผลักดันความต้องการดาต้า เซ็นเตอร์ ขณะที่ความสามารถในการจัดหาพลังงาน ที่ดิน และโครงสร้างพื้นฐาน มีบทบาทสำคัญต่อการแข่งขันของประเทศไทยในการดึงดูดผู้ให้บริการ จากข้อมูลพบว่าประเทศไทยมี Yield on Cost หรืออัตราผลตอบแทนต่อการลงทุน ในธุรกิจดาต้า เซ็นเตอร์ ติดอันดับ 3 ของเอเชีย-แปซิฟิก รองจากสิงคโปร์และเวียดนาม
อย่างไรก็ตามหลังมีข้อมูลเชิงลบออกมา และทางการไทยเริ่มเข้าตรวจสอบอาคารดาต้า เซ็นเตอร์ ในกรุงเทพฯ พบการละเมิดกฎเกณฑ์ความปลอดภัยบางข้อ ทำให้รัฐบาลต้องออกมาตรการควบคุม และเริ่มเบรกใบอนุญาต พร้อมกำหนดเงื่อนไขที่เข้มข้นรัดกุมมากขึ้น เพราะความปลอดภัยและการป้องกันปัญหาการขาดแคลนสาธารณูปโภคทั้งน้ำและไฟฟ้าเป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้ ด้วยมีบทเรียนจากหลายประเทศให้เห็นแล้ว เช่นสิงคโปร์ เป็นต้น
จึงเป็นการบ้านข้อใหญ่ของรัฐบาลในการบริหารให้ทุกฝ่ายอยู่ร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ หาจุดสมดุลเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคต ล้อมคอกก่อนที่จะบานปลายออกไปกลายเป็นกระแสต่อต้าน ขณะเดียวกันประเทศไทยต้องไม่เสียประโยชน์ที่ควรได้ด้วยเช่นกัน