สายสีแดงดัน ‘รังสิต-ศาลายา’ ฮับ ‘นครปฐม’ ขึ้นแท่น ‘ทำเลทอง’
เริ่มเปิดไซต์ก่อสร้างแล้ว โครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงส่วนต่อขยาย 2 เส้นทาง ช่วงศิริราช-ตลิ่งชัน-ศาลายา และสถานีเพิ่มเติม 3 สถานี กับช่วงรังสิต-ม.ธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต โดยมีกลุ่มบริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ก่อสร้าง
ปี’72 เปิดหวูดเชื่อม 3 จังหวัด
ขณะที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ปักหมุดหมายให้โครงการสร้างเสร็จและเปิดให้บริการภายในปี 2572 เพื่อช่วยลดเวลาการเดินทางและแก้ปัญหารถติดจังหวัดปทุมธานี กรุงเทพฯ และนครปฐม
แนวเส้นทางช่วงศิริราช-ตลิ่งชัน-ศาลายา และสถานีเพิ่มเติม 3 สถานี สะพานพระราม 6, บางกรวย-กฟผ. และบ้านฉิมพลี มีระยะทาง 20.50 กม. ใช้เงินก่อสร้าง 14,720 ล้านบาทเป็นทางระดับดิน 13.83 กม. และยกระดับ 6.67 กม. มี 9 สถานี ได้แก่ สถานีศิริราช บางขุนนนท์ ตลาดน้ำตลิ่งชัน สะพานพระราม 6 บางกรวย-กฟผ. บ้านฉิมพลี กาญจนาภิเษก ศาลาธรรมสพน์ และศาลายา ตลอดเส้นทางไม่มีการเวนคืนที่ดิน

ส่วนช่วงรังสิต-ม.ธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต มีระยะทาง 8.84 กม. ใช้เงินก่อสร้าง 6,057 ล้านบาท เป็นทางระดับดิน มี 4 สถานี ได้แก่ สถานีคลองหนึ่ง ม.กรุงเทพ เชียงราก และ ม.ธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต ส่วนใหญ่ใช้ที่ดินรถไฟเป็นหลัก และมีพื้นที่เวนคืน 14 ไร่ ใช้ก่อสร้างสถานีและถนนเข้าออก
พัฒนา TOD รังสิต-ศาลายา
เพื่อให้สายสีแดงตอบโจทย์การใช้งานยิ่งขึ้น กระทรวงคมนาคมได้มีการศึกษาจะพัฒนาสถานีรังสิตและสถานีศาลายา ให้เป็นจุดเปลี่ยนถ่ายการเดินทาง รวมถึงการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์โดยรอบสถานี (TOD) ด้วย
สำหรับแผนพัฒนา “สถานีศาลายา” กรมการขนส่งทางรางได้ร่วมหารือกับมหาวิทยาลัยมหิดล และองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (ไจก้า) ซึ่งได้ศึกษาและเริ่มหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมทางหลวงชนบท (ทช.) และสำนักงานพระคลังข้างที่ เพื่อร่วมกันกำหนดขอบเขตและแนวทางการพัฒนาพื้นที่บริเวณหน้าสถานีให้เป็นศูนย์กลางการเปลี่ยนถ่ายการเดินทาง หรือ Transit Hub
โดยญี่ปุ่นนำเสนอตัวอย่างความสำเร็จในการแบ่งปันค่าใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะ เช่น ทางเดินยกระดับ (Skywalk) และลานสถานี (Station Plaza) ระหว่างภาครัฐ ท้องถิ่น และภาคเอกชน เพื่อเป็นต้นแบบการลงทุนที่ยั่งยืนสำหรับโครงการ TOD ในประเทศไทย พร้อมเสนอแนวทางจัดทำทางเดินอิสระเชื่อมโยงพื้นที่สองฝั่งสถานี และการออกแบบสกายวอล์กให้เชื่อมต่อกับอาคารโดยรอบ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้าถึงระบบรางได้ตลอด 24 ชั่วโมง ขณะที่ “สถานี ม.ธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต” จะใช้คอนเซ็ปต์เดียวกัน
เร่งต่อขยายถึงนครปฐม
นอกจากสายสีแดงส่วนต่อขยาย 2 โครงการที่ ร.ฟ.ท.เดินหน้าก่อสร้างแล้ว ร.ฟ.ท.ยังผลักดันโครงการก่อสร้างสายสีแดงส่วนต่อขยายช่วงศาลายา-นครปฐมให้เกิดขึ้นโดยเร็ว เพื่อให้โครงข่ายครอบคลุมการเดินทางมากขึ้น
สายสีแดงช่วงศาลายา-นครปฐม มีระยะทาง 25.3 กม. เริ่มต้นที่จุดสิ้นสุดของสายสีแดงศิริราช-ตลิ่งชัน-ศาลายา และสิ้นสุดที่บริเวณสถานีนครปฐม มี 7 สถานี ได้แก่ สถานีวัดสุวรรณ ที่หยุดรถคลองมหาสวัสดิ์ วัดงิ้วราย นครชัยศรี ท่าแฉลบ ต้นสำโรง และนครปฐม
ล่าสุด ร.ฟ.ท.อยู่ระหว่างทบทวนและออกแบบรายละเอียดโครงการ จากเดิมมีกรอบวงเงินลงทุน 19,606 ล้านบาท ตามไทม์ไลน์ผลการศึกษาจะเสร็จในปี 2570 ขอความเห็นชอบรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) และอนุมัติโครงการในปี 2572 เริ่มก่อสร้างในปี 2573 ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 3.5-4 ปี ตั้งเป้าเปิดให้บริการภายในปี 2576
อสังหาฯ-ค้าปลีกคึก
เนื่องจากปัจจุบัน “นครปฐม” เป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่จากภาคเอกชนรายใหญ่เข้าไปพัฒนา ไม่ว่า “กลุ่มเซ็นทรัลพัฒนา” ที่ลงทุนโครงการมิกซ์ยูสนครปฐม ขนาด 100 ไร่ มีทั้งศูนย์การค้า โรงแรม คอนโดฯ บ้านหรู โดยใช้เวลาพัฒนา 5 ปี นับจากปี 2567
ขณะที่ผู้ประกอบการอสังหาฯ มีหลายค่ายที่เข้าไปพัฒนาโครงการหลังเซ็นทรัลพัฒนาเปิดตัวศูนย์การค้าแห่งใหม่ เช่น บมจ.เอพี ไทยแลนด์ เปิดโครงการอภิทาวน์ นครปฐม มูลค่า 850 ล้านบาท มีบ้านเดี่ยวหรู บ้านแฝด ทาวน์โฮม เริ่มต้น 3.59-8 ล้านบาท
บมจ.แอสเซทไวส์ ได้ซื้อที่ดินตรงข้ามเซ็นทรัล เปิดโครงการ “เคฟ เจเนซิส นครปฐม” คอนโดฯ โลว์ไรส์ 627 ยูนิต มูลค่า 1,160 ล้านบาท ขนาด 25 ตร.ม. เริ่มต้น 1.69 ล้านบาท รองรับคนทำงาน นักศึกษา และยังมีโครงการเอสต้า ซีรีนิตี้ บรมราชชนนี บ้านเดี่ยวและบ้านแฝด 137 ยูนิต เริ่มต้น 4.69 ล้านบาท มูลค่า 800 ล้านบาท
บมจ.ศุภาลัย เปิดแนวราบ 2 โครงการรวด มูลค่ารวม 1,750 ล้านบาท มีคอนโดฯ พร้อมอยู่เดอะ ทรัสต์ นครปฐม ของเครือควอลิตี้เฮ้าส์ สูง 8 ชั้น 2 อาคาร 405 ยูนิต มูลค่า 632 ล้านบาท เริ่มต้น 1.09 ล้านบาท