เพอร์เฟค-GRAND เร่งขายทรัพย์สินทำเลทองหมื่นล้าน เพิ่มสภาพคล่อง ฝ่าวิกฤตหนี้
ท่ามกลางความไม่แน่นอน แรงกดดันรอบด้าน ทั้งกำลังซื้อถดถอย ตลาอดอสดังหาริมทรัพย์ที่ยังไร้วี่แววการฟื้นตัว รวมถึงพายุหนี้จากหุ้นกู้ที่ครบกำหนดชำระ
ทำให้บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) หรือ PF และบริษัทในเครือบริษัท แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ GRAND ต้องจำใจปรับพอร์ตทรัพย์สินใหม่ เพื่อรักษาสภาพคล่อง ประคับประคองธุรกิจให้อยู่รอดท่ามกลางวิกฤตที่รุมเร้า
แต่การปิดดีลขายก็ไม่ง่าย ด้วยภาวะเศรษฐกิจที่ซึกลึกทั้งโลก ไม่ใช่แค่ประเทศไทย ล่าสุด“แกรนด์ แอสเสทฯ” แจ้งเลื่อนชำระหนี้หุ้นกู้ออกไปอีก โดยระบุว่า เนื่องจากรอกระแสเงินสดจากการขายทรัพย์สิน ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการแต่ยังไม่แล้วเสร็จ
ปัจจุบัน “แกรนด์ แอสเสทฯ” เผชิญกับสภาวะขาดทุนมาอย่างต่อเนื่อง และมีภาระหนี้สินสูง โดย 2567 ขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 1,543.47 ล้านบาท และไตรมาส 1 ปี 2569 ที่ผ่านาม ประสบปัญหาขาดทุนต่อเนื่องอีก 230.15 ล้านบาท
ขณะที่ “พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค” หัวเรืองใหญ่ “ศานิต อรรถญาณสกุล” เปิดใจว่า ปี 2569 เป็นปีที่บริษัทเร่งแก้ปัญหา โดยเฉพาะหุ้นกู้ จนยืดระยะเวลาและชำระดอกเบี้ยได้ แต่ด้วยยอดขายบ้านและคอนโดมิเนียมต่ำสุดในรอบ 40 ปี จึงต้องแก้ปัญหาด้วยการขายทรัพย์สินและที่ดิน
ปัจจุบันบริษัทมีภาระหนี้กว่า 10,000 ล้านบาท คาดว่า 3 ปีนับจากปี 2569 ถึงปี 2571 จะเคลียร์หนี้ให้ตัวเบาลง และมั่นใจว่าจะสามารถผ่านวิกฤตไปได้ เพราะทุกวิกฤตย่อมมีทางออก
“เรามีที่ดินในทำเลที่ดี ติดรถไฟฟ้า อยู่หลายแปลงที่จะสามารถนำมาแก้ปัญหาได้ ตอนนี้เศรษฐกิจแย่ทั่วโลก ไม่มีใครดี เพราะเป็นยุคที่มีความไม่แน่นอนสูง” ศานิตกล่าว
พร้อมยอมรับว่าแผนการขายสินทรัพย์บางส่วนมีความล่าช้ากว่ากำหนด จากปัจจัยความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลต่อบรรยากาศการลงทุนในช่วงที่ผ่านมา แต่ประเมินว่าสถานการณ์เริ่มมีทิศทางที่ชัดเจนมากขึ้น และคาดว่าจะทำให้การดำเนินธุรกรรมอื่นๆ มีความคืบหน้า
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดทั้งพร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟคและแกรนด์ แอสเสทฯ นำทรัพย์สินทั้งที่ดิน คอนโดมิเนียม ในทำเลศักยภาพออกมาประกาศขาย คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 10,000 ล้านบาท
ส่วนใหญ่เป็นที่ดินที่ยังไม่มีแผนการพัฒนาโครงการ ซึ่งราคาที่ประกาศขายเป็นราคาตามตลาด แต่มีบางแปลงที่ยอมลดราคาลงมา 20% เพื่อให้สามารถปิดการขายได้เร็วขึ้น
อาทิ ที่ดินบางรักน้อย ใกล้สถานีรถไฟฟ้าสายสีม่วง 46-0-54.6 ไร่ ราคา 2,760 ล้านบาท,รัชดาภิเษก 17 เนื้อที่ 3-1-69.5 ไร่ ราคา 755 ล้านบาท,จรัญ-ท่าพระ อยู่ซอยจรัญสนิทวงศ์ 9/1 เนื้อที่ 3-1-42.7 ไร่ ราคา 670 ล้านบาท,ราชพฤกษ์-ปทุมธานี ซอยวัดไพร่ฟ้า 41-0-16.8 ไร่ ราคา 500 ล้านบาท,รามอินทรา-วงแหวน เนื้อที่ 36-1-16.4 ไร่ ราคา 440 ล้านบาท และลำลูกกา ใกล้บีทีเอสคูคต 30-0-11.6 ไร่ ราคา 245 ล้านบาท
ออฟฟิศสีลม เนื้อที่ 0-0-56 ไร่ ราคา 150 ล้านบาท ,ที่ดินกรุงเทพกรีฑา 24-3-97.5 ไร่ ราคา 650 ล้านบาท ,ที่ดินระยอง 92-3-12 ไร่ ราคา 1,600 ล้านบาทมขาย บิ๊กล็อต 110 ยูนิต โครงการคอนโดมิเนียมหรูทองหล่อ มูลค่า 1,800 ล้านบาท และที่ดินเจริญนคร 8-2-57.4 ไร่ ติดแม่น้ำเจ้าพระยา ราคา 2,500 ล้านบาท
และคงไม่ได้มีแค่สองบริษัทนี้ ยังมีอีกหลายรายที่ประกาศขายทั้งที่เป็นข่าวและแบบไม่เป็นข่าว เพราะวิกฤตครั้งนี้หนักหนาสาหัสจริง ๆ หากสายป่านไม่ยาว สภาพคล่องไม่มี ธุรกิจคงเดินต่อไปได้ลำบาก