Skip to content

เชียงรายค้าน “ฝายดักตะกอน” น้ำกก-สาย จี้รัฐคุยเมียนมา เร่งแก้แหล่งกำเนิดสารพิษ

06 พ.ย. 2568 | 16:46น.
เชียงรายค้าน “ฝายดักตะกอน” น้ำกก-สาย จี้รัฐคุยเมียนมา เร่งแก้แหล่งกำเนิดสารพิษ

สมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต เครือข่ายสิทธิชุมชนเชียงรายคัดค้าน “ฝายดักตะกอน” ในแม่น้ำกก จี้รัฐคุยเมียนมา เร่งแก้แหล่งกำเนิดสารพิษ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต ร่วมกับเครือข่ายสิทธิชุมชนเชียงราย ซึ่งเป็นตัวแทนชุมชนชาติพันธุ์ในพื้นที่ตำบลแม่ยาว ได้จัดเวทีระดมความเห็น ณ ตำบลแม่ยาว อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย เพื่อจัดทำข้อเสนอเตรียมการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในการแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำแม่น้ำกกและแม่น้ำสาย ที่จะจัดโดยกรมทรัพยากรน้ำ ในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ณ หอประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย

โดยชุมชนในพื้นที่ตำบลแม่ยาวที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาสารพิษปนเปื้อนแม่น้ำกกมาอย่างยาวนานได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก ทั้งด้านวิถีชีวิต การท่องเที่ยว การเกษตร และการทำประมง จนไม่สามารถพึ่งพาแม่น้ำกกซึ่งเป็นสายน้ำหล่อเลี้ยงชีวิตได้อีกต่อไป ชาวบ้านระบุว่าปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นมานาน ผ่านมาแล้วถึง 2 รัฐบาล แต่ยังไม่มีการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับเวทีในวันนี้ ชาวบ้านเข้าร่วมกว่า 60 คน ได้มีการแลกเปลี่ยนปัญหาผลกระทบและรวบรวมข้อเสนอเพื่อเตรียมยื่นต่อหน่วยงานภาครัฐที่จะมารับฟังความคิดเห็น มีข้อเรียกร้องหลักคือ ให้รัฐบาลเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาสารพิษอย่างจริงจัง และคัดค้านโครงการสร้างฝายดักตะกอน ซึ่งชาวบ้านมองว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ตรงจุดและไม่สามารถกำจัดสารพิษได้ โดยตัวแทนชาวบ้านย้ำจุดยืนไม่เอาฝายดักตะกอน

นายวุฒิพงษ์ สงวนโชติ นายกสมาคมลาหู่ และตัวแทนชาวบ้านในลุ่มน้ำกก กล่าวว่า ฝายดักตะกอนไม่มีความหวังว่าจะแก้ไขปัญหาได้ แม่น้ำกกมีน้ำมหาศาล ดักตะกอนก็ได้แต่ตะกอน ไม่สามารถดักสารพิษได้ พี่น้องเราไม่เชื่อว่าจะแก้ไขปัญหาได้ เสนอให้รัฐบาลแสดงความจริงใจด้วยการส่งเสียงไปยังรัฐบาลเมียนมา และใช้เวทีภูมิภาคในการแก้ไขปัญหาแหล่งกำเนิดสารพิษ

ทั้งนี้ โครงการฝายดักตะกอนเหมือนตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ โดยชาวบ้านตั้งข้อสังเกตต่อแผนการสร้างฝายดักตะกอนของกรมทรัพยากรน้ำ 4 แห่ง ในพื้นที่ตำบลท่าตอน และตำบลแม่นาวาง อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ด้วยงบประมาณ 173 ล้านบาท (ลดลงจากแผนเดิม 10 ฝาย) ว่าหน่วยงานภาครัฐคิดแทนชาวบ้าน และมีการปกปิดข้อมูลโครงการมาโดยตลอด ทำให้ชาวบ้านไม่ได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารโครงการเลย แต่กลับเร่งดำเนินการทั้งที่ปัญหาหลักคือสารพิษปนเปื้อนยังไม่ได้รับการแก้ไข

ด้านนายนพรัตน์ ตัวแทนชมรมเรือท่องเที่ยวเชียงรายก็ยืนยันจุดยืนคัดค้านโครงการฝายดักตะกอนร่วมกับพี่น้องอำเภอแม่อาย โดยเปิดเผยถึงผลกระทบต่ออาชีพว่า ชมรมเรือท่องเที่ยวเชียงรายก่อนหน้านี้ที่ขึ้นทะเบียนกับกรมเจ้าท่า มีมากกว่า 300 ลำ แต่ในปี 2567 เกิดผลกระทบไม่มีนักท่องเที่ยว ทำให้ ณ ปัจจุบันเรือเหลือไม่ถึง 60 ลำ

พร้อมระบุว่ารัฐบาลไม่เห็นคุณค่าประชาชน และการแก้ไขปัญหาต้องมาจากความจริงใจ ถ้าเห็นค่าประชาชนต้องแก้ไขปัญหาให้ประชาชนแต่เขาไม่สนใจเราเลย

อย่างไรก็ตาม ผลจากการจัดเวทีครั้งนี้ คือการรวบรวมปัญหา ผลกระทบ และสรุปทำ “ข้อเสนอที่มาจากประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจริง” เพื่อใช้ยืนยันข้อเรียกร้องและความต้องการที่แท้จริงของชาวบ้านลุ่มน้ำกกต่อกรมทรัพยากรน้ำ ในเวทีรับฟังความคิดเห็นที่จะถึงนี้ แม้จะมีการเปลี่ยนกำหนดการจากเดิมที่จะรับฟังความคิดเห็นเรื่องฝายดักตะกอนเป็นการรับฟังความคิดเห็นเรื่องคุณภาพน้ำแทน แต่ชาวบ้านจากทั้งสองจังหวัดยังคงยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่เอาฝายดักตะกอน และเตรียมพร้อมระดมพลังเพื่อส่งเสียงเรียกร้องการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังต่อรัฐบาล