เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
Business เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
Real Estate ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
Biz Movement เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
News ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
การศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
SD Talk เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
Biz Movement ‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
SD 14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
Economic Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
ดูทั้งหมด

เชียงใหม่ ป่วยกำเดา-ทางเดินหายใจพุ่ง1.5เท่า ชี้ ‘สโตรก’ เสี่ยงวิกฤตในระยะแฝง 7 วัน

02 เม.ย. 2569 | 19:23น.

วิกฤตฝุ่น PM 2.5 เชียงใหม่ยังระอุ เผยยอดผู้ป่วยโรคเฉียบพลัน ทั้งเลือดกำเดาไหลและทางเดินหายใจ พุ่งสูงถึง 1.5 เท่า ย้ำ อันตรายจากฝุ่นสะสมอาจส่งผลต่อโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) วิกฤตในระยะแฝง 7 วัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ แถลงข่าวสถานการณ์ด้านการแพทย์และสาธารณสุข ในช่วงค่าฝุ่น PM2.5 เกินค่ามาตรฐาน ณ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่

เกาเดาไหล-ทางเดินหายใจ พุ่ง

ศ.พญ.อรินทยา พรหมินธิกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ข้อมูลเชิงลึกที่น่ากังวลในช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายนปีนี้ ซึ่งเป็นช่วงที่ค่าฝุ่น PM2.5 ในจังหวัดเชียงใหม่พุ่งสูงเกินมาตรฐานต่อเนื่อง พบว่าจำนวนผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาด้วยอาการเฉียบพลัน ได้แก่ โรคระบบทางเดินหายใจ, ตาอักเสบ และเลือดกำเดาไหล มีจำนวนเพิ่มขึ้นถึง 1.5 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา
​
ทั้งนี้ ผลกระทบของฝุ่นต่อร่างกายมีหลายระดับ โดยกลุ่มอาการระคายเคือง (ตา/จมูก) จะเห็นผลชัดเจนและรวดเร็วที่สุดในช่วงของสถานการณ์ฝุ่น PM2.5

ภัยเงียบ “สโตรก” ในระยะแฝง

ศ.พญ.อรินทยา กล่าวว่า หนึ่งในประเด็นที่น่ากังวลที่สุดคือผลกระทบต่อโรคอันตรายถึงชีวิต โดยเฉพาะ โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) และโรคหลอดเลือดหัวใจ ซึ่งอาการมักไม่เกิดทันทีหลังสัมผัสฝุ่น PM2.5 แต่จะมี ระยะเวลาแฝง (Lag Period) หรือช่วงเวลาที่ร่างกายเริ่มทรุดลงประมาณ 48 ชั่วโมง ถึง 7 วัน หลังจากมีการสัมผัสฝุ่นหนาแน่น

ทั้งนี้ งานวิจัยระบุชัดเจนว่าทุกการเพิ่มขึ้นของฝุ่น PM2.5 เพียง 10 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร จะส่งผลให้ความเสี่ยงต่อการเกิดสโตรกและการเสียชีวิตจากโรคหัวใจเพิ่มขึ้นประมาณ 5% โดยความเสี่ยงนี้จะทวีคูณขึ้นตามระดับความเข้มข้นของฝุ่นที่ประชาชนได้รับในแต่ละพื้นที่

ศ.พญ.อรินทยา กล่าวต่อว่า ฝุ่น PM2.5 คือปัจจัยกระตุ้น (Trigger) ที่สำคัญที่สุด ที่เข้าไปทำให้สภาวะของโรคแย่ลงและนำไปสู่การกำเริบหนักในระยะยาว ซึ่งต้องอาศัยการติดตามข้อมูลอย่างต่อเนื่อง

รวมถึงฝุ่น PM2.5 ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงรุนแรงที่กระตุ้นโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน โดยทำให้ความดันพุ่งสูงขึ้น เนื่องจากการอักเสบของร่างกาย ซึ่ง PM2.5 จะเข้าไปกระตุ้นให้เกิดภาวะหลอดเลือดแข็งตัวและอักเสบ ทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นทันทีหรือเรื้อรัง ขณะที่โรคเบาหวาน เมื่อฝุ่นขนาดเล็กเข้าสู่กระแสเลือด จะก่อให้เกิดภาวะดื้อต่ออินซูลิน

กล่าวคือ ในช่วงสถานการณ์วิกฤตนี้ ประชาชนจำเป็นต้องดูแลตัวเองอย่างเข้มข้น หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง และปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิด ใช้เครื่องฟอกอากาศและสวมหน้ากาก N95

เตือนผู้ป่วยเฝ้าระวังใกล้ชิด

นายแพทย์วรัญญู จำนงประสาทพร นายแพทย์สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ยังคงอยู่ในระดับสีส้มและสีแดง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนโดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดได้เฝ้าระวังผู้ป่วยที่อาจได้รับผลกระทบด้านสุขภาพในระยะเฉียบพลัน พบว่า 1.ผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังที่มีอาการกำเริบในปี 2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 2,181 ราย ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของค่ามัธยฐาน 3 ปีย้อนหลัง ร้อยละ 21.3

2.ผู้ป่วยหอบหืด จำนวน 2,374 ราย ลดลงร้อยละ 14.8 3.ผู้ป่วยเลือดกำเดาไหล จำนวน 177 ราย ลดลงร้อยละ 39.8 สาเหตุที่จำนวนผู้ป่วยลดลงส่วนหนึ่งมาจากมาตรการป้องกันในกลุ่มเสี่ยง อาทิ การใช้อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล เช่น หน้ากาก การใช้ห้องปลอดฝุ่น มุ้งสู้ฝุ่น อีกทั้งในปีนี้ ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในจังหวัดเชียงใหม่ เกิดขึ้นช้ากว่าในปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ จากการศึกษาวิจัยของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พบว่า ผลกระทบด้านสุขภาพจะเกิดขึ้นตามหลังสถานการณ์ที่แย่ลงประมาณ 1 สัปดาห์ ทำให้ต้องติดตามข้อมูลอย่างต่อเนื่องเพื่อดูแนวโน้มในช่วงสัปดาห์หน้า

นอกจากนี้ ยังมีการติดตามกลุ่มโรคที่อาจได้รับผลกระทบในระยะยาว เช่น ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจและสมอง สะสม 29,139 ราย ลดลงจากห้วงเดียวกันในช่วง 3 ปีย้อนหลัง ร้อยละ 19.8 ในกลุ่มโรคดังกล่าว มีความจำเป็นต้องติดตามผลกระทบต่อเนื่องในระยะยาวต่อไป

นายแพทย์วรัญญู กล่าวต่อว่า ในช่วงที่ผ่านมาสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดได้ดำเนินกิจกรรม 1.ให้ความรู้ในการดูแลสุขภาพในช่วงสถานการณ์ ฝุ่น โดยเครือข่าย อสม. แล้วจำนวน 711,558 หลังคาเรือน 2.แจ้งเตือนสถานการณ์ฝุ่นและคำแนะนำในการปฏิบัติตัว ผ่าน เวทีต่างๆในชุมชน หอกระจายข่าว รวมถึงช่องทางออนไลน์ จำนวน 6766 ครั้ง

3.แจกหน้ากากป้องกันฝุ่นที่แจกกลุ่มป่วยและกลุ่มเปราะบาง จำนวน 195,780 ชิ้น 4.เปิดให้บริการห้องลดฝุ่นในโรงพยาบาลและรพ.สต.เพื่อรองรับกลุ่มป่วย และกลุ่มเปราะบาง จำนวน 507 ห้องทั่วจังหวัดเชียงใหม่ และปัจจุบันได้เปิดให้บริการคลินิกมลพิษในโรงพยาบาลเพื่อรองรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ฝุ่น จำนวน 5 แห่งที่มีแพทย์เฉพาะทาง ได้แก่ รพ.นครพิงค์ ฝาง สันทราย สันป่าตองและจอมทอง เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน