เครือข่ายผู้เลี้ยงสุกรล่าสุดได้ประกาศราคาหมูเป็นหน้าฟาร์ม มีการขยับราคาขึ้นอีก 4 บาท หลังต้นทุนอาหารสัตว์เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ประกอบกับมีความต้องการ ขณะที่ การกลับมาของโรค ชี้แนวโน้มมีโอกาสขึ้นอีก 2-4 บาท/กก.
รายงานข้อมูลสถานการณ์ราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มประจำสัปดาห์ที่ 24/2569 (วันพระที่ 8 มิถุนายน 2569) โดยสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ เปิดเผยว่า ราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มในทุกภูมิภาคมีการปรับตัวขยับขึ้นมาเข้าใกล้ต้นทุนการผลิตมากขึ้น
ทั้งนี้ ปัจจัยหลักที่ส่งผลให้ราคาสุกรปรับตัวสูงขึ้น อาทิ ความต้องการบริโภคในตลาดที่ปรับตัวสูงขึ้น การจัดการด้านผลผลิตที่มีการควบคุมอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่กลุ่มผู้เลี้ยงต้องแบกรับภาวะขาดทุนมาเป็นระยะเวลานาน การกลับมาของโรค PED หรือ “โรคท้องร่วงติดต่อในสุกร” ในบางพื้นที่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อจำนวนผลผลิตโดยตรง กิจกรรมตัดวงจรการผลิตลูกสุกรเพื่อทำหมูหัน ซึ่งดำเนินการต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2569 ยังคงเป็นตัวช่วยดูดซับซัพพลายในตลาด
สรุปราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มรายภูมิภาค (มีผล 8 มิ.ย. 2569)
เครือข่ายผู้เลี้ยงสุกรได้ประกาศปรับราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มเพิ่มขึ้นอีก 4 บาทต่อกิโลกรัม จากฐานราคาเดิม ซึ่งนับเป็นการปรับฐานราคาขึ้นต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 2 หลังจากเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคมที่ผ่านมาได้ปรับขึ้นมาแล้ว 4 บาทต่อกิโลกรัม ส่งผลให้ราคาในแต่ละภูมิภาคเปลี่ยนแปลงดังนี้
| ภูมิภาค | ราคา (บาท/กิโลกรัม) |
| ภาคตะวันตก | 62-64 |
| ภาคตะวันออก | 64-68 |
| ภาคอีสาน (ตะวันออกเฉียงเหนือ) | 68-70 |
| ภาคเหนือ | 68-70 |
| ภาคใต้ | 68 |
- ราคาลูกสุกรขุนเล็ก: 1,400 บวก/ลบ 58 บาท
(หมายเหตุ: เครือข่ายผู้เลี้ยงสุกร ประกอบด้วย สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ, สมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, สมาคมการค้าผู้เลี้ยงสุกรภาคใต้, สมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคกลางตอนบนเพื่อการค้า และสหกรณ์ผู้เลี้ยงสุกรชลบุรี จำกัด)
ผู้เลี้ยงโอดต้นทุนพุ่ง วอนราคาหน้าฟาร์มแตะ 72-74 บาท
นสพ.เกียรติภูมิ พฤกษะวัน เลขาธิการสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ เปิดเผยว่า การปรับราคาในครั้งนี้เป็นไปตามทิศทางต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะวัตถุดิบอาหารสัตว์ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปรับราคาสูงกว่า 13 บาทต่อกิโลกรัมแล้ว ทำให้ปัจจุบันประเมินว่าต้นทุนการผลิตสุกรขยับขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 72-73 บาทต่อกิโลกรัม จากเดิมที่เคยประเมินไว้ประมาณ 70 บาทต่อกิโลกรัมเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ในขณะที่ราคาสุกรหน้าฟาร์มในหลายพื้นที่ยังคงอยู่ต่ำกว่าระดับต้นทุนดังกล่าว
ในมุมของผู้เลี้ยงสุกรนั้นมีความต้องการเห็นราคาสุกรหน้าฟาร์มอยู่ในระดับ 72-74 บาทต่อกิโลกรัม เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนการผลิตที่แท้จริง แต่ยังไม่สามารถประเมินได้ว่าการปรับราคาจะเป็นไปตามเป้าหมายหรือไม่ เนื่องจากต้องพิจารณากำลังซื้อของผู้บริโภค รวมถึงทิศทางราคาหมูเนื้อแดงในตลาดค้าปลีกและโมเดิร์นเทรดประกอบกัน
อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ตลาดเอื้ออำนวย ราคาสุกรหน้าฟาร์มยังมีโอกาสทยอยขยับขึ้นได้อีกเป็นระยะ ครั้งละ 2-4 บาทต่อกิโลกรัม ตามสมดุลของอุปสงค์และอุปทานในตลาด แต่หากราคาสุกรไม่สามารถปรับขึ้นได้ในช่วงที่ต้นทุนยังสูง และกลับไปลดลงอยู่ในระดับต่ำกว่า 66 บาทต่อกิโลกรัมอีกครั้ง จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อสภาพคล่องของเกษตรกรที่ต้องแบกรับภาวะขาดทุนต่อเนื่องมานานกว่า 5-6 เดือน และหากสถานการณ์ราคายังซบเซาลากยาวไปถึงปลายปี ผู้เลี้ยงจำนวนมากอาจไม่สามารถเลี้ยงสุกรต่อไปได้