ปิดฉาก 6 วัน ICOMOS ตรวจ “เชียงใหม่” ดันผังเมือง 730 ปี สู่มรดกโลก
หลังคณะผู้เชี่ยวชาญจากสภาการโบราณสถานระหว่างประเทศ (ICOMOS) สรุปการลงเก็บข้อมูลภาคสนาม “เชียงใหม่” ครบทั้ง 7 วัดและ 1 แหล่งประวัติศาสตร์
ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา (3 – 8 สิงหาคม 2569) ได้ฉายภาพความโดดเด่นของผังเมืองประวัติศาสตร์เชียงใหม่ ที่ถอดรหัสผ่านดุลยภาพของ “คูเมือง-กำแพงเมือง” “กลุ่มวัดภายในกำแพงเมือง” และ “กลุ่มวัดสายนอกกำแพงเมือง” เป็นการตรวจประเมินเชิงลึก เพื่อพิจารณา “เชียงใหม่” ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งใหม่
พร้อมเตรียมเข้าสู่ขั้นตอนการชี้แจงและส่งข้อมูลเพิ่มเติมต่อคณะกรรมการ ICOMOS ชุดใหญ่ช่วงปลายปีนี้ ก่อนลุ้นมติตัดสินอย่างเป็นทางการกลางปี 2570
“สถาปัตย์-ศรัทธา-ธรรมชาติ” ครบทุกมิติ
ตลอด 6 วันของการสำรวจ คณะผู้เชี่ยวชาญได้สัมผัสองค์ประกอบสำคัญที่สะท้อนคุณค่าโดดเด่นเป็นสากล (OUV) ครบถ้วนทุกมิติ ประกอบด้วย
1.มิติผังเมืองและภูมิปัญญาจัดการน้ำ เริ่มต้นจากการสำรวจสี่เหลี่ยมคูเมือง กำแพงเมือง ประตูท่าแพ และแจ่งศรีภูมิ ซึ่ง ICOMOS ให้ความสนใจเป็นพิเศษกับ “ระบบระบายน้ำโบราณ” ที่ผันน้ำจากดอยสุเทพผ่านห้วยแก้ว-คลองแม่ข่า เข้าสู่คูเมืองและระบายลงแม่น้ำปิง แสดงถึงภูมิปัญญาการวางผังเมืองที่สอดรับกับธรรมชาติ รวมถึงการชี้แจงกฎหมายผังเมืองและการควบคุมความสูงอาคารที่ทางเทศบาลนครเชียงใหม่และหน่วยงานไทยเตรียมข้อมูลตอบข้อสงสัยได้อย่างชัดเจน
2.มิติความศรัทธาและวิถีชีวิตกลางเวียง การประเมินกลุ่มวัดสำคัญในเขตเมืองเก่า ได้แก่ วัดเชียงมั่น วัดแห่งแรกที่พญามังรายสร้างขึ้นหลังสถาปนาเมืองเชียงใหม่ ตลอดจนวัดเจดีย์หลวง และวัดพระสิงห์ ซึ่งสะท้อนความเป็น “Living Heritage”หรือมรดกที่มีชีวิต เพราะมีพระภิกษุสงฆ์จำพรรษา สืบทอดวิถีพุทธศาสนาและวัฒนธรรมสืบเนื่องมานานกว่า 730 ปีจนถึงปัจจุบัน
3.มิติภูมิปัญญาวัดนอกเขตกำแพงเมือง ขยายกรอบการสำรวจสู่กลุ่มวัดนอกเขตกำแพงเมืองอย่าง วัดอุโมงค์ (สวนพุทธธรรม) ที่ฉายภาพภูมิปัญญาสถาปัตยกรรมอุโมงค์ดินของวัดในเมืองที่อยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างยั่งยืน และ วัดเจ็ดยอด (วัดโพธารามมหาวิหาร) ตอกย้ำรากเหง้าความรุ่งเรืองทางปัญญาในฐานะสถานที่สังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ 8 ของโลก และการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมสากลผ่านเจดีย์ทรงพุทธคยาจำลอง รวมถึงวัดสวนดอกที่เป็นศูนย์กลางพระสงฆ์แดนล้านนาและที่ประดิษฐานพระกู่เจ้าหลวง
4.มิติวัดบนยอดเขา คือ วัดพระธาตุดอยสุเทพ เน้นเรื่องมิติภูมิทัศน์วัฒนธรรมศักดิ์สิทธิ์ที่เชื่อมโยง “ดอยสุเทพ-เมือง-คูน้ำ” เข้าด้วยกัน
จุดเด่นของผังเมืองเชียงใหม่ คือการแบ่งพื้นที่มิติทางศาสนาอย่างชัดเจนระหว่าง “วัดในเวียง” (ภายในกำแพงเมือง) ซึ่งเป็นศูนย์กลางจิตวิญญาณของชาวเมือง และ “วัดนอกเวียง” (อารามรอบนอกกำแพงเมือง)
แม้ในปัจจุบัน วัดสวนดอก วัดอุโมงค์ และวัดเจ็ดยอด จะตั้งอยู่ในเขตตัวเมืองเชียงใหม่ แต่ในประวัติศาสตร์ 700 กว่าปีที่แล้ว ทั้ง 3 วัดถูกวางตำแหน่งไว้นอกกำแพงเมืองอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาฝ่ายอรัญวาสี (วัดป่า) สำนักเรียนพระไตรปิฎก และสถานที่วิปัสสนาภาวนาที่สงบร่มรื่น สะท้อนถึงภูมิปัญญาการจัดวางผังเมืองที่รักษาสมดุลระหว่าง “วิถีชีวิตคนในเวียง” กับ “ความเงียบสงบทางจิตวิญญาณรอบนอกเวียง” ได้อย่างลึกซึ้ง

จัดโซน “ท่องเที่ยว-วิปัสสนา” กลมกลืน
พระครูสมุห์บุญเลิศ ชยวํโส เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงแนวทางการเตรียมความพร้อมของ วัดอุโมงค์ (สวนพุทธธรรม) หนึ่งในโบราณสถานสำคัญในกลุ่ม “วัดสายนอกกำแพงเมือง” ว่า ทางวัดมีความพร้อมเต็มร้อยและมีความมั่นใจอย่างยิ่งต่อการประเมินในครั้งนี้ ทั้งนี้ หากเชียงใหม่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก สิ่งสำคัญที่สุดคือ วัดอุโมงค์จะยังคง “คงตัวตนความเป็นวัดป่า” ไว้อย่างเข้มแข็ง การที่มีผู้คนหรือนักท่องเที่ยวเข้ามามากขึ้นไม่ได้ทำให้วิถีสงฆ์เปลี่ยนไป พระสงฆ์ทั้ง 47 รูปที่จำพรรษา ยังคงทำหน้าที่ศึกษา ปฏิบัติธรรม และเผยแผ่ธรรมะตามกิจของสงฆ์อย่างเคร่งครัด
นอกจากนี้ วัดอุโมงค์ยังสะท้อนความงดงามของมรดกโลกที่มีชีวิต ผ่าน “ภูมิปัญญาการบริหารจัดการพื้นที่” บนเนื้อที่อันร่มรื่น ด้วยการแบ่งโซนโบราณสถานสำหรับนักท่องเที่ยว โซนกุฏิสงฆ์สำหรับปฏิบัติศาสนกิจ และโซนศูนย์ปฏิบัติธรรมสำหรับพุทธศาสนิกชนและเยาวชน ออกจากกันอย่างเป็นระบบ ทำให้มิติแห่งความสงบทางจิตวิญญาณและการส่งเสริมการท่องเที่ยวสามารถดำเนินควบคู่กันได้อย่างลงตัว
“ถ้าเราได้มรดกโลก มันเป็นความภาคภูมิใจว่า วัดเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันภาพรวมของเชียงใหม่ แต่ในส่วนของวัดอุโมงค์ เรายังคงยึดหลักความเป็นวัดป่า พระก็ต้องปฏิบัติหน้าที่ของพระ ทั้งเรื่องการปฏิบัติธรรมและการเผยแผ่ธรรม ที่นี่เรามีพื้นที่กว้าง สามารถจัดโซนได้ ชัดเจนทั้งโซนท่องเที่ยว โซนพระสงฆ์ และโซนปฏิบัติธรรม คนที่เข้ามาเขาจะได้ซึมซาบว่า นี่คือวัดป่าที่ร่มรื่น สะอาด และเป็นสัปปายะสถานอย่างแท้จริง ยิ่งคนมาท่องเที่ยวเยอะ ยิ่งจะทำให้คนซึมซับพุทธธรรมได้มากยิ่งขึ้น” พระครูสมุห์บุญเลิศ กล่าว

อบจ. มั่นใจเต็มร้อย พร้อมลุยต่อปลายปีนี้
นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ภาพรวมการตรวจประเมินพื้นที่ทั้ง 7 วัด และ 1 แหล่งประวัติศาสตร์ (แนวคูเมือง-กำแพงเมือง) ดำเนินไปอย่างเรียบร้อยและน่าประทับใจ ซึ่งการทำงานครั้งนี้เกิดจากความร่วมมืออย่างเข้มแข็งของทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ กรมศิลปากร เทศบาลนครเชียงใหม่ เทศบาลเมืองรอบนอก ภาคเอกชน และวัดโบราณทั้ง 7 แห่ง ซึ่งหลังจากขั้นตอนการลงพื้นที่ของ ICOMOS เรียบร้อยแล้ว ผู้เชี่ยวชาญจะนำข้อมูลไปจัดทำรายงานเสนอต่อนายทะเบียนและคณะกรรมการมรดกโลกเพื่อพิจารณาต่อไปในช่วงเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม 2569 นี้
สำหรับประเด็นการบริหารจัดการพื้นที่ “กลุ่มวัดสายนอกกำแพงเมือง” อย่างวัดอุโมงค์และวัดเจ็ดยอด เพื่อรองรับความเจริญและการท่องเที่ยวในอนาคตนั้น นายก อบจ.เชียงใหม่ ยืนยันว่า มีกฎหมายผังเมืองและการควบคุมพื้นที่รองรับอยู่อย่างเป็นระบบ และมั่นใจว่าการได้เป็นมรดกโลกจะสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของชาวเชียงใหม่โดยรวม โดยไม่ส่งผลเสียต่อวิถีชีวิตเดิม
“ภาพรวมทั้งหมดเป็นความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้ง อบจ.เชียงใหม่ เทศบาล กรมศิลปากร ภาคเอกชน และวัดทั้ง 7 แห่ง ในส่วนตัวผมมีความมั่นใจเต็มร้อย เพราะพวกเราทำกันอย่างเต็มที่แล้ว การตรวจพื้นที่เสร็จสิ้นไปด้วยความเรียบร้อย
หากผู้เชี่ยวชาญมีข้อเสนอแนะหรือคำแนะนำใดๆ เพิ่มเติม เราก็พร้อมที่จะปฏิบัติตามทันทีเพื่อความสมบูรณ์ที่สุดของเชียงใหม่” นายพิชัย กล่าว
การลงพื้นที่ตรวจประเมิน 6 วันของ ICOMOS ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่เพียงขั้นตอนตามกระบวนการของยูเนสโก แต่เป็นการปักหมุดพิสูจน์ให้โลกเห็นว่าตลอด 730 ปีที่ผ่านมา “เชียงใหม่” สามารถรักษาสมดุลระหว่างสถาปัตยกรรม ศรัทธา และธรรมชาติเอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น
การส่งไม้ต่อเข้าสู่ขั้นตอนชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมในช่วงปลายปีนี้ จึงเต็มไปด้วยความหวังและความเชื่อมั่นว่า “เชียงใหม่” จะก้าวไปสู่การประกาศผลเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งใหม่กลางปี 2570 ได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด

