เชียงใหม่ ดันโมเดล CSE แก้ฝุ่นควัน ชู 86 หมู่บ้านปลอดการเผา
เชียงใหม่ ดันโมเดล CSE แก้ฝุ่นควัน PM2.5 เปิด 86 “หมู่บ้านต้นแบบปลอดการเผา” มุ่งขับเคลื่อนเมืองไร้ฝุ่นควันอย่างยั่งยืน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2569 บริษัท เชียงใหม่วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด (CSE) จัดพิธีมอบรางวัล “โครงการหมู่บ้านปลอดการเผา (Haze Free Reward) ครั้งที่ 4 ประจำปี 2569” ณ โรงแรม The Clover Hotel Chiang Mai จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเชิดชูเกียรติหมู่บ้านต้นแบบที่สามารถดูแลพื้นที่ให้ปลอดการเผาได้อย่างต่อเนื่อง รวม 86 หมู่บ้าน พร้อมประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนเชียงใหม่สู่ “เมืองปลอดการเผา” อย่างแท้จริง โดยได้รับเกียรติจาก นายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ตรวจราชการ กระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยนายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และตัวแทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ผู้นำชุมชน เข้าร่วมอย่างคับคั่ง
นายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ตรวจราชการ กระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า โมเดลหมู่บ้านปลอดการผา ของบริษัท เชียงใหม่วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด (CSE) ถือเป็นโครงการที่ดีมาก ซึ่งปีนี้มีหมู่บ้านต้นแบบปลอดการเผา 86 หมู่บ้าน จากจำนวนหมู่บ้านทั้งหมดในจังหวัดเชียงใหม่ 2,076 หมู่บ้าน และมีความเป็นไปได้อย่างมากที่จะขยายให้ครบทุกหมู่บ้าน โดยกระทรวงมหาดไทยพร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ และพร้อมให้ความร่วมมือในทุกมิติ
ทั้งนี้ ปัญหาฝุ่นควันจากการเผาในที่โล่งและไฟป่าไม่เพียงกระทบต่อสุขภาพของประชาชนทุกช่วงวัย แต่ยังส่งผลต่อเศรษฐกิจ การเกษตร การท่องเที่ยว และภาพลักษณ์ของจังหวัดเชียงใหม่ การแก้ไขปัญหานี้ไม่อาจอาศัยเพียงภาครัฐ แต่ต้องอาศัยพลังความร่วมมือจากภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และประชาชนในระดับชุมชน ซึ่งขอชื่นชม บริษัท เชียงใหม่วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด ที่ดำเนินโครงการนี้อย่างต่อเนื่องด้วยแนวคิด ‘Reward-based’ ซึ่งสร้างแรงจูงใจให้ชุมชนลุกขึ้นมาดูแลพื้นที่ของตนเอง และขอแสดงความยินดีกับทั้ง 86 หมู่บ้าน ที่เป็นแบบอย่างของความตระหนักและความรับผิดชอบร่วมกัน ที่นำไปสู่เป้าหมายเมืองปลอดการเผาอย่างแท้จริง

นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า โครงการหมู่บ้านปลอดการเผา นับเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญที่ช่วยสร้างแรงจูงใจและส่งเสริมให้ประชาชนในระดับชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาไฟป่าและฝุ่น PM2.5 อย่างเป็นรูปธรรม โดยจังหวัดเชียงใหม่พร้อมร่วมขับเคลื่อนเชียงใหม่สู่เมืองที่มีอากาศสะอาดและสิ่งแวดล้อมที่ดี
สำหรับปีนี้โครงการ “หมู่บ้านปลอดการเผา” ดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 4 โดยมุ่งสร้างความตระหนักและการมีส่วนร่วมของประชาชนในการลดการเผาในที่โล่ง ส่งเสริมแนวทางการจัดการเศษวัสดุทางการเกษตรที่เหมาะสม และสร้างความร่วมมือในการป้องกันไฟป่าจากต้นทาง ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่จะช่วยลดปัญหาหมอกควันและฝุ่นละออง PM2.5 ของจังหวัดเชียงใหม่อย่างเป็นรูปธรรม การดำเนินโครงการดังกล่าวไม่เพียงมุ่งแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และ PM2.5 เท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสภาพแวดล้อมและคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่เมืองเชียงใหม่ ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ภูมิทัศน์ วิถีชีวิต และคุณค่าของชุมชน ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญต่อการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน
นายรัฐพล กล่าวต่อว่า การรวมพลังของภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และประชาชนในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่า การแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะชุมชนซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการดูแลพื้นที่ของตนเอง
นายองอาจ กิตติคุณชัย ประธานกรรมการ CSE กล่าวว่า โครงการนี้จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 4 โดยมาจากความตั้งใจร่วมกันของชุมชน หน่วยงานท้องถิ่น และภาคส่วนต่าง ๆ ที่ต้องการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศและหมอกควัน ซึ่งส่งผลกระทบทั้งต่อสุขภาพ เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมมายาวนาน เราต้องการสร้างแรงจูงใจให้ชุมชนลุกขึ้นมาจัดการพื้นที่ของตนเองให้ปลอดการเผาอย่างยั่งยืน และเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้เข้ามามีส่วนร่วม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมของคนในพื้นที่“ รางวัลที่มอบให้ในวันนี้ไม่ใช่เพียงสัญลักษณ์ของความสำเร็จ แต่เป็น “แรงบันดาลใจ” ที่จะผลักดันให้หมู่บ้านอื่น ๆ เห็นพลังของความร่วมมือและความสามัคคีในการสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน
โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างบริษัท เชียงใหม่วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด (CSE) ร่วมกับจังหวัดเชียงใหม่ และภาคีเครือข่าย เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในการลดการเผา และป้องกันปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM2.5 โดยมอบรางวัลเชิดชูเกียรติให้แก่หมู่บ้านที่สามารถรักษาพื้นที่ให้ปลอดการเผาได้ตามเกณฑ์ ในช่วงรณรงค์มาตรการ “ห้ามเผาเด็ดขาด” ประจำปี 2569 ของจังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 31 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา

สำหรับปีนี้มีหมู่บ้านสมัครเข้าร่วมโครงการ จำนวน 119 แห่ง จากทั้งหมด 19 อำเภอ โดยเกณฑ์การตัดสินใช้ข้อมูลจุดความร้อน (Hotspot) จากดาวเทียม VIIRS และ MODIS ของ GISTDA มาเป็นเครื่องมือสำหรับติดตามและประเมินผล ซึ่งผลการคัดเลือก พบว่ามีหมู่บ้านที่ผ่านเกณฑ์ไม่มีการเผาในพื้นที่ จำนวน 86 แห่ง โดยแต่ละหมู่บ้านจะได้รับรางวัล เป็นเงินรางวัลหมู่บ้านละ 25,000 บาท รวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท เพื่อเป็นกำลังใจที่ร่วมกันลดการเผาและดูแลสิ่งแวดล้อมในพื้นที่
นายองอาจ กล่าวอีกว่า โครงการในปีนี้ได้รับการสนับสนุนจากภาคธุรกิจ องค์กร และเครือข่ายในจังหวัดเชียงใหม่และพื้นที่ใกล้เคียง ประกอบด้วย บมจ.ปลูกผักเพราะรักแม่, บจก.เชียงใหม่วนัสนันท์, บจก. ลำดี คูซีน (ลำดีตี้ขัวแดง), บจก.เอ็กซา ซีแลม, ฮักโฮม, บจก.เชียงใหม่ เอส.พี คอนสตรัคชั่น, บจก.นิธิฟู้ดส์, บจก.ตันตราภัณฑ์ซุปเปอร์มาร์เก็ต (1994), บจก.ชอยส์ มินิสโตร์, โรงแรมสมายล์ ล้านนา, บจก.เชียงใหม่สุขสวัสดิ์, สมาคมแต้จิ๋วเชียงใหม่, บจก.พูนทรัพย์โลหะการพิมพ์, บจก.ลานนาคอม, บจก.มีโชคมาร์เก็ตติ้ง, The View Village, สมาคมนักธุรกิจไทยจีนเชียงใหม่, โรงแรมบุรีศิริ, คุณตัน ภาสกรนที, บมจ.ซันสวีท, บจก.ซันสวีท อโกรเทค, บจก.ซันสวีท อินเตอร์เนชั่นแนล, The Clover Hotel และสมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป ซึ่งต่างมีส่วนสำคัญในการสนับสนุนการดำเนินโครงการให้สามารถขยายผลและสร้างการมีส่วนร่วมในระดับชุมชนได้อย่างต่อเนื่อง