“เพาะดี กินดี” หนุนเกษตรกรเหนือ 1,700 ครัวเรือน ดัน GAP กว่า 600 แปลง
ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จับมือมูลนิธิรักษ์ไทย เปิดเวทีถอดบทเรียนโครงการ “เพาะดี กินดี” หลังดำเนินงานใน 5 จังหวัดภาคเหนือ มีเกษตรกรเข้าร่วมกว่า 1,700 ครัวเรือน เกิดวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกพืชอาหารปลอดภัย 16 กลุ่ม และแปลงได้รับ GAP กว่า 600 แปลง ขณะที่บางกลุ่มเห็นผลชัด ทั้งราคาขาย ผลผลิต และรายได้เพิ่ม โดยกลุ่มหอมญี่ปุ่น อ.กัลยาณิวัฒนา มีรายได้เพิ่ม 101.7%
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จำกัด ร่วมกับมูลนิธิรักษ์ไทย จัดสัมมนาเชิงวิชาการ “ประสบการณ์จากแปลงเกษตร สู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรรายย่อย” ที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อถ่ายทอดผลการดำเนินโครงการ “เพาะดี กินดี” และเชื่อมโยงมุมมองจากภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคเอกชน และเกษตรกร ในการพัฒนาแนวทางยกระดับศักยภาพเกษตรกรรายย่อย
โครงการ “เพาะดี กินดี” ดำเนินงานในพื้นที่ภาคเหนือ 5 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย น่าน ลำพูน และพะเยา มีเกษตรกรเข้าร่วมกว่า 1,700 ครัวเรือน โดยเน้นถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเกษตรผสมผสาน การใช้สารอารักขาพืชอย่างถูกต้อง ปลอดภัย และมีความรับผิดชอบ การผลิตตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี หรือ GAP รวมถึงการวางแผนผลิตตามแนวคิด “ตลาดนำการผลิต”
ผลจากการดำเนินงานทำให้เกิดวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกพืชอาหารปลอดภัย 16 กลุ่ม และมีแปลงที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP แล้วกว่า 600 แปลง
กลุ่มหอมญี่ปุ่นรายได้เพิ่ม 101.7%
ผลลัพธ์จากบางพื้นที่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงด้านรายได้อย่างชัดเจน โดยกลุ่มปลูกผักสลัดบ้านห้วยตอง อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ มีราคาขายผลผลิตเพิ่มขึ้น 25% ผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้น 33.3% และรายได้เพิ่มขึ้น 66.7%
ขณะที่กลุ่มปลูกหอมญี่ปุ่น อำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ มีราคาขายเพิ่มขึ้น 46.7% ผลผลิตเพิ่มขึ้น 37.5% และรายได้เพิ่มขึ้น 101.7%
โครงการระบุว่า ผลดังกล่าวมาจากการนำองค์ความรู้ด้านการเพาะปลูกตามแนวทางเกษตรฟื้นฟู หรือ Regenerative Agriculture และการอารักขาพืชอย่างมีประสิทธิภาพมาประยุกต์ใช้ เพื่อยกระดับผลผลิตเข้าสู่มาตรฐาน GAP เพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจ และสร้างอาหารปลอดภัย
เชียงใหม่ชูพัฒนาเกษตรครบวงจร
นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า เกษตรกรรายย่อยยังเป็นกำลังหลักในการผลิตอาหารและพืชเศรษฐกิจของจังหวัด แต่กำลังเผชิญทั้งความผันผวนของสภาพภูมิอากาศ ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น และความต้องการตลาดที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว
จังหวัดจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาภาคเกษตรแบบครบวงจร ตั้งแต่การเสริมองค์ความรู้ การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม การเพิ่มมาตรฐานและมูลค่าสินค้า การรวมกลุ่ม การเชื่อมโยงตลาด และการเข้าถึงแหล่งทุน
หนึ่งในเครื่องมือคือโครงการเศรษฐกิจชุมชน ซึ่งสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนปลอดดอกเบี้ยแก่กลุ่มอาชีพและวิสาหกิจชุมชน ผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อเพิ่มสภาพคล่องและต่อยอดอาชีพ
ซินเจนทาฯชู “นวัตกรรมต้องเข้าถึงเกษตรกรจริง”
นางสาววรรณภร วัฒนาเกษมสัตย์ ผู้อำนวยการฝ่ายความยั่งยืนและบรรษัทสัมพันธ์ บริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จำกัด กล่าวว่า ความยั่งยืนไม่ได้เกิดจากการมีนวัตกรรมเพียงอย่างเดียว แต่ต้องทำให้นวัตกรรมนั้นเข้าถึงและสร้างประโยชน์ให้เกษตรกรได้จริง
โครงการ “เพาะดี กินดี” จึงเน้นการทำงานร่วมกับพันธมิตร เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรเข้าถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และแนวทางการผลิตที่เหมาะสม ช่วยยกระดับคุณภาพผลผลิต เพิ่มศักยภาพในการประกอบอาชีพ และสร้างความมั่นคงในระยะยาว
ด้านนายพร้อมบุญ พานิชภักดิ์ เลขาธิการมูลนิธิรักษ์ไทย กล่าวว่า ผลลัพธ์สำคัญของโครงการไม่ใช่เฉพาะตัวเลข แต่คือการที่เกษตรกรมีความมั่นใจในการพัฒนาตัวเอง กล้าปรับเปลี่ยนวิธีผลิต รวมกลุ่มบริหารจัดการ และเชื่อมโยงกับตลาดได้มากขึ้น
ถอดบทเรียนแปลงจริงต่อยอดเกษตรกรวงกว้าง
ภายในงานมีทั้งปาฐกถาพิเศษ เวทีเสวนา และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากภาครัฐ นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ ภาคธุรกิจ และเกษตรกรต้นแบบ ครอบคลุมประเด็นการสนับสนุนเกษตรกรรายย่อย การจัดการดินและน้ำ การรับมือโรคและแมลงภายใต้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนการเชื่อมโยงตลาดและการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลผลิต
ผู้จัดงานตั้งเป้าใช้บทเรียนจากพื้นที่จริงเป็นฐานในการต่อยอดองค์ความรู้และขยายความร่วมมือไปยังเกษตรกรในวงกว้าง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรรายย่อยและสร้างระบบอาหารที่ปลอดภัยและยั่งยืน