เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
หอการค้าแฟร์ 2026 ยกทัพ 90 บูธ-ริมปิงฯ ปักหมุด Lanna Expo กระตุ้นไฮซีซั่นโค้งท้าย
เศรษฐกิจภูมิภาค หอการค้าแฟร์ 2026 ยกทัพ 90 บูธ-ริมปิงฯ ปักหมุด Lanna Expo กระตุ้นไฮซีซั่นโค้งท้าย
ถอดรหัสพฤติกรรม ‘การสื่อสาร’ ช่วงน้ำท่วม ‘Voice Call’ พุ่งสูงสุด 600%
Tech ถอดรหัสพฤติกรรม ‘การสื่อสาร’ ช่วงน้ำท่วม ‘Voice Call’ พุ่งสูงสุด 600%
“น้ำมันพืชกุ๊ก” คว้า 4 รางวัล จากเวที HR Asia Awards 2026
HR “น้ำมันพืชกุ๊ก” คว้า 4 รางวัล จากเวที HR Asia Awards 2026
เหล่าตัวแม่สายแฟร์ ร่วมแคมเปญ “ACE LOVES FASHION: A UNIVERSE OF WHAT WE LOVE” โดยเซ็นทรัล เอ็มบาสซี
Biz Movement เหล่าตัวแม่สายแฟร์ ร่วมแคมเปญ “ACE LOVES FASHION: A UNIVERSE OF WHAT WE LOVE” โดยเซ็นทรัล เอ็มบาสซี
หุ้นไทยยังมีอัพไซด์ รับกำไร บจ.หนุน มองดัชนีย่อตัวเป็นจังหวะสะสม
Finance หุ้นไทยยังมีอัพไซด์ รับกำไร บจ.หนุน มองดัชนีย่อตัวเป็นจังหวะสะสม
ราคาทองวันนี้ (5 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 400 บาท ทองรูปพรรณ 67,150 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (5 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 400 บาท ทองรูปพรรณ 67,150 บาท
กลุ่มอมรรัชดา เท 100 ล้าน ผุดโชว์รูม GWM เพิ่ม-รีแบรนด์ ศูนย์ซ่อม BENZ-BMW ‘หมดวอร์แรนตี’
Automotive กลุ่มอมรรัชดา เท 100 ล้าน ผุดโชว์รูม GWM เพิ่ม-รีแบรนด์ ศูนย์ซ่อม BENZ-BMW ‘หมดวอร์แรนตี’
รัฐรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน หลังเจรจารับเงื่อนไขแค่ 3% ขู่ใช้ไม้แข็งยกเลิกสัญญา
Politics รัฐรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน หลังเจรจารับเงื่อนไขแค่ 3% ขู่ใช้ไม้แข็งยกเลิกสัญญา
แสนสิริ กวาดยอดขาย 3.64 หมื่นล้าน ผนึกแบงก์ช่วยลูกค้าได้บ้าน ลุยเปิดโค้งสุดท้าย 12 โครงการ
Real Estate แสนสิริ กวาดยอดขาย 3.64 หมื่นล้าน ผนึกแบงก์ช่วยลูกค้าได้บ้าน ลุยเปิดโค้งสุดท้าย 12 โครงการ
ASW พรีเซล 9 เดือนแรกทะลุ 83% ลุยเปิด 2 คอนโดใหม่ภูเก็ต ดึงดีมานด์ไฮซีซั่น
Real Estate ASW พรีเซล 9 เดือนแรกทะลุ 83% ลุยเปิด 2 คอนโดใหม่ภูเก็ต ดึงดีมานด์ไฮซีซั่น
ดูทั้งหมด

สหกรณ์อีสานปั้น “ข้าวหอมดอกฮัง-พนมนาคา” จากพันธุ์พื้นเมืองสู่สินค้าเพิ่มมูลค่า

28 ส.ค. 2569 | 10:20น.

ภาคสหกรณ์ในพื้นที่อีสานกำลังยกระดับบทบาทจากแหล่งรวมกลุ่มเกษตรกร ไปสู่กลไกสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตรและกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะ “ข้าว” ซึ่งยังเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของหลายจังหวัด แต่แนวทางการขับเคลื่อนไม่ได้หยุดอยู่ที่การรวบรวมผลผลิตหรือขายข้าวเปลือกเหมือนเดิม หากปรับไปสู่การอนุรักษ์พันธุ์ข้าวพื้นเมือง การแปรรูป การสร้างแบรนด์ การตลาดออนไลน์ และการใช้ศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์เชื่อมโยงเครือข่ายทั่วประเทศ

กรณี “กลุ่มอนุรักษ์และฟื้นฟูข้าวพื้นเมืองหอมดอกฮัง” จังหวัดสกลนคร และสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. นครพนม จำกัด สะท้อนโมเดลคนละด้านแต่มีเป้าหมายเดียวกัน คือทำให้ข้าวท้องถิ่นไม่เป็นเพียงสินค้าเกษตรราคาผันผวน แต่เป็นสินค้าอัตลักษณ์ที่มีเรื่องราว มีมาตรฐาน มีช่องทางตลาด และสร้างรายได้ให้เกษตรกรในระยะยาว

“หอมดอกฮัง” อนุรักษ์ข้าวพื้นเมืองกว่า 300 สายพันธุ์

กลุ่มอนุรักษ์และฟื้นฟูข้าวพื้นเมืองหอมดอกฮัง ในตำบลอุ่นจาน อำเภอกุสุมาลย์ จังหวัดสกลนคร ถือเป็นกลุ่มชาวบ้านที่อนุรักษ์พันธุ์ข้าวพื้นเมืองมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ โดยมีพันธุ์ข้าวมากกว่า 300 สายพันธุ์ และเป็นหนึ่งในเครือข่ายกลุ่มอาชีพที่ได้รับการสนับสนุนจากสหกรณ์เครดิตยูเนียนเลิงฮังสามัคคี จำกัด ซึ่งเป็นสถาบันการเงินชุมชนภาคประชาชนต้นแบบที่เข้มแข็ง

กลุ่มดังกล่าวเกิดจากการรวมตัวของเกษตรกรและชุมชนในพื้นที่รอบเทือกเขาภูพาน เพื่อฟื้นฟูการปลูกข้าวพื้นเมืองและสร้างมูลค่าให้กับข้าวหอมดอกฮังและข้าวพื้นเมืองชนิดต่าง ๆ ซึ่งเป็นข้าวพันธุ์หายากและเป็นมรดกทางวัฒนธรรมการเกษตรของชุมชนท้องถิ่น

นายนฤทธิ์ ไชยรักษ์ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนอนุรักษ์และฟื้นฟูพันธุ์ข้าวพื้นเมืองหอมเลิงฮัง เปิดเผยว่า กลุ่มตั้งขึ้นเมื่อ 13 ปีที่แล้ว มีวัตถุประสงค์เพื่อต่อยอดทรัพยากรธรรมชาติที่ยังเหลืออยู่ในชุมชน พัฒนาอาชีพ และสร้างรายได้ให้ชาวบ้านตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 ภายใต้สโลแกน “มีข้าว มีป่า มีวิถีวัฒนธรรม”

นาป่าล้อมนา 3 ระบบ ฐานพันธุกรรมข้าวชุมชน

นายนฤทธิ์อธิบายว่า พื้นที่ของกลุ่มแตกต่างจากพื้นที่นาอื่น เพราะเป็นการทำนาบนนิเวศที่เป็น “ป่าโคก” มีป่าล้อมนา โดยลักษณะเด่นของพื้นที่นามี 3 แบบ ได้แก่ นาลุ่มหนอง นาบ๊ะ และนาฮ่อมห้วย

นาลุ่มหนองเป็นพื้นที่นาที่มีหนองน้ำล้อมรอบ ส่วนนาบ๊ะเป็นพื้นที่ชุ่มชื้นคล้ายโป่ง ขณะที่นาฮ่อมห้วยเป็นนาที่มีป่าล้อมรอบลำรางธรรมชาติหรือห้วย พื้นที่นาทั้ง 3 แบบเป็นแปลงนาอินทรีย์แบบประณีตของชาวบ้าน และเหมาะกับพันธุกรรมข้าวที่หลากหลาย

นายนฤทธิ์ยอมรับว่า การทำนาอินทรีย์แบบประณีตในลักษณะป่าล้อมนาของชุมชนมีมาตั้งแต่บรรพบุรุษ คนรุ่นหลังสืบทอดต่อเพื่อต้องการอนุรักษ์พันธุ์ข้าวพื้นเมืองและฟื้นฟูวิถีการทำนาแบบดั้งเดิมที่กำลังเลือนหายไป จึงส่งเสริมให้สมาชิกปลูก อนุรักษ์ และฟื้นฟูพันธุ์ข้าวพื้นเมือง ควบคู่กับการทำนาแบบประณีตและเกษตรอินทรีย์

ปัจจุบันกลุ่มร่วมกันพัฒนาพันธุ์ข้าวพื้นเมืองมากกว่า 300 สายพันธุ์ โดยในจำนวนนี้มีตระกูลข้าวหอม 40 สายพันธุ์ เช่น ข้าวโสมมาลี ข้าวหอมใบเตย ข้าวหอมนิล ข้าวภูเขียว ข้าวปล้องแอ้ว ข้าวเหนียวแดง ข้าวมะลิแดง และข้าวก่ำน้อย

ลดเมล็ดพันธุ์จาก 20 กก. เหลือ 2 กก.ต่อไร่

การทำนาแบบประณีตและการใช้พันธุ์ข้าวพื้นเมืองที่เหมาะกับนิเวศพื้นที่ ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตให้สมาชิก โดยลดการใช้เมล็ดพันธุ์จากเดิม 20 กิโลกรัมต่อไร่ เหลือเพียง 2 กิโลกรัมต่อไร่

ผลผลิตที่ได้ไม่ได้นำไปขายเป็นข้าวเปลือก แต่แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลาย ทั้งข้าวสารบรรจุถุง สบู่ข้าว แชมพู ครีมถนอมผิว และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ภายใต้แบรนด์ “หอมดอกฮัง” โดยสหกรณ์เครดิตยูเนียนเลิงฮังสามัคคี จำกัด สนับสนุนสมาชิกครบวงจร ทั้งความรู้ด้านวิชาการ สินเชื่อ การตลาด และการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานในพื้นที่ รวมถึงช่วยกระจายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์และเครือข่ายสหกรณ์ทั่วประเทศ

“เป้าหมายของกลุ่มอยากให้สมาชิกทุกคนมีโรงงานอยู่ท้ายบ้านของตัวเอง ผลิตแล้วแปรรูปเองในครัวเรือน สมัยก่อนขายข้าวเปลือกอย่างเดียว ยิ่งทำยิ่งเป็นหนี้ ก็เลยหยุดขายข้าวเปลือก หันมาแปรรูปแทน” นายนฤทธิ์กล่าว

ปัจจุบันข้าวของกลุ่มจะไม่ขายเป็นข้าวเปลือก แต่แปรรูปทั้งหมด เช่น ข้าวหอมบรรจุถุง ข้าวฮ้าง ราคากิโลกรัมละ 100-120 บาท สบู่ก้อนละ 60 บาท รวมถึงแชมพู ครีมทาผิว และเครื่องสำอางต่าง ๆ โดยชาวบ้านยังคงทำนาแบบประณีต เก็บพันธุ์ข้าวไว้เอง และปลูกปีละครั้งโดยอาศัยน้ำฝนเป็นหลัก

นายนฤทธิ์ระบุว่า กลุ่มเป็น “ธนาคารพันธุกรรมข้าวของชุมชน” ที่รักษาพันธุ์บริสุทธิ์ไว้ และข้าวบางพันธุ์เมื่อนำไปปลูกพื้นที่อื่น อาจนุ่ม หอม อร่อยไม่เท่าที่ปลูกในพื้นที่เดิม เนื่องจากสภาพนิเวศแตกต่างกัน

ตลาดออนไลน์-ร้านอาหาร-ศึกษาดูงาน เพิ่มช่องทางรายได้

ด้านการตลาด กลุ่มมีทั้งการจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ ส่งให้ร้านอาหารในกรุงเทพฯ และมีบริษัทเอกชนรับซื้อไปจำหน่ายภายใต้แบรนด์ของตนเอง แต่ให้เครดิตแหล่งผลิตว่ามาจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนอนุรักษ์และฟื้นฟูพันธุ์ข้าวพื้นเมืองหอมดอกฮัง จังหวัดสกลนคร

นอกจากนี้ กลุ่มยังเปิดรับคณะศึกษาดูงานที่สนใจมาเรียนรู้ทั้งทฤษฎีและภาคปฏิบัติตามสถานีต่าง ๆ เช่น กลุ่มทำนา กลุ่มผลิตสบู่ กลุ่มทำเหล้าสาโท และกิจกรรมอื่น ๆ โดยคิดค่าใช้จ่ายคนละ 800-2,000 บาท ขึ้นอยู่กับความสนใจของแต่ละกลุ่ม พร้อมจำหน่ายผลิตภัณฑ์ให้ผู้มาเยือนด้วย

นายนฤทธิ์กล่าวถึงแหล่งทุนของสมาชิกว่า สมาชิกใช้บริการกู้ยืมจากสหกรณ์เครดิตยูเนียนเลิงฮังสามัคคี จำกัด เป็นหลัก เนื่องจากสมาชิกกลุ่มก็เป็นสมาชิกสหกรณ์ด้วย ทำให้การทำงานเชื่อมโยงกันต่อเนื่อง โดยสหกรณ์ทำหน้าที่เป็นแหล่งเงินกู้ ส่งเสริมองค์ความรู้จากวิทยากรทั้งภาครัฐ เอกชน และสถานศึกษา รวมถึงช่วยหาตลาดจำหน่ายผลผลิต

สหกรณ์จังหวัดสกลนครหนุนเทคโนโลยี-ท่องเที่ยวเชิงอัตลักษณ์

นางสาววัชรี ปุกหุต สหกรณ์จังหวัดสกลนคร กล่าวว่า สำนักงานสหกรณ์จังหวัดสกลนครเข้ามาดูแลสมาชิกสหกรณ์ โดยจัดฝึกอบรม ส่งเสริมการผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์ข้าวอัตลักษณ์พื้นถิ่น กำหนดแนวทางขยายเครือข่าย พัฒนาสินค้าและผลิตภัณฑ์ให้มีมูลค่าเพิ่ม รวมถึงส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการผลิต

นอกจากนี้ ยังสนับสนุนการประชาสัมพันธ์ การตลาดออนไลน์ และการท่องเที่ยวเชิงอัตลักษณ์ร่วมกับชุมชน โดยมีการประชุมร่วมกับกรรมการและสมาชิกทุกเดือน

นางสาววัชรีกล่าวว่า แผนการดำเนินงานในอนาคตจะต่อยอดการพัฒนาและแปรรูปผลิตภัณฑ์จากข้าวพื้นเมืองให้หลากหลายมากขึ้น ส่งเสริมการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ใช้เอง ส่งเสริมป่าเศรษฐกิจครอบครัว จัดสวัสดิการแก่สมาชิก และขยายฐานสมาชิกไปยังกลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้น

กลุ่มวิสาหกิจชุมชนอนุรักษ์และฟื้นฟูพันธุ์ข้าวพื้นเมืองหอมดอกฮัง บ้านอุ่มจาน อำเภอกุสุมาลย์ จังหวัดสกลนคร จึงเป็นชุมชนต้นแบบการอนุรักษ์ข้าวพื้นเมือง เพื่อไม่ให้พันธุ์ข้าวดั้งเดิมกว่า 300 สายพันธุ์สูญหาย และยังเพิ่มมูลค่าผ่านการแปรรูปเป็นสินค้าเกษตรมูลค่าสูง ช่วยสร้างความมั่นคงทางอาหารและรายได้ยั่งยืนให้ชุมชน

นครพนมชูศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์แห่งเดียวของจังหวัด

อีกด้านหนึ่ง กรมส่งเสริมสหกรณ์ นำโดยนายณฤทธิ์ บุญชัย รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานของสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. นครพนม จำกัด ซึ่งได้รับการยกระดับเป็นศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์แห่งเดียวในจังหวัดนครพนม และเป็นร้าน Q Shop แลกเปลี่ยนสินค้าการเกษตรผ่านเครือข่ายสหกรณ์ทั่วประเทศ

สหกรณ์แห่งนี้ชูผลิตภัณฑ์เด่นคือข้าวหอมมะลิแท้นครพนม 100% ภายใต้แบรนด์ “ข้าวหอมพนมนาคา” ซึ่งระบุว่าอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ มีไฟเบอร์สูง และบำรุงสุขภาพ

ตลอดกว่า 34 ปี สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. นครพนม จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งขึ้นเพื่อดูแลลูกค้า ธ.ก.ส. ที่เป็นเกษตรกรสมาชิก และผลการดำเนินงานเติบโตต่อเนื่อง โดยรายงานฐานะการเงินล่าสุด สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569 มีทุนดำเนินการ 210.96 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.36% จากปีก่อน มีปริมาณธุรกิจรวมรายปี 358.30 ล้านบาท หรือเฉลี่ย 29.85 ล้านบาทต่อเดือน

รายได้หลักมาจากธุรกิจขายและบริการ 313.207 ล้านบาท รองลงมาคือรายได้เฉพาะธุรกิจอื่น 16.75 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิประจำปี 2569 อยู่ที่ 8.12 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42% จากปี 2568 ที่มีกำไรสุทธิ 5.70 ล้านบาท

“พนมนาคา” ข้าวหอมมะลิแท้จากดินแดนพญานาค

นายปริมัศว์ ทองโพธิ์กลาง ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. นครพนม จำกัด เปิดเผยว่า สหกรณ์จดทะเบียนเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2534 ปัจจุบันมีสมาชิก 58,089 ราย ซึ่งเป็นลูกค้า ธ.ก.ส. โดยธุรกิจหลักคือการรวบรวมและแปรรูปผลผลิต ส่วนใหญ่เป็นข้าวหอมมะลินครพนมแท้ 100% ภายใต้ตราสัญลักษณ์ “ข้าวหอมพนมนาคา” รองลงมาคือธุรกิจจำหน่ายปุ๋ยและปัจจัยการผลิต

นายปริมัศว์กล่าวว่า ธุรกิจหลักของสหกรณ์คือรวบรวมและแปรรูปข้าว โดยทำช่วงนาปี ปีละครั้ง สหกรณ์จะรวบรวมข้าวจากสมาชิกและแปรรูปเป็น “ข้าวหอมพนมนาคา” ซึ่งเป็นข้าวหอมมะลิแท้ 100% ของจังหวัดนครพนม นอกจากนี้ยังมีข้าวอื่น เช่น ข้าวไรซ์เบอร์รี่

หลังรับซื้อข้าวเปลือกจากสมาชิก สหกรณ์จะนำมาสีที่โรงสีขนาด 80 ตัน จากนั้นบรรจุถุงซีลสุญญากาศ ขนาดถุงละ 1 กิโลกรัม เพื่อรอจำหน่าย

ด้านช่องทางตลาด นอกจากจำหน่ายให้คู่ค้าทั่วไปแล้ว สหกรณ์ยังมีศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ หรือ CDC สำหรับแลกเปลี่ยนสินค้าสหกรณ์ในเครือข่าย และเป็นสถานที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์ของสหกรณ์เอง โดยการแลกเปลี่ยนสินค้าส่วนใหญ่เป็นสินค้าตามฤดูกาล

นายปริมัศว์กล่าวว่า การกระจายสินค้าในศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ ส่วนใหญ่เป็นสินค้านอกพื้นที่ที่นำมากระจายให้สหกรณ์เครือข่ายในจังหวัดนครพนม เช่น ผลไม้จากภาคตะวันออกหรือภาคใต้ในช่วงฤดูกาล ส่วนสินค้าในพื้นที่ที่ส่งออกไปจำหน่ายกับคู่ค้า นอกจากข้าวหอมพนมนาคาแล้ว ยังมีสับปะรดท่าอุเทน แต่ปริมาณยังไม่มากนัก

กรมส่งเสริมสหกรณ์หนุน CDC-อุปกรณ์ตลาด

นายปริมัศว์กล่าวถึงการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ว่า สำนักงานสหกรณ์จังหวัดนครพนมส่งเจ้าหน้าที่มาให้คำแนะนำด้านกฎระเบียบต่าง ๆ รวมถึงช่องทางการตลาด โดยเฉพาะศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ที่สหกรณ์จังหวัดเข้ามาช่วยขับเคลื่อน

ที่ผ่านมา สหกรณ์ได้รับการสนับสนุนอุปกรณ์การตลาด เช่น รถโฟคลิฟต์ ส่วนที่อยู่ระหว่างดำเนินการขอรับการสนับสนุนเพิ่มเติมคืออาคารศูนย์ฝึกอบรม เนื่องจากมีการประชุมเครือข่ายบ่อยครั้ง แต่สถานที่เดิมคับแคบไม่เอื้ออำนวย จึงต้องการอาคารใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม โดยคาดว่าจะใช้งบประมาณประมาณ 3 ล้านบาท

นายอภิรักษ์ พานนูน สหกรณ์จังหวัดนครพนม กล่าวว่า สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. นครพนม จำกัด เป็นสหกรณ์รูปแบบพิเศษ ภายใต้การส่งเสริมของสำนักงานสหกรณ์จังหวัดและ ธ.ก.ส. มีธุรกิจหลักคือการรวบรวม แปรรูปผลผลิต และจัดหาสินค้ามาจำหน่ายสมาชิก แตกต่างจากสหกรณ์ภาคการเกษตรอื่น เพราะไม่มีธุรกิจรับฝากเงินและสินเชื่อ เนื่องจากต้องผูกกับลูกค้า ธ.ก.ส.

โรงสี 80 ตัน เพิ่มมูลค่าข้าวก่อนส่งทั่วประเทศ

นายอภิรักษ์กล่าวว่า สินค้าหลักของสหกรณ์คือ “ข้าวหอมพนมนาคา” ซึ่งเป็นข้าวหอมมะลิแท้ 100% มีชื่อเสียง รสชาตินุ่ม หอม อร่อย โดยสร้างเรื่องราวว่าเป็นข้าวจากดินแดนพญานาคที่ปลูกมากในพื้นที่แถบลุ่มน้ำโขง

นอกจากสมาชิกส่วนใหญ่จะทำนาปลูกข้าวหอมมะลิส่งให้สหกรณ์แล้ว สหกรณ์แห่งนี้ยังรับซื้อข้าวจากสหกรณ์เครือข่ายอื่นในจังหวัด เพื่อนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ข้าวสารบรรจุถุง เนื่องจากเป็นสหกรณ์เดียวที่มีโรงสีขนาด 80 ตันในการสีข้าวเปลือกเป็นข้าวสาร ช่วยเพิ่มมูลค่าผลผลิตข้าว ก่อนส่งจำหน่ายสู่ผู้บริโภคทั่วประเทศผ่านศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ ซึ่งมีเพียงแห่งเดียวของจังหวัดนครพนม

นายอภิรักษ์กล่าวเพิ่มเติมว่า ระบบควบคุมภายในของสหกรณ์ใช้โปรแกรมของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ มีการควบคุมภายในที่ดี และมีคะแนนประเมินอยู่ในระดับดีมาก ส่วนโครงสร้างทุนหมุนเวียนส่วนใหญ่ใช้แหล่งเงินทุนกู้ยืมระยะสั้นจาก ธ.ก.ส. เพื่อดำเนินธุรกิจข้าวเปลือก

ความสำเร็จของสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. นครพนม จำกัด จึงอยู่ที่การใช้ศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์เชื่อมโยงเครือข่ายสหกรณ์ทั่วประเทศ ช่วยกระจายผลผลิตของเกษตรกรจังหวัดนครพนม พร้อมใช้ระบบบริหารจัดการภายในองค์กรของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์จนได้คะแนนประเมินในระดับดีมาก

สหกรณ์ต้องยกระดับจาก “รวมขาย” สู่ “สร้างมูลค่า”

ทั้งกรณีหอมดอกฮัง จังหวัดสกลนคร และข้าวหอมพนมนาคา จังหวัดนครพนม สะท้อนทิศทางสำคัญของภาคสหกรณ์ไทย คือการเปลี่ยนบทบาทจากการรวมกลุ่มเพื่อขายผลผลิต ไปสู่การจัดการห่วงโซ่มูลค่าอย่างครบวงจร

สกลนครใช้จุดแข็งด้านพันธุกรรมข้าวพื้นเมืองและนิเวศป่าล้อมนา สร้างฐานความมั่นคงทางอาหารและสินค้าอัตลักษณ์ที่ต่อยอดได้ทั้งข้าวสาร ผลิตภัณฑ์แปรรูป เครื่องสำอาง การท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ และตลาดออนไลน์

นครพนมใช้จุดแข็งด้านองค์กรสหกรณ์ขนาดใหญ่ สมาชิกกว่า 58,000 ราย โรงสีขนาด 80 ตัน แบรนด์ข้าวหอมพนมนาคา และศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์แห่งเดียวของจังหวัด เพื่อเพิ่มมูลค่าข้าวหอมมะลิแท้และกระจายสินค้าเกษตรผ่านเครือข่ายสหกรณ์ทั่วประเทศ

โจทย์ต่อไปของทั้งสองพื้นที่จึงไม่ใช่เพียงการรักษาผลผลิตให้เพียงพอ แต่ต้องสร้างความต่อเนื่องของมาตรฐานสินค้า พัฒนาบรรจุภัณฑ์และช่องทางตลาด ขยายฐานผู้บริโภค และดึงคนรุ่นใหม่เข้าสู่ระบบการผลิตและการแปรรูป

หากเดินหน้าได้ต่อเนื่อง โมเดลสหกรณ์ทั้งสองแห่งจะเป็นตัวอย่างของการใช้ “ข้าว” เป็นมากกว่าสินค้าเกษตร แต่เป็นทุนทางวัฒนธรรม ทุนทางเศรษฐกิจ และฐานรายได้ระยะยาวของชุมชน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สหกรณ์ อีสาน