มช.จับมือ แอตแลนต้า เอ็มโอยูวิจัย “กัญชา” ทุ่ม 200 ล. ผลิตสารสกัดมาตรฐาน “เมดิคัลเกรด”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (3 กันยายน 2562) บริษัท แอตแลนต้า เมดดิแคร์ จำกัด นำโดยนายศุภเดช อำนวยสกุล ประธานกรรมการบริหาร ร่วมกับ ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์นิเวศน์ นันทจิต อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ เรื่อง วิจัย พัฒนา เพื่อผลิตสารสกัดกัญชาระดับ Medical Grade เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ ระหว่างมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กับบริษัท แอตแลนต้า เมดดิแคร์ จำกัด ณ ห้องพระยาศรีวิสารวาจา สำนักงานมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
โดยบันทึกข้อตกลงความร่วมมือครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายตกลงร่วมมือกันในการวิจัย พัฒนา เพื่อผลิตสารสกัดกัญชาระดับ Medical Grade เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ ดังนี้ 1.ส่งเสริมการวิจัยเพื่อพัฒนา เพื่อผลิตสารสกัดกัญชาระดับ Medical Grade 2.ส่งเสริมการวิจัยเพื่อพัฒนา เพื่อผลิต ผลิตภัณฑ์เวชสำอางจากสารสกัดกัญชา 3.สนับสนุนการวิจัยเพื่อผลิตสารสกัดกัญชาอย่างคุ้มทุน คุ้มค่า มีคุณภาพ
นายศุภเดช อำนวยสกุล ประธานกรรมการบริหารบริษัท แอตแลนต้า เมดดิแคร์ จำกัด เปิดเผยว่าความร่วมมือทางวิชาการภายใต้การ MOU ฉบับนี้ นอกจากเป็นการวางแนวทางในการดำเนินงานการวิจัยที่จะบูรณาการองค์ความรู้และเทคโนโลยีขั้นสูงของมหาวิทยาลัย มาสร้างสรรค์งานวิจัยเกี่ยวกับกัญชาเพื่อการรักษาโรคที่มุ่งหวังให้เกิดองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ตลอดถึงการผลิตผลงานวิจัยเกี่ยวกับสารสกัดจากกัญชาที่สามารถใช้งานได้จริง
ขณะเดียวกัน บริษัทฯ เตรียมสร้างศูนย์เรียนรู้ ด้วยงบประมาณ 150-200 ล้านบาท ในนามของ CMU Cannabis Valley บนพื้นที่ 14 ไร่ ในอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อการศึกษา ดูงาน ด้านการปลูก การผลิต และการพัฒนาผลิตภัณฑ์กัญชาในระดับ Medical Grade เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์อีกด้วย โดยมี Co-Working Space ให้กับคณาจารย์ นักวิจัยและนักศึกษา สำหรับการศึกษาทดลองในห้องปฏิบัติการ สำหรับการปลูกจะทำการปลูกในระบบ Indoor เป็นระบบปิด และเป็นห้อง Clean Room ต้องมีเครื่องปรับอากาศควบคุมตลอดเวลา 24 ชั่วโมง ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายเฉพาะค่าไฟฟ้ามากกว่า 40 ล้านบาทต่อปี
ซึ่งเป้าหมายของบริษัทฯที่วางไว้ในอนาคตอีกด้านคือ การพัฒนาผลิตสารสกัดกัญชาในเชิงพาณิชย์ โดยเฉพาะการพัฒนาสู่ภาคอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องสำอาง (Cosmetic) เป็นต้น
ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า การเข้าสู่กระบวนการงานวิจัยผลิตสารสกัดกัญชา สเต็ปแรกที่จะต้องทำก่อนปลูกคือ ต้องดำเนินการขออนุญาต อย. ซึ่งขณะนี้ได้เตรียมเอกสารพร้อมแล้ว เตรียมยื่นเอกสารทั้งหมดภายในเดือนกันยายน นี้ พร้อมกับขออนุญาตดำเนินงานวิจัยกัญชงด้วย ซึ่งจะดำเนินงานวิจัยควบคู่กันไป โดยทีมวิจัยมีความพร้อมดำเนินการได้ทันที เมื่อได้ใบอนุญาต ขณะนี้ มช.มีโครงการวิจัยเกี่ยวกับเรื่องนี้ 62 โครงการที่สามารถนำมาต่อยอดวิจัยมห้เป็นรูปธรรมที่ชัดเจน กล่าวคือ ภายใต้ความร่วมมือ MOU ครั้งนี้ เบื้องต้น มช.ได้วางแนวทางในรูปแบบ Quick Win ที่จะเร่งดำเนินการภายในระยะเวลา 1 ปี คือ การปลูกและพัฒนาด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ต้องได้มาตรฐานระดับสากล นอกจากนี้ คือ การเร่งผลิตสารสกัดกัญชาให้ได้มาตรฐาน Meducal Grade ที่ได้มาตรฐานีะดับสากล และการนำปลงานวิจัยที่ได้ไปรักษาโรคกับคนไข้จริง
ทั้งนี้ การสร้างองค์ความรู้งานวิจัยสารสกัดกัญชาต้องใช้เวลาในการศึกษาค้นคว้าอย่างเข้มข้น ต้องทำออกมาให้ได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับระดับสากล เพราะเป็นมิติที่มีความละเอียดอ่อน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของประเทศ
การลงนามในครั้งนี้ จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ที่จะนำไปสู่ความร่วมมือทางวิชาการต่างๆ ระหว่างมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และบริษัท แอตแลนต้า เมดดิแคร์ จำกัด ในการวิจัย พัฒนา เพื่อผลิตสารสกัดกัญชาระดับ Medical Grade เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ อย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนต่อไป