เชียงรายเฝ้าระวังเข้า-ออกชายแดน แรงงานเมียนมาปักหลักรอด่านเปิด
เมื่อวันที่ 2 เม.ย.2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ด่านพรมแดนไทย-เมียนมา อ.แม่สาย จ.เชียงราย ยังคงมีแรงานชาวเมียนมาพากเดินทางไปยังหน้าด่านพรมแดนเพื่อหวังจะกลับไปยังภูมิลำเนาของตนอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าทางการไทยจะปิดด่านพรมแดนทุกจุดไปแล้วตั้งแต่วันที่ 21 มี.ค.ที่ผ่านมา เพื่อป้องกันการระบาดของไวรัสโควิด-19 และมีการผ่อนปรนให้กับทางการเมียนมาเพื่อส่งตัวคนตกค้างกลับไปเป็นรายวัน แต่ล่าสุดทางการเมียนมาประกาศว่าจะเปิดด่านอีกครั้งวันที่ 15 เม.ย.เพราะต้องรอสร้างศูนย์พักพิงที่มีอยู่จำกัดให้เพิ่มขึ้นจำนวน 6 แห่งให้แล้วเสร็จก่อน ซึ่งพบว่าหลังจากผ่านไป 1-2 วัน ได้มีแรงานชาวเมียนมาไปรวมกันอยู่บริเวณหน้าด่านประมาณ 125 คน และทางการไทยได้จัดสถานที่เป็นศาลาวัดพระธาตุดอยเวา ตั้งอยู่ใกล้กันเป็นสถานที่พักพิงชั่วคราวจนกว่าจะมีการเปิดด่านพรมแดนต่อไป
นายเกรียงศักดิ์ อำพรไพ ฝ่ายประสานงานวัดพระธาตุดอยเวา กล่าวว่าปัจจุบันภายในศูนย์พักพิงชั่วคราวดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ฝ่ายปกครอง ฯลฯ ผลัดเปลี่ยนกันไปดูแลและสังเกตุอย่างต่อเนื่อง โดยมีการจัดอาหารและน้ำดื่มจากผู้บริจาคนำไปให้ผู้พักพิงครบทั้ง 3 มื้อ นอกจากนี้ยังมีการตรวจวัดไข้กับแรงงานทุกคนในช่วงเช้าและเย็นตามคำแนะนำของสาธารณสุขอีกด้วย
ด้าน น.ส.ผกายมาศ เวียร์ร่า รองประธานหอการค้า จ.เชียงราย เปิดเผยว่าปัจจุบันทางการเมียนมาได้ปิดด่านพรมแดนหลายจุดไม่เฉพาะกับ จ.ท่าขี้เหล็ก ที่ติดกับ อ.แม่สาย เท่านั้นโดยล่าสุดเมื่อวันที่ 1 เม.ย.ได้ปิดด่านพรมแดนตรงสะพานข้ามแม่น้ำหลวยที่เมืองยอง เขตรัฐฉาน เชื่อมกับเมืองน้ำปาน เขตเมืองลาและด่านเออร์ ซื่อหลิง เขตปกครองตนเองสิบสองปันนา มณฑลยูนนาน ประเทศจีน อีกด้วย เช่นเดียวกับประเทศจีนที่ปิดด่านพรมแดนทุกจุดทั้งทางบกและทางแม่น้ำโขงที่ติดกับ สปป.ลาว และเมียนมา ซึ่งรวมถึงท่าเรือกวนเหล่ยซึ่งเป็นเมืองท่าหน้าด่านในแม่น้ำโขง รวมทั้งหมดจำนวน 19 ด่าน ขณะที่ห้ามคนจีนเดินทางออกนอกประเทศส่วนคนที่จะเดินทางกลับจะมีการตรวจคัดกรองอย่างละเอียดด้วย

