กรมฝนหลวงฯ สั่งวางแผนเร่งระบายฝุ่นออกจาดพื้นที่กทม. ด้านกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า การระบายอากาศอยู่ในระดับอ่อน ทำให้ฝุ่นยังคงสะสมอยู่
นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 บริเวณพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล พบว่าในเช้านี้เกินค่ามาตรฐาน อยู่ในระดับส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2569 ขณะที่เวลา 07.00 น. เว็บไซต์ IQAir จัดอันดับเมืองใหญ่ที่มีมลพิษมากที่สุด พบว่า กรุงเทพฯ ประเทศไทย ติดอันดับ 12 ของเมืองใหญ่ที่มีมลพิษมากสุดของโลก วัดค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) ได้ 154 ประกอบกับในช่วงนี้ข้อมูลการระบายอากาศจาก
กรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า การระบายอากาศอยู่ในระดับอ่อน ทำให้ฝุ่นยังคงสะสมอยู่ จึงสั่งการให้หน่วยดัดแปรสภาพอากาศ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และหน่วยดัดแปรสภาพอากาศ จ.ระยอง วางแผนระบายฝุ่นออกจากพื้นที่โดยเร็วที่สุด
ขณะที่ เช้านี้ทิศทางลมมีลักษณะการเคลื่อนตัวจากทิศตะวันออกและตะวันออกเฉียงเหนือ ไปยังทิศตะวันตกและตะวันตกเฉียงใต้ โดยมีแนวโน้มเคลื่อนตัวจากพื้นที่กรุงเทพฯ ไปยังจ.สุพรรณบุรี หน่วยฯ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ จึงวางแผนบินปฏิบัติการโดยเครื่องบิน Caravan จำนวน 3 ลำ ในเวลา 10.30 น.
โดยลำที่ 1 บินปฏิบัติการด้วยการโปรยน้ำแข็งแห้งเพื่อระบายฝุ่นละออง ใช้สารฝนหลวงสูตร 3 (น้ำแข็งแห้ง) จำนวน 700 กิโลกรัม บินที่ความสูง 8,300 ฟุต บริเวณ อ.เมืองราชบุรี จ.ราชบุรี
ลำที่ 2 บินปฏิบัติการบริเวณ อ.ปากท่อ จ.เพชรบุรี
ลำที่ 3 บินปฏิบัติการด้วยเทคนิคการก่อเมฆเพื่อดูดซับและระบายฝุ่นละออง ใช้สารฝนหลวงสูตร AR23 จำนวน 700 กิโลกรัม บินที่ความสูง 6,500 ฟุต บริเวณ อ.หนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี ถึง อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี เพื่อช่วยเหลือพื้นที่เป้าหมายที่ได้รับผลกระทบบริเวณ จ.เพชรบุรี จ.ราชบุรี กรุงเทพฯ และปริมณฑล
อีกทั้งยังได้สั่งการให้หน่วยฯ จ.ระยอง วางแผนบินปฏิบัติการในเวลา 10.30 น. ใช้เครื่องบิน CN235-2222 จำนวน 1 ลำ ด้วยการโปรยน้ำแข็งแห้งเพื่อระบายฝุ่นละออง ใช้สารฝนหลวงสูตร 3 (น้ำแข็งแห้ง) จำนวน 1,200 กิโลกรัม บินที่ความสูง 8,300 ฟุต บริเวณ อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี เพื่อช่วยระบายฝุ่นออกจากพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑลด้วยอีกทางหนึ่ง
ขณะที่ทางด้านภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กเกินค่ามาตรฐานด้วยเช่นกัน โดยในเช้านี้ หน่วยฯ จ.ขอนแก่น วางแผนบินปฏิบัติการเวลา 11.15 น. ใช้เครื่องบิน CASA จำนวน 1 ลำ ด้วยการโปรยน้ำแข็งแห้งเพื่อระบายฝุ่นละออง ใช้สารฝนหวงสูตร 3 (น้ำแข็งแห้ง) จำนวน 1,000 กิโลกรัม บินที่ความสูง 8,500 ฟุต บริเวณ อ.เอราวัณ จ.เลย เพื่อช่วยพื้นที่เป้าหมายบริเวณ จ.เลย และ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่กรมฝนหลวงและการบินเกษตร เริ่มปฏิบัติการดัดแปรสภาพอากาศมาตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2568 ได้ปฏิบัติการไปทั้งสิ้น จำนวน 58 วัน ช่วยบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองได้ จำนวน 46 วัน คิดเป็นร้อยละ 85 ที่สามารถช่วยบรรเทาสถานการณ์และทำให้ค่าฝุ่นละอองลดลงได้ ทั้งนี้ สำหรับบริเวณพื้นที่ภาคเหนือ กรมฝนหลวงฯ เตรียมแผนรับมือโดยจะมีการเปิดหน่วยดัดแปรสภาพอากาศ จ.ตาก เพื่อติดตามสถานการณ์ปัญหาหมอกควัน ไฟป่า และฝุ่นละอองขนาดเล็กบริเวณพื้นที่ภาคเหนือ ตั้งแต่วันที่ 2 กุมภาพันธ์นี้เป็นต้นไปด้วย