กทม.ช่วยสังคมเปิดคอร์สฝึกอาชีพ 105 บาทเสริมศักยภาพ-สร้างรายได้
โรงเรียนฝึกอาชีพ กทม.
“โรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร” 10 แห่งทั่วเมืองคึกคัก คนมีรายได้คงที่-ว่างงาน แห่ลงทะเบียนหารายได้เสริม ค่าเรียน 105 บาท เทียบเท่ามัตฉะลาเต้หนึ่งแก้วได้ทักษะเอาไปหาเลี้ยงชีพได้ ชี้ราคานี้ไม่เคยเปลี่ยนเลยมาตลอด 50 กว่าปี
ศรีพัจฌาย์ หันไชยเนาว์ ผู้อำนวยการ สถานศึกษาโรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร (กทม.-ดินแดง 2) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้โรงเรียนฝึกอาชีพ กทม.ได้รับความสนใจมากขึ้นจากประชาชนตามภาวะเศรษฐกิจ ด้วยปัญหาการว่างงานหรือต้องการมีรายได้เสริม
โดยเปิดสอนปีละ 3 ภาคเรียน เริ่มเดือนพฤษภาคม กันยายน และธันวาคม มีรอบเช้า-รอบค่ำ วันจันทร์-ศุกร์ และรอบวันอาทิตย์เรียน 6 ชั่วโมงรวด รวม 8 ครั้ง จบแล้วได้วุฒิบัตร ราคาค่าเรียน 105 บาทเท่ากันทุกคอร์ส
ยกเว้นบางหลักสูตรที่ต้องใช้วัตถุดิบสด เช่น ไก่ เนื้อ ผัก อะไรที่เน่าเสียง่าย ทางโรงเรียนจัดซื้อให้ไม่ได้ เพราะเป็นของสด ผู้เรียนต้องช่วยกันแชร์ประมาณ 50 บาทต่อคนต่อครั้ง

หลักสูตรมีตั้งแต่ 48 ชั่วโมงสำหรับผู้ที่ต้องการทักษะเฉพาะแบบเร่งด่วน ไปจนถึง 200 ชั่วโมงที่ใช้เวลาเรียน 67 วัน สมัครได้ทุกโรงเรียน โดยไม่ต้องผูกกับเขตที่อยู่ หากเรียนจบแล้วยังรู้สึกว่าฝีมือยังไม่นิ่งพอ สามารถลงซ้ำในภาคเรียนถัดไปได้ เพราะทักษะช่างต้องฝึกซ้ำ ๆ ไม่มีใครเก่งได้จากรอบเดียว
บุคลากรผู้สอนส่วนใหญ่คือ ข้าราชการครูที่ผ่านการสอบบรรจุได้รับการรับรองจากคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ และมีวิทยฐานะชำนาญการขึ้นไป วิทยากรจากภายนอกต้องผ่านการสอบคัดเลือกทุกปี วัดกันที่ความสามารถจริง ๆ ในวิชานั้น ไม่ใช่รู้จักกันแล้วเชิญมา
แต่ละโรงเรียนมีบุคลากร 30-40 คน ที่พิสูจน์คุณภาพได้ดีที่สุดคือการบอกต่อของผู้เรียน ที่ดินแดง 2 ห้องเสริมสวยของครูสารินีที่อายุ 75 ปีแล้ว ยังมีคนข้ามเขตมาเรียนโดยเฉพาะ เพราะศิษย์เก่าแนะนำปากต่อปากจนมีชื่อเสียง
5 หลักสูตรยอดนิยม
ศรีพัจฌาย์กล่าวว่า ปัจจุบันทั้ง 10 โรงเรียนมีหลักสูตรถึง 400 หลักสูตรที่พัฒนาต่อเนื่อง แต่มี 5 กลุ่มที่ครองใจผู้เรียนมากที่สุด
“บาริสต้า” ครองอันดับ 1 มาตลอด แต่ละรอบมีผู้เรียนไม่ต่ำกว่า 40 คน กระแสกาแฟสเปเชียลตี้ยังมาแรง ผู้สนใจเป็นวัยรุ่นที่วางแผนเปิดร้าน และคนทำงานที่อยากมีรายได้ที่สอง ไปจนถึงผู้สูงวัยที่ค้นพบว่าตัวเองชอบชงกาแฟ โรงเรียนลงทุนกับเครื่องชงมาตรฐานมูลค่ากว่า 200,000 บาท การฝึกต้องฝึกกับของจริง และใช้อุปกรณ์ตามมาตรฐาน
“ขนมอบ-เบเกอรี่” เป็นวิชาที่ดึงคนได้หลากหลายกลุ่ม บางคนมาเพื่อทำกินเองในบ้าน บางคนมาพร้อมแผนรับออร์เดอร์ขายออนไลน์ วัตถุดิบหลักพวกแป้ง น้ำตาล น้ำมัน โรงเรียนจัดหาให้ครบ มีเพียงวัตถุดิบสดที่ผู้เรียนต้องออกค่าใช้จ่ายร่วม
“อาหารไทย-นานาชาติ” เป็นทักษะที่ไม่มีวันหมดอายุ ผู้เรียนลงมือจริงในครัวจริงตั้งแต่วันแรก มีศิษย์เก่าหลายรายที่จบแล้วไม่ได้เปิดร้านในกรุงเทพฯ แต่กลับไปสร้างกิจการที่ต่างจังหวัดจนมีรายได้ดีกว่างานประจำเดิม
“โหราศาสตร์” ฟังดูอาจเซอร์ไพรส์ แต่ยอดผู้สมัครสูงต่อเนื่อง เปิดสอนทั้งจักรราศี ไพ่ทาโร่ เลขศาสตร์ และโหราศาสตร์ดาราศาสตร์ ผู้เรียนมีตั้งแต่คนทำงานที่อยากเพิ่มทักษะ จนถึงผู้สูงอายุวัย 70 ปี ที่บอกว่าสนใจมาตลอดชีวิต แต่ไม่รู้จะเรียนที่ไหน

“เสริมสวย” ได้รับความนิยมตลอดกาล ทั้งการตัดผม แต่งหน้า ต่อเล็บ ต่อขนตา กทม.เปิดหลายห้องคู่ขนาน แต่ละห้องมีผู้เรียนไม่ต่ำกว่า 20 คน ไม่ต้องใช้ทุนสูง เพียงตั้งใจเรียนรู้เทคนิค ถ้าคนมีพรสวรรค์จะไปได้เร็ว จบแล้วทำรายได้ได้ทันที ขณะที่คอร์สเรียนเอกชนอยู่ที่ 15,000 บาทขึ้นไป
หลักสูตรใหม่ที่เพิ่งอนุมัติ
ศรีพัจฌาย์เสริมว่า ทุกหลักสูตรใหม่ที่เปิด มาจากการสำรวจตลาดและความต้องการ ไม่ใช่เปิดตามใจ แล้วค่อยออกแบบ พร้อมคัดเลือกวิทยากร และเสนอขออนุมัติตามลำดับ
หลักสูตรที่เพิ่งผ่านการอนุมัติ ได้แก่ “ซัก-อบ-รีด” ระยะ 48 ชั่วโมง สอนโดยวิทยากรที่จบสาขาการโรงแรม ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีเกินคาด
“ออกแบบลายผ้าด้วยวัสดุธรรมชาติ” ใช้ใบไม้จริงสร้างลวดลายบนผ้า เพิ่มมูลค่าโดยเปลี่ยนเสื้อราคา 50 บาทให้เป็น 200-300 บาทด้วยมือเราเอง
และ “หลักสูตรแคชเชียร์” 30 ชั่วโมง ที่ตอบโจทย์ตลาดค้าปลีกได้ตรงจุด ซึ่งตลาดยังต้องการคนอยู่ต่อเนื่อง
“ผู้เรียนในห้องเรียนเดียวกันมีความหลากหลายมาก ทั้งแม่บ้านที่ส่งลูกโรงเรียนแล้วมาเรียนระหว่างรอรับ คนตกงานที่มองหาทางออก คนทำงานประจำที่อยากมีรายได้เส้นที่สอง ผู้เกษียณที่อยากทำอะไรให้ตัวเอง และผู้พิการที่หาหลักสูตรที่เหมาะกับตัวเองได้”
สำหรับหลักสูตรบางประเภท เช่น นวดแผนไทย มีเกณฑ์เพิ่มเติมอย่างข้อจำกัดด้านอายุไม่เกิน 50 ปี และต้องมีใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลเท่านั้น แต่หลักสูตรทั่วไปรับตั้งแต่อายุ 14 ปีขึ้นไป
ซึ่งมียอดสมัครที่เกินกว่าที่รับได้ทุกปี โดยมีผู้สมัครกว่า 2,100 รายต่อโรงเรียน ขณะที่รับได้จริงราว 1,000 ราย ระบบจัดการด้วยการรายงานตัวล่วงหน้า 1 วัน โดยให้สิทธิตัวจริงก่อน 45 นาที หากไม่มาตัวสำรองจะได้สิทธิแทนทันที
นอกจากนี้ยังมีโครงการพิเศษที่วิทยากรออกไปสอนผู้สูงอายุในสถานสงเคราะห์ถึงที่โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อให้ผู้ที่เดินทางไม่สะดวกยังได้รับโอกาสเช่นกัน
เธอมองว่าความสำเร็จของลูกศิษย์ คือความสำเร็จของโรงเรียน ในทุกปี โรงเรียนติดตามนักศึกษาที่จบไปแล้วว่ามีงานทำหรือไม่ ประกอบอาชีพอะไร มีรายได้เป็นอย่างไร ข้อมูลส่วนนี้นำกลับมาใช้พัฒนาหลักสูตรในระยะต่อไปด้วย
บางคนกลับมาเป็นวิทยากรพิเศษให้รุ่นน้อง บางคนได้งานต่างประเทศจากทักษะที่เรียนไป อย่างศิษย์เก่าคนหนึ่งที่เรียนการทำอาหารแล้วนำไปต่อยอดที่เกาหลีในฐานะภรรยาของนักการทูต บางรายออกจากงานประจำแล้วไปเปิดร้านเสริมสวยที่ต่างจังหวัดจนรายได้ดีกว่าเดิม
สำหรับคนที่อยากลอง โรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพมหานครทั้ง 10 แห่งเปิดรับสมัครตามภาคเรียน สามารถสมัครได้ที่โรงเรียนที่สะดวกโดยไม่ต้องผูกกับเขตที่อยู่ ในราคา 105 บาทเท่ากันทุกที่ ทุกหลักสูตร