คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ
การหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.และ สก.กรุงเทพมหานคร กำลังดำเนินไปอย่างดุเดือด สถาบันพระปกเกล้าเปิดเผยผลสำรวจ “เลือกตั้ง กทม. 69 : ปัจจัยเชิงพื้นที่กับทิศทางการเลือกผู้ว่าฯ คนใหม่” ระหว่างวันที่ 22-25 พ.ค. 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายตามพื้นที่เขตทั่วกรุงเทพมหานคร 1,600 ตัวอย่าง
มีบทสรุปจากผลสำรวจ ดังนี้ ท่านจะเลือกผู้ว่าฯ กทม.แบบใด ? 61.8% จะเลือกผู้สมัครอิสระไม่สังกัดพรรค รองลงมา 12.5% ยังไม่แน่ใจ/ยังไม่ตัดสินใจ, 12.0% เลือกผู้สมัครสังกัดพรรค, 11.7% เลือกผู้สมัครพรรคฝ่ายค้าน และ 2.0% เลือกผู้สมัครพรรครัฐบาล ผลสำรวจชี้ว่า การให้ความสำคัญกับ “ความเป็นอิสระของผู้สมัคร” มากกว่าสังกัดพรรคการเมือง สะท้อนความคาดหวังต่อผู้ว่าฯ กทม. ในฐานะผู้บริหารเมืองที่ควรมีความคล่องตัว เป็นกลาง และมุ่งแก้ปัญหาเมืองบนฐานประสิทธิภาพ มากกว่าการเมืองแบบพรรค ขณะเดียวกัน กลุ่มที่ยังไม่ตัดสินใจ ยังเป็นตัวแปรสำคัญที่อาจเปลี่ยนทิศทางการเลือกตั้งในระยะต่อไป
การสำรวจตามพื้นที่ หรือโซนต่าง ๆ พบว่า ประชาชนมีการตัดสินใจที่แตกต่างกัน เขตชั้นใน : 26.8% ยังไม่แน่ใจ/ยังไม่ตัดสินใจ รองลงมา 23.3% เลือกผู้ว่าฯ จากผู้สมัคร 8 พรรคใดก็ได้ และ 22.0% เลือกผู้สมัครฝ่ายค้าน เขตชั้นกลาง : 29.3%เลือกผู้สมัครอิสระสูงสุด รองลงมา 25.9% เลือกผู้สมัครฝ่ายค้าน และ 20.8% ยังไม่แน่ใจ/ยังไม่ตัดสินใจ เขตชั้นนอก : 27.2% เลือกผู้สมัครฝ่ายค้านสูงสุด รองลงมาใกล้เคียงกัน 26.8% ยังไม่แน่ใจ/ยังไม่ตัดสินใจ และ 16.6% เลือกผู้ว่าฯ กทม.จากผู้สมัครพรรคการเมืองใดก็ได้
ผลสำรวจตามพื้นที่ ซึ่งมีการตัดสินใจที่แตกต่างกัน สะท้อนโจทย์ความคาดหวัง และฐานการตัดสินใจที่แตกต่างกัน ยุทธศาสตร์การสื่อสารและนโยบาย ที่สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่จึงเป็นโจทย์สำคัญของผู้สมัคร
ผลสำรวจยังพบว่า เมื่อพิจารณาตามพื้นที่เขตชั้นของ กทม. พบว่านายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครอิสระ มีคะแนนนำทุกเขตชั้น ในระดับใกล้เคียงกัน เขตชั้นกลาง : 32.1%, เขตชั้นใน : 31.5% และเขตชั้นนอก : 30.3% รองลงมาทุกเขตชั้น คือ ยังไม่แน่ใจ/ยังไม่ตัดสินใจ เขตชั้นใน : 27.3%, เขตชั้นนอก : 27.2% และเขตชั้นกลาง : 18.7% ขณะที่อันดับสามของเขตชั้นนอก 16.9% และเขตชั้นกลาง 16.3% คะแนนนิยมเป็นของ ดร.โจ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครพรรคประชาชน และเขตชั้นใน 9.8% เป็นของ พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผู้สมัครพรรคเศรษฐกิจ
สะท้อนว่า แม้นายชัชชาติยังมีคะแนนนำทุกเขตชั้นของกรุงเทพฯ แต่กลุ่ม “ยังไม่แน่ใจ/ยังไม่ตัดสินใจ” ยังมีสัดส่วนสูงในทุกพื้นที่ จึงยังเป็นตัวแปรสำคัญที่อาจเปลี่ยนทิศทางการแข่งขันได้ นอกจากนี้ ผู้สมัครบางรายมีฐานคะแนนเฉพาะพื้นที่ที่ควรจับตา จึงยังเป็นสนามที่ต้องช่วงชิง “เสียงลังเล” และ “พื้นที่ยุทธศาสตร์” มากกว่าการพึ่งพาคะแนนนิยมเดิมเพียงอย่างเดียว โพลนี้สำรวจก่อนเปิดรับสมัครผู้ว่าฯ และ สก. เมื่อ 28 พ.ค.-1 มิ.ย. 2569 จึงน่าสนใจว่า ใน 30 วันของการหาเสียง จะส่งผลต่อคะแนนเลือกตั้งในวันที่ 28 มิ.ย. 2569 นี้ อย่างไร