ท่ามกลางความผันผวนทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และโครงสร้างประชากร โจทย์ใหญ่ของธุรกิจยุคนี้ไม่ใช่แค่ “การอยู่รอด” แต่คือการ “ส่งไม้ต่อเพื่อความยั่งยืน”
นี่คือวิสัยทัศน์จาก 6 ผู้นำแถวหน้า ที่มาร่วมงาน ‘ประชาชาติ’ สู่ปีที่ 50 เพื่อส่งมอบสูตรสำเร็จและ “วิธีคิด” ให้ผู้นำรุ่นต่อไปกล้าที่จะ “นำให้ชนะ” ในอนาคต
อยู่เสี่ยง-หาโอกาส BEST COMEBACK
ชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เจ้าของรางวัล BEST COMEBACK จาก Prachachat Business Awards 2026 บอกว่า การบริหารและรับมือกับความเสี่ยงคือโจทย์และทักษะสำคัญของผู้นำ
“อยู่กับมันให้ได้และมองโอกาส” เขาบอกประวัติศาสตร์ในอดีตที่ผ่านมาหลายครั้ง สะท้อนให้เห็นเป็นบทเรียนแล้วว่า ความเสี่ยงของคนอื่นอาจจะเป็นโอกาสของเรา
สำหรับชายแล้วเขาบอกว่า ในช่วงเปลี่ยนผ่านขององค์กร คนรุ่นเก่าอย่างตัวเองต้องปรับตัวมากกว่าคนรุ่นใหม่ เพราะมีเวลาอยู่ในองค์กรสั้นกว่า
“คนรุ่นเก่าต้องเดินเข้าไปหาเด็กมากขึ้น มากกว่าที่เด็กเดินเข้ามาหาเรา” เขาบอกโจทย์ของผู้ใหญ่คือการปรับตัว โจทย์ของเด็กคือความต่อเนื่องในการพัฒนาตัวเองและรับมือกับการบริหารความเสี่ยง
CEO การบินไทยให้วิชาอีกว่า “อย่าปิดกั้นความคิดตัวเอง” บรรดาพาร์ตเนอร์ที่ปรึกษา คู่ค้าธุรกิจต่าง ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจของเราสำคัญมากต่อการเรียนรู้ หยิบเอามุมมอง ปัญหา หรือโจทย์ของพวกเขามาประยุกต์กับเรา เราจะเห็นประเด็นและโอกาส
สำหรับการ COMEBACK ของการบินไทย ชายบอกว่า “เราไม่ใช่หลับอย่างเดียว แต่จริง ๆ เราสลบไปเเล้ว และปั๊มหัวใจขึ้นมา” เบื้องหลังความสำเร็จคือความมุ่งมั่นและไม่ย่อท้อของพนักงานทุกคน
ไม่มีใครอยู่ยั้งยืนยง
นำด้วยการ ‘คิดถึงส่วนรวม’
พันธ์ พะเนียงเวทย์ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยอดนิยมของไทยอย่าง “มาม่า” เจ้าของรางวัล THAI GLOBAL BRAND บอกว่า ไม่มีใคร “อยู่ยั้งยืนยง” การนำต้องถูกส่งต่อตามกาลเวลา สิ่งที่อยากให้ยึดถือคือ “การคิดถึงส่วนรวม” มองภาพที่ใหญ่และกว้างกว่าแค่ตัวเองหรือองค์กร แต่ต้องคิดไปถึงคู่ค้า ซัพพลายเชน และสังคมทั้งหมด
“เราไม่ควรจะขับเคลื่อนองค์กรด้วยหลักการที่ว่า ล้วงเงินจากกระเป๋าคนอื่นมาใส่กระเป๋าตัวเอง ตัวเองรวยขึ้น แล้วคนอื่นจนลง” เขาบอกตลอดซัพพลายเชนต้องไปด้วยกัน ขาดไปช่วงใดช่วงหนึ่งสุดท้ายจะล้มทั้งระบบ ไม่มีใครอยู่ได้ด้วยฆ่าคนอื่น เพื่อนบ้านหรือว่าสิ่งแวดล้อม
“ฆ่าสิ่งรอบตัวแล้วเราอยู่ได้ด้วยตัวคนเดียว แบบนั้นไม่เรียกว่าเป็นสังคม”
พันธ์บอกว่าไม่ห่วงความคิด-ความเก่งของคนรุ่นใหม่ แต่แนะนำว่า อย่าให้สภาพความกดดัน ความต้องการพิสูจน์ตัวเอง ความต้องการเอาชนะ หรือความต้องการประสบความสำเร็จ มาโฟกัสตัวเองหรือองค์กร จนหลงลืมมองสิ่งรอบข้าง
“มันต้องเป็นสังคมที่อยู่ได้ด้วยการมองคนอื่นด้วย”
สำหรับผู้จัดการใหญ่มาม่า ความสำเร็จขององค์กรไม่ได้เกิดจากผู้นำเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวเนื่องกับองค์ประกอบทั้งหมด ตัวอย่าง มาม่า มีพนักงาน 6-7 พันคน ไม่รวมสหพัฒน์อีกหลายพันชีวิต ทั้งหมดช่วยกันขับเคลื่อนทั้งแบรนด์และคุณภาพสินค้า เพื่อให้ได้รับ ‘ความเชื่อมั่น’ จากผู้บริโภค ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด
“ความคาดหวังของผู้บริโภคคือสิ่งที่เราต้องตอบโจทย์ให้ได้”
ผู้นำมาม่าบอกว่า การเดินหน้าองค์กรมีสิ่งที่เปลี่ยนและไม่เปลี่ยนเดินคู่กันไป สิ่งที่เปลี่ยนตลอดคือ พฤติกรรมผู้บริโภค ซึ่งเราต้องทำความเข้าใจอยู่เสมอ สิ่งที่ไม่เปลี่ยน คือ การพัฒนาคุณภาพและยกระดับความรับผิดชอบต่อผลิตภัณฑ์และสังคม
กัลฟ์ไปได้ไกล กล้าลองไปด้วยกัน
สมิทธ์ พนมยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านกลยุทธ์ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จํากัด (มหาชน) เจ้าของรางวัล Outstanding Company of the Year บอกว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญกับโจทย์ใหญ่ 2 ประการ เรื่องแรกคือ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่พัฒนาอย่างก้าวกระโดดจนสามารถทำงานแทนมนุษย์ได้ในหลากหลายฟังก์ชั่น ซึ่งเป็นสิ่งที่คนรุ่นใหม่จำเป็นต้องนำมาคิดและปรับตัว
เรื่องที่สองคือ การก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ ส่งผลให้กำลังแรงงานลดน้อยลง ในขณะที่ความต้องการด้านการดูแลสุขภาพพุ่งสูงขึ้น ผู้นำรุ่นใหม่จึงต้องปรับตัวเพื่อรับมือและเปลี่ยนเทรนด์นี้ให้เป็นโอกาส
“ทุกการเปลี่ยนแปลงมีโอกาสครับ ผมเชื่อว่าคนรุ่นใหม่ของไทยมีความสามารถ ถ้ารู้จักใช้เครื่องมือให้เป็น”
สมิทธ์กล่าวว่า ในฐานะผู้นำเราต้องกล้าที่จะทดลองสิ่งใหม่ ๆ ตัวอย่างเช่น คุณสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานกรรมการบริหารของบริษัท ซึ่งเป็นผู้นำที่มักจะผลักดันและดึงศักยภาพสูงสุดของพนักงานแต่ละคนออกมาใช้เสมอ
“ผมจำได้ว่า เวลาเราก้าวไปทำธุรกิจใหม่ ๆ จะมีน้อง ๆ ไปปรึกษา เฮ้ย…พี่ครับ เราทำไม่เป็น ไม่เคยทำมาก่อนเลย ในบริษัทก็ไม่มีใครเคยทำ ท่านก็จะให้กำลังใจพวกเรา บอกว่า เฮ้ย…ตอนพี่ตั้งบริษัท อายุ 30 ปี พี่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำโรงไฟฟ้ายังไง พวกเรามาเรียนรู้และพัฒนาไปด้วยกัน และสุดท้ายเราก็ทำได้”
สมิทธ์เชื่อว่า เรียนรู้ตลอดชีวิต สิ่งนี้เป็นคีย์สำคัญในการรับมือเมื่อสภาพเศรษฐกิจและสังคมเปลี่ยนไปอยู่ตลอด
“ทำยังไงเราถึงจะปรับตัวให้เท่าทันสถานการณ์ตลอดเวลา คุณสารัชถ์มีอายุแล้ว แต่ท่านทันสมัยอยู่ตลอด ไม่ปล่อยให้ตัวเองตกเทรนด์ หรือว่าไม่อัพเดต ท่านเรียนรู้ หาความรู้ใหม่ตลอดเวลา ผมว่านี่คือคีย์ในการอยู่ได้ในระยะยาว”
เชื่อใจ – ยั่งยืนที่มั่นคง
จากความสำเร็จที่หยั่งรากลึกยาวนานกว่า 75 ปีของยักษ์ใหญ่ในวงการทองคำ ธนรัชต์ พสวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทฮั่วเซ่งเฮง ผู้คว้ารางวัลธุรกิจที่มีรายได้สูงสุดระดับประเทศ มองว่าโจทย์ใหญ่ที่สุดของภาคธุรกิจในยุคแห่งการเปลี่ยนผ่าน ทั้งมิติด้านเทคโนโลยี พฤติกรรมการบริโภค ภูมิรัฐศาสตร์และระบบการเงิน คือการสร้าง “ความยั่งยืนที่มั่นคง” โดยเฉพาะในธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยสินทรัพย์ทองคำซึ่งต้องอาศัยความน่าเชื่อถือสูง
สิ่งที่ละเลยไม่ได้เลยคือ “เรื่องความเชื่อใจ” ในโลกที่ผันผวน
“ธุรกิจจะเติบโตเรื่อย ๆ ในโลกที่เปลี่ยนแปลง ถ้าผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นกับเราก็ทำให้เรามีความมั่นคงต่อไปได้ ไม่ว่าเราจะทำเรื่องใด ๆ ก็ตาม”
ความสำเร็จอันยาวนานของฮั่วเซ่งเฮงไม่ได้เกิดขึ้นจากใครคนใดคนหนึ่ง แต่เกิดจากการยึดมั่นในมาตรฐานเดียวกันผ่าน 3 แกนหลัก คือ ความเชื่อมั่นจากลูกค้า ความเป็นเลิศในการให้บริการ และการพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมในยุคปัจจุบัน
พร้อมกันนี้เขายังส่งต่อคำแนะนำไปยังผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ให้กล้าที่จะคิด กล้าที่จะปรับเปลี่ยนองค์กร โดยต้องไม่ละทิ้งหลักจริยธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจ
ซิกเว่ เบรกเก้ เชื่อใน “Human AI”
ซิกเว่ เบรกเก้ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มธุรกิจโทรคมนาคมและดิจิทัล เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือซี.พี. ฉายภาพถึงความท้าทายทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่สุดที่อยากเห็นผู้นำรุ่นต่อไปร่วมกันขับเคลื่อน โดยชี้เป้าไปที่แนวคิด “Human AI” หรือปัญญาประดิษฐ์ที่มีมนุษย์เป็นศูนย์กลาง
“AI กำลังจะเข้ามาเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่าง เราควรจะมอง AI เป็นเหมือนการปฏิวัติ แต่ที่ผมใส่คำว่า Human (มนุษย์) ไว้ข้างหน้า AI ก็เพราะว่า AI ควรจะเป็นสิ่งที่มากกว่าแค่เทคโนโลยี และมันไม่ควรจะมาทำลายวิถีที่มนุษย์เราปฏิสัมพันธ์ต่อกัน ดังนั้นการผสานรวมระหว่างมนุษย์และ AI เข้าด้วยกัน นั่นแหละคือความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับคนรุ่นต่อไป”
จากประสบการณ์ในการทำงานร่วมกับทีมงานชาวไทยมาอย่างยาวนาน ซิกเว่มองว่าจุดแข็งอันโดดเด่นของคนไทยคือ “การทำงานด้วยใจ” มีความมุ่งมั่นเปี่ยมด้วยพลัง (Passionate) มีความกระตือรือร้น (Enthusiastic) และปรารถนาที่จะสร้างสรรค์ผลงานออกมาให้ดีที่สุด ซึ่งคุณลักษณะเหล่านี้ส่งผลให้คนไทยมีความสามารถในภาคปฏิบัติและการลงมือทำได้อย่างยอดเยี่ยม
ดังนั้น หากผู้นำสามารถรวมใจทีมงานชาวไทยให้ยอมรับและเห็นพ้องที่จะขับเคลื่อนภารกิจร่วมกันได้ คนไทยจะลงมือทำสิ่งนั้นออกมาได้ดีชนิดที่ไม่มีใครเทียบเคียงได้ ส่วนคำถามที่ว่าอะไรคือจุดที่ประเทศไทยต้องปรับปรุงมากที่สุดในภาพรวม เขามองว่าคือ “การวางแผนระยะยาว” ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกภาคส่วน ทั้งแวดวงการเมือง รัฐบาล รวมถึงสังคมในวงกว้างจำเป็นต้องหันมาให้ความสำคัญร่วมกัน
“คุณมีบางอย่างที่สามารถเรียนรู้ได้จากประเทศเพื่อนบ้านของคุณอย่าง ‘ประเทศจีน’ คือการคิดในระยะยาว และสิ่งนั้นจะช่วยให้ประเทศไทยเข้าไปอยู่ตรงจุดศูนย์กลางของภูมิทัศน์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้มากยิ่งขึ้นครับ”
ธรรมาภิบาล ยุค AI
ศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ ประธานกรรมการ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จํากัด (มหาชน) ผู้ได้รับรางวัล BUSINESS LEADER OF THE YEAR ในงาน Prachachat Business Awards 2026 กล่าวว่า ความท้าทายสำคัญคือโลกยุค AI ที่จะเข้ามาอยู่ในทุกอย่าง ทั้งในชีวิตประจำวันและทุกอุตสาหกรรม
โจทย์ใหญ่ของผู้นำรุ่นต่อไปคือธรรมาภิบาล หรือจริยธรรมของ AI เราจะกำกับอย่างไรให้เกิดประโยชน์ต่อมนุษยชาติให้มากที่สุดและยั่งยืน
ศุภชัยบอกว่า เวลาเราพูดเรื่องการดำเนินธุรกิจเรามักจะบอกว่า Market-Driven หรือการขับเคลื่อนธุรกิจโดยความต้องการของตลาด แต่ถ้าเราจะพูดให้กว้างกว่านั้นคือ “การสร้างประโยชน์ต่อส่วนรวม”
การสร้างประโยชน์ต่อส่วนร่วม ไม่ได้หมายถึงเศรษฐกิจ ความร่ำรวยหรือความมั่งคั่งเท่านั้น เพราะจริง ๆ แล้วถ้าบอกว่าจะสร้างความมั่งคั่ง ทำในสิ่งที่ผิดและไม่มีคุณธรรมก็สามารถทำได้ แต่ถ้าจะสร้างอย่างยั่งยืนเราต้องยืนอยู่บนธรรมาภิบาล คุณธรรมและจริยธรรมที่ดี ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ เราต้องมีชุดความคิดหรือกรอบความคิดที่คิดถึงส่วนรวมเสมอ
“สิ่งที่เราทำมันยั่งยืนไหม สิ่งที่เราทำเป็นประโยชน์ต่อลูกค้า สังคม ประชาชน และทำให้สิ่งแวดล้อมที่เราอยู่มันดีไหม ผมคิดว่าเป็นจุดที่สำคัญที่สุดในการดำเนินทุกธุรกิจ ทุกสายอาชีพเลย เพียงแต่ว่าความถนัดของอุตสาหกรรมอาจจะไม่เหมือนกันเท่านั้นเอง แต่วัตถุประสงค์เดียวกัน” ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท อไรซ์ เวนเจอร์ส กรุ๊ป จํากัด กล่าว