Crafts Bangkok 2026 ดึงงานคราฟต์ร่วมสมัยสู่ตลาดกลางเมือง ยกเคส “หมอนปล่องลำพูน-ทองเหลืองอยุธยา” โมเดลต่อยอดสู่สินค้าเชิงพาณิชย์
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อนุชา ทีรคานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย หรือ SACIT เปิดเผยว่า งาน “Crafts Bangkok 2026” จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 8 เพื่อนำงานหัตถกรรมไทยจากชุมชนและท้องถิ่นเข้าสู่ตลาดกลางเมือง โดยเชื่อมโยงช่างฝีมือ ศิลปินอิสระ วิสาหกิจชุมชน ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ และผู้บริโภคยุคใหม่เข้าหากัน โดยคัดเลือกผู้ประกอบการเข้าร่วมงาน 380 ราย จากใบสมัคร 900 ราย ที่มีศักยภาพต่อยอดสู่ตลาดใหม่ ทั้งกลุ่มผู้บริโภคไทย เอ็กซ์แพท และนักท่องเที่ยว

ทั้งนี้ ตัวอย่างงานคราฟต์ที่สะท้อนการต่อยอดภูมิปัญญาพื้นบ้าน คือ “อยู่ลำพูน” โดยนายกฤช วงศ์วรพันธ์ ผู้ร่วมก่อตั้ง “อยู่ลำพูน” เปิดเผยว่า เริ่มต้นจากคุณยายเห็นหมอนเก่าแบบ “หมอนปล่อง” ใช้ในพิธีกรรมโบราณของล้านนา จึงทดลองแกะแบบแล้วนำมาปรับให้ใช้งานสะดวก พัฒนาลวดลายให้ร่วมสมัย ก่อนนำไปวางขายจนได้รับกระแสตอบรับดี
เริ่มทำตลาดอย่างจริงจังได้กว่า 2 ปีแล้ว โดยนำสินค้าไปออกงาน ‘เชียงใหม่ ดีไซน์ วีค’ พบว่าลูกค้าราว 90% เป็นชาวต่างชาติ ทำให้เห็นโอกาสในการพัฒนาสินค้าต่อ ก่อนจะได้พบกับ SACIT และได้รับคำแนะนำ รวมถึงโอกาสในการออกงานแสดงสินค้า
ปัจจุบันวางขายที่งานแสดงสินค้าในกรุงเทพฯ ตลาดออนไลน์ และฝากขายในพื้นที่ เช่น เกษรอัมรินทร์ ไอคอนคราฟต์ เป็นต้น รวมถึงส่งออกไปยังประเทศนิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และไต้หวัน โดยลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อ นักท่องเที่ยว และผู้ชื่นชอบงานลักษณะนี้
อย่างไรก็ตาม กำลังการผลิตยังเป็นข้อจำกัดสำคัญ ปัจจุบันผลิตได้เต็มที่ประมาณ 100-200 ชิ้นต่อเดือน โดยมีทีมหลักในครอบครัว 2 คน คือคุณยายและภรรยา และมีชาวบ้านในชุมชนมาช่วยอีก 3 คน แต่ยังไม่เพียงพอต่อการขยายตลาด เพราะกระบวนการผลิตมีหลายขั้นตอนและต้องใช้การเย็บมือ
“สิ่งที่คาดหวังไม่ใช่เพียงยอดขาย แต่อยากให้หมอนปล่องยังคงอยู่ต่อไป แม้อาจไม่ใช่รูปแบบดั้งเดิมทั้งหมด เพราะข้อจำกัดของวัสดุและการใช้งานเดิมทำให้เสียหายง่าย แต่เมื่อปรับให้ใช้งานได้จริงและเข้าถึงชีวิตประจำวันมากขึ้น ก็ทำให้คนรู้จักหมอนปล่องมากขึ้น” นายกฤชกล่าว

อีกหนึ่งตัวอย่างคือ “วิเศษศิลป์” ผู้ผลิตงานทองเหลือง จ.พระนครศรีอยุธยา ผู้ผันตัวจากช่างจิวเวลรี่ประสบการณ์กว่า 30 ปี สู่งานทองเหลืองในรูปแบบของใช้และของตกแต่งบ้าน
นางมณท์สุชาติ หอมระรื่น ผู้ประกอบการวิเศษศิลป์ เปิดเผยว่า เริ่มทำงานทองเหลืองตั้งแต่ปี 2562 และเป็นสินค้าโอทอป จึงนำความรู้ด้านจิวเวลรี่มาพัฒนางานทองเหลือง โดยชิ้นแรกเริ่มคือ “ดอกบัว” คล้ายที่วางเทียน ก่อนพัฒนารูปแบบสินค้าอื่นเพิ่มเติม
ส่วนกลุ่มลูกค้ามีตั้งแต่วัยรุ่น มักชื่นชอบงานที่ดูเรียบ เกลี้ยง และใช้งานง่าย ส่วนกลุ่มผู้ใหญ่มักให้ความสำคัญกับดีไซน์ หรืองานที่นำไปตกแต่งบ้านได้ ซึ่งกลุ่มลูกค้าหลักยังเป็นคนไทยมากกว่าต่างชาติ เพราะสินค้าบางรูปแบบอาจไม่สะดวกต่อการนำกลับประเทศ

อย่างไรก็ตาม การร่วมงานกับ SACIT ช่วยให้สินค้าได้รับการพัฒนาและผลักดันต่อเนื่อง โดยครั้งนี้เป็นการออกงานประมาณครั้งที่ 4 จากเดิมที่ผลงานมีรูปแบบค่อนข้างเรียบ ก่อนเข้าร่วมโครงการพัฒนาแนวคิดด้านดีไซน์ต่อเนื่อง 3 ปี ทำให้ได้ทำงานร่วมกับนักออกแบบ และมองเห็นแนวทางใหม่ ๆ ที่ผู้ผลิตอาจไม่เคยนึกถึง ทำให้งานหัตถกรรมไทยถูกปรับให้เข้ากับตลาดร่วมสมัย ทั้งด้านดีไซน์ การใช้งาน วัตถุดิบ ความยั่งยืน และช่องทางเข้าถึงผู้บริโภค