3 รัฐมนตรี ลูกหลานโคราช รุกขับเคลื่อนจังหวัดนครราชสีมาทุกมิติ บูรณาการ การยกระดับทุนมนุษย์และปกป้องคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพของคนไทยทุกช่วงวัย
นายประเสริฐ จันทร รวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางมาเป็นประธานและร่วมกิจกรรมบูรณาการการขับเคลื่อนการยกระดับทุนมนุษย์และปกป้องคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพของคนไทยทุกช่วงวัย ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา
ขณะที่นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา นำคณะหัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดนครราชสีมา ร่วมให้การต้อนรับ พร้อมกล่าวแสดงความยินดีและภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่บุคคลผู้ทรงคุณวุฒิและมีศักยภาพ ซึ่งล้วนเป็นลูกหลานชาวโคราช ได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีถึง 3 ท่าน

สะท้อนถึงศักยภาพของคนโคราชในการร่วมขับเคลื่อนประเทศ และเป็นพลังสำคัญในการผลักดันการพัฒนาจังหวัดนครราชสีมาในทุกมิติ เพื่อ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพการศึกษา และการดูแลกลุ่มเปราะบาง
ในโอกาสนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาได้นำเรียนข้อเสนอและโครงการสำคัญของจังหวัด เพื่อขอรับการสนับสนุนจากรัฐมนตรีทั้ง 3 ท่าน ในการขับเคลื่อนจังหวัดสู่เป้าหมาย “มหานครแห่งโอกาส สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” รวม 10 ประเด็นหลัก ได้แก่
1. งานมหกรรมพืชสวนโลก นครราชสีมา พ.ศ. 2572
ขอเร่งรัดงบประมาณในการจัดทำแผนผังแม่บท (Master Plan) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญก้าวแรกในการขับเคลื่อนโครงการในพื้นที่
2. แก้ปัญหาข้อพิพาทที่ดิน
เร่งรัดการแก้ไขปัญหายืดเยื้อจากข้อพิพาทแนวเขตที่ดินระหว่างหน่วยงานของรัฐ โดยเฉพาะพื้นที่ทับซ้อนระหว่างอุทยานแห่งชาติทับลานกับพื้นที่ ส.ป.ก.

3. หนุนบิ๊กโปรเจกต์ด้านโลจิสติกส์และพลังงาน
ขอการสนับสนุนโครงการ Mega Projects สำคัญ อาทิ มอเตอร์เวย์ (M6), รถไฟความเร็วสูง, รถไฟทางคู่, รถไฟฟ้าระบบขนส่งมวลชนสายสีส้ม, ท่าเรือบก (Dry Port) และการจัดตั้งระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (NeEC) พร้อมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาดรองรับเมืองคาร์บอนต่ำ และงบประมาณซ่อมแซมโครงข่ายถนนที่ชำรุด
4. ยกระดับเมืองท่องเที่ยวและกีฬา
ส่งเสริมให้โคราชเป็น “เมืองท่องเที่ยวคุณภาพ” และ “เมืองกีฬาแห่งภูมิภาค” โดยผลักดันให้เป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรมและการแข่งขันระดับชาติและนานาชาติ
5. แก้ปัญหายาเสพติดครบวงจร
สนับสนุนงบประมาณจัดตั้งศูนย์ฟื้นฟูสภาพทางสังคมหรือศูนย์พื้นที่พิเศษบำบัดยาเสพติด และจัดฝึกอบรมชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) เพื่อเฝ้าระวังในชุมชน
6. จัดการปัญหาช้างป่า
จัดสรรงบประมาณสำหรับมาตรการป้องกัน เฝ้าระวัง และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ เพื่อความปลอดภัยของประชาชนและการอนุรักษ์ที่ยั่งยืน

7. พัฒนาการศึกษาและช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาส
สนับสนุนงบประมาณซ่อมแซมอาคารเรียนให้ปลอดภัย และสนับสนุนการจัดตั้งโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ เพื่อขยายโอกาสทางการศึกษา
8. ยกระดับคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางและผู้สูงอายุ
สนับสนุนโครงการ “ซ่อมบ้านสร้างสุข” โดยขอปรับเพิ่มกรอบวงเงินจาก 40,000 บาท เป็น 80,000 บาทต่อหลัง เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนวัสดุก่อสร้างในปัจจุบัน รวมถึงผลักดันโครงการ “Senior Complex” รองรับสังคมสูงวัยครบ 5 มิติ

9. บริหารจัดการน้ำยั่งยืน: เร่งรัดโครงการ “ผันน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์” พร้อมทั้งขยายเขตให้บริการของการประปาส่วนภูมิภาคให้ครอบคลุมทุกพื้นที่
10. ขยายเขตไฟฟ้าพื้นที่ห่างไกล: สนับสนุนการขยายเขตไฟฟ้าให้ครอบคลุมพื้นที่การเกษตรและพื้นที่ห่างไกล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและยกระดับชีวิตประชาชน
ในช่วงท้าย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาได้กล่าวขอบพระคุณรัฐมนตรีทั้ง 3 ท่าน ที่ให้เกียรติมามอบนโยบายและรับฟังข้อเสนอในวันนี้ พร้อมยืนยันว่าจังหวัดนครราชสีมามีความพร้อมอย่างยิ่งที่จะขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม และเชื่อมั่นว่าการสนับสนุนจากรัฐมนตรีทั้ง 3 ท่าน จะเป็นพลังขับเคลื่อนให้โคราชก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการพัฒนาของภาคตะวันออกเฉียงเหนือในอนาคต
