พาณิชย์เตือนรัฐ-เอกชน ใช้ข้อมูลกรรมการ-ผู้ถือหุ้นระวังผิด PDPA
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเตือนหน่วยงานภาครัฐและภาคธุรกิจที่เชื่อมโยงหรือขอถ่ายโอนข้อมูลนิติบุคคล ต้องไม่ประมวลผลและเผยแพร่ข้อมูลกรรมการหรือผู้ถือหุ้นจนละเมิดสิทธิส่วนบุคคล หลังตรวจพบการคัดชื่อบุคคลไปใช้เชิงธุรกิจ พร้อมย้ำผู้ฝ่าฝืนอาจต้องรับผิดทั้งทางแพ่ง อาญา และปกครองตามกฎหมาย PDPA
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้าให้บริการข้อมูลธุรกิจแก่หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนมาอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีหน่วยงานภาครัฐขอใช้ข้อมูลธุรกิจจากกรมฯ ประมาณ 200 หน่วยงาน และมีผู้ใช้บริการภาคธุรกิจประมาณ 70 หน่วยงาน
ทั้งนี้ ภาคธุรกิจสามารถขอถ่ายโอนหรือเชื่อมโยงข้อมูลนิติบุคคล ข้อมูลงบการเงิน และข้อมูลบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นได้ หลังชำระค่าธรรมเนียมตามกฎกระทรวงกำหนดอัตราค่าธรรมเนียม การขอตรวจเอกสาร การขอสำเนาเอกสารพร้อมคำรับรอง และค่าธรรมเนียมอื่นเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัด พ.ศ. 2563 เพื่อนำข้อมูลไปใช้ตามวัตถุประสงค์หรือภารกิจที่แจ้งไว้
กรมฯ ได้ออกประกาศเรื่องแนวนโยบายและแนวปฏิบัติในการเปิดเผยและนำข้อมูลไปใช้ เพื่อแจ้งวัตถุประสงค์ในการจัดเก็บและเผยแพร่ข้อมูลของบุคคลที่เป็นกรรมการและผู้ถือหุ้น โดยอาศัยฐานภารกิจของรัฐ หรือ Public Interest รวมทั้งกำหนดมาตรฐานด้านความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล
ผู้ขอใช้บริการถ่ายโอนหรือเชื่อมโยงข้อมูลต้องปฏิบัติตามข้อกำหนด มาตรฐาน และเงื่อนไขการเปิดเผยข้อมูลของกรมฯ อย่างเคร่งครัด พร้อมลงนามยอมรับเงื่อนไขการใช้บริการ เพื่อยืนยันว่าจะนำข้อมูลไปใช้ตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในแบบฟอร์มขอใช้บริการ
พบคัดชื่อกรรมการ-ผู้ถือหุ้นไปใช้เชิงธุรกิจ
นายพูนพงษ์กล่าวว่า ขณะนี้กรมฯ ตรวจพบว่ามีการนำข้อมูลนิติบุคคลที่เชื่อมต่อหรือขอรับข้อมูลไปประมวลผล โดยคัดเฉพาะชื่อบุคคลที่เป็นกรรมการหรือผู้ถือหุ้นในนิติบุคคลไปใช้ในเชิงธุรกิจ และเผยแพร่ว่าบุคคลดังกล่าวเป็นกรรมการหรือถือหุ้นในบริษัทใดบ้าง
การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลของกรรมการหรือผู้ถือหุ้นโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือไม่มีอำนาจตามกฎหมาย อาจเข้าข่ายละเมิดสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือ PDPA
กรมฯ ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นลำดับต้น และไม่มีนโยบายให้ผู้ใช้บริการนำข้อมูลนิติบุคคล ข้อมูลงบการเงิน และข้อมูลบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นที่จัดเก็บไว้ ไปจัดทำ วิเคราะห์ จำแนก รวบรวม หรือจัดให้มีข้อมูลขึ้นใหม่ในลักษณะที่เป็นการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลขึ้นใหม่
หากมีบุคคลนำข้อมูลที่ได้รับจากกรมฯ ไปประมวลผลจนกลายเป็นข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ดำเนินการดังกล่าวจะมีหน้าที่ในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และหากไม่ปฏิบัติตามหรือฝ่าฝืน อาจต้องรับผิดทั้งทางแพ่ง ทางอาญา และทางปกครอง
ข้อมูลธุรกิจใช้ตรวจสอบสินเชื่อ-วางกลยุทธ์
สำหรับวัตถุประสงค์ของหน่วยงานที่ขอข้อมูลจากกรมฯ มีความแตกต่างกัน เช่น นำไปพัฒนาข้อมูลให้แก่ลูกค้า วิเคราะห์เพื่อวางแผนกลยุทธ์ธุรกิจ สำรวจและทำวิจัย ตรวจสอบตัวตนและสถานะการจดทะเบียนของนิติบุคคลที่จะเข้าทำธุรกรรมกับธนาคาร รวมถึงใช้ประกอบการทำธุรกรรมทางการเงินและการขอสินเชื่อ
นอกจากนี้ ยังมีการนำข้อมูลไปใช้ตรวจสอบข้อเท็จจริง และตรวจสอบกับฐานข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือของหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งช่วยให้กระบวนการตรวจสอบและอนุมัติทำได้รวดเร็วและมีความมั่นใจมากขึ้น
นายพูนพงษ์กล่าวว่า กรมฯ ขอความร่วมมือและขอเตือนหน่วยงานภาครัฐและภาคธุรกิจที่เชื่อมต่อหรือขอข้อมูลนิติบุคคลจากกรมฯ ให้ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 อย่างเคร่งครัด
ที่ผ่านมา กรมฯ เคยมีหนังสือเตือนไปยังภาคธุรกิจที่ขอข้อมูลจากกรมฯ และนำไปเผยแพร่โดยอ้างอิงกรมพัฒนาธุรกิจการค้า โดยการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลก่อน เว้นแต่เข้าข้อยกเว้นตามที่กฎหมายกำหนด