‘ทูมอร์โรว์แลนด์’ ปลุกเศรษฐกิจ บุ๊กกิ้งโรงแรม ‘ชลบุรี-ระยอง’ แน่น
ความพยายามในการเดินหน้าสร้างความร่วมมือกับผู้จัดงานอีเวนต์ (Event Organizers) และพันธมิตรภาคเอกชนเพื่อร่วมกำหนดทิศทางและบูรณาการความร่วมมือสู่การเป็น “Event Hub Destination” หรือศูนย์กลางด้านความบันเทิงและเทศกาลระดับนานาชาติของภูมิภาคเริ่มเห็นภาพชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ
ทั้งในด้านการยกระดับและปรับโฉมสถานที่จัดงานอีเวนต์ในพื้นที่ศักยภาพทั่วประเทศ เพื่อรองรับการจัดงานระดับนานาชาติและสร้างประสบการณ์ที่มีคุณภาพให้แก่ผู้เข้าร่วมงาน การผลักดันการดึงดูดและสร้างสรรค์เทศกาลระดับโลกให้เข้ามาปักหมุดในประเทศไทย หรือสนับสนุนเทศกาลไทยให้เติบโตสู่เวทีสากลเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก
รวมถึงการยกระดับมาตรฐานการจัดงานสู่ระดับสากล ทั้งด้านการบริหารจัดการผู้เข้าร่วมงาน ระบบรักษาความปลอดภัย และระบบคมนาคมขนส่ง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้จัดงาน ผู้เข้าร่วมงาน และนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก
ดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพทั่วโลก
โดยหนึ่งในอีเวนต์ระดับโลกที่ประเทศไทยต้องแสดงศักยภาพและความพร้อมสำหรับการรองรับการจัดงานระดับโลกคือ การจัดเทศกาลดนตรีระดับโลก Tomorrowland (ทูมอร์โรว์แลนด์) ซึ่งเป็นการจัดครั้งแรกในภูมิภาคเอเชีย ในวันที่ 11-13 ธันวาคม 2569 ณ Wisdom Valley พัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี งานนี้รัฐบาลใช้งบประมาณสนับสนุนกว่า 2 พันล้านบาท (ระยะเวลา 5 ปี)

“สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯ บอกว่า งานเทศกาลดนตรีระดับโลก Tomorrowland Thailand ที่จะจัดขึ้นปลายปีนี้ คาดว่าจะดึงดูดผู้เข้าร่วมงานไม่ต่ำกว่า 150,000 คน หรือเฉลี่ยวันละ50,000 คน
แบ่งเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติไม่น้อยกว่า 127,500 คน (85%) และ นักท่องเที่ยวชาวไทยไม่น้อยกว่า 22,500 คน (15%)
ในส่วนของนักท่องเที่ยวต่างชาตินั้นมาจากหลากหลายภูมิภาคทั่วโลก ทั้งตลาดระยะใกล้และระยะไกล เช่น กลุ่มประเทศอาเซียน (สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย) เอเชียตะวันออกและเอเชียใต้ (จีน เกาหลีใต้ อินเดีย) ออสเตรเลีย รวมถึงจากตลาดระยะไกลอย่างยุโรป (เบลเยียม เยอรมนี สหราชอาณาจักร) และอเมริกา
เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีกำลังซื้อสูง และมีแนวโน้มเดินทางท่องเที่ยวต่อเนื่องในประเทศไทย (Longer Stay)
ดันยอดจอง โรงแรมชลบุรี-ระยองคึก
นอกจากตัวเลขรายได้และเม็ดเงินหมุนเวียนมหาศาลแล้ว การจัดงานครั้งนี้ยังส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมการบริการ โรงแรม และที่พักโดยตรง โดยพบว่าความต้องการการจองโรงแรมและที่พักในบริเวณรอบสถานที่จัดงาน รวมถึงพื้นที่ท่องเที่ยวทั้งจังหวัดชลบุรี ทั้งในโซนพัทยา จอมเทียน ศรีราชา และบางแสน ต่อเนื่องไปจนถึงพื้นที่ชายหาดจังหวัดระยอง มีอัตราการเติบโตและได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติอย่างล้นหลาม
ส่งผลต่อผู้ประกอบการท่องเที่ยว โรงแรม รีสอร์ต ร้านอาหาร ธุรกิจขนส่ง และผู้ประกอบการท้องถิ่นอย่างเต็มศักยภาพ ถือเป็นการอัดฉีดเม็ดเงินสู่ภาคธุรกิจบริการอย่างแท้จริง
รวมทั้งเป็นการตอกย้ำความพร้อมของประเทศไทยในการเป็นจุดหมายปลายทางของงานเทศกาลระดับโลก (Global Festival Destination)
เงินสะพัด เศรษฐกิจ 6 พันล้าน
ทั้งนี้จากการประเมินของบริษัทผู้จัดงาน คาดการณ์ว่าการจัดงาน Tomorrowland Thailand จะสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ (Total Economic Impact) ให้กับประเทศไทยได้สูงถึง 6,132 ล้านบาท หรือประมาณ 159 ล้านยูโร
แบ่งเป็น 1.ส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจโดยตรงจากการจัดงานมูลค่า 1,092 ล้านบาท หรือประมาณ 28 ล้านยูโร เป็นเม็ดเงินที่เชื่อมโยงกับการจัดงานโดยตรง ซึ่งกระจายสู่ผู้ประกอบการและซัพพลายเออร์ท้องถิ่นในประเทศไทย ครอบคลุมการว่าจ้างทีมงานโปรดักชั่นและผู้ให้บริการในประเทศ การจ่ายค่าตอบแทนและเงินเดือนบุคลากร การจัดซื้อวัตถุดิบและอาหาร-เครื่องดื่ม การดำเนินงานและบริหารจัดการหน้างาน งานบริการและการต้อนรับ (Hospitality) ตลอดจนค่าเช่าและบริหารจัดการสถานที่จัดงาน (Venue)
2.ผลกระทบทางเศรษฐกิจทางอ้อมจากภาคการท่องเที่ยวมูลค่า 5,309 ล้านบาท หรือประมาณ 131 ล้านยูโร เป็นเม็ดเงินที่เกิดจากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเข้าร่วมงานและพำนักต่อในประเทศไทย (Extended Stay) ทั้งในด้านการจับจ่ายใช้สอย การเดินทาง การบริการท่องเที่ยว และร้านอาหาร ซึ่งเม็ดเงินส่วนนี้เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยกระตุ้นภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในภาพรวม
คาดรายได้ภาษีคืนสู่รัฐ 732 ล้าน
นอกจากสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศกว่า 6,000 ล้านบาทแล้ว ยังคาดว่าบิ๊กโปรเจ็กต์ครั้งนี้จะสามารถสร้างรายได้หมุนเวียนกลับคืนสู่ภาครัฐในรูปของภาษีรวมประมาณ 732 ล้านบาท
โดยมีโครงสร้างที่สำคัญ ได้แก่ ภาษีทางตรงประมาณ 590 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 81% ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จากการใช้จ่ายในช่วงพำนักต่อของนักท่องเที่ยว ภาษีจากการจัดงานของ TML (ยอดขายบัตร, F&B และภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีจากการจับจ่ายใช้สอยส่วนบุคคล (VAT) และเงินสมทบประกันสังคม ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (WHT) จากกลุ่มศิลปิน
และภาษีทางอ้อมประมาณ 142 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 19% ประกอบด้วย ภาษีเงินได้นิติบุคคลของบริษัทท้องถิ่นจากกิจกรรมพำนักต่อของนักท่องเที่ยว ภาษีจากกลุ่มซัพพลายเออร์และผู้ให้บริการ และภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (PIT) ของพนักงานและแรงงานที่เกี่ยวข้อง
จุดเปลี่ยนท่องเที่ยวไทย
ขณะที่ “ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์”ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ให้สัมภาษณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่า จากผลการศึกษาอานิสงส์เชิงบวกที่จะได้รับระหว่างปี 2569-2573 ตามสัญญา 5 ปี งานเทศกาลดนตรี “ทูมอร์โรว์แลนด์” จะสามารถสร้างเม็ดเงินทางเศรษฐกิจรวมได้มากกว่า 21,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ยังมีการลงทุนจากภาคเอกชน เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น และสร้างการจ้างงานภายในประเทศอย่างมีนัยสำคัญ
จึงนับเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับภาพลักษณ์ของไทยให้เป็นศูนย์กลางเทศกาลดนตรีระดับโลก หรือ World Event Hub อย่างแท้จริง และเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนของการขับเคลื่อนภาคการท่องเที่ยวไทยที่ไปสู่ยุคคุณภาพ ตามนโยบาย Value Over Volume อย่างแท้จริง