ภัยแล้งฉุดเศรษฐกิจ
คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ สรุปสถานการณ์น้ำ วันที่ 29 พ.ค. 69 เวลา 07.00 น. ว่า มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ประกอบกับร่องมรสุมพาดผ่านประเทศลาวตอนบนเข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น มีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันตก
คาดการณ์ช่วงวันที่ 30 พ.ค. – 1 มิ.ย. 69 มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านประเทศตอนบน และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังค่อนข้างแรง
สถานการณ์น้ำ อ่างเก็บน้ำในภาพรวมปริมาณน้ำรวม : 56% ของความจุเก็บกัก 45,460 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำใช้การ 38% (21,349 ล้าน ลบ.ม.) สถานการณ์น้ำอ่างเก็บน้ำรายภาค
ภาคเหนือ มีปริมาณน้ำ 15,236 ล้าน ลบ.ม. (55%)
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีปริมาณน้ำ 5,570 ล้าน ลบ.ม. (46%)
ภาคกลาง มีปริมาณน้ำ 603 ล้าน ลบ.ม. (31%)
ภาคตะวันออก มีปริมาณน้ำ 1,103 ล้าน ลบ.ม. (35%)
ภาคตะวันตก มีปริมาณน้ำ 18,370 ล้าน ลบ.ม. (65%)
ภาคใต้ มีปริมาณน้ำ 4,578 ล้าน ลบ.ม. (60%)
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติประกาศเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงฝนตกหนัก ช่วงวันที่ 29 พ.ค. – 1 มิ.ย. 69 บริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ตาก อุบลราชธานี ระยอง จันทบุรี ตราด กาญจนบุรี ราชบุรี ระนอง พังงา สุราษฎร์ธานี และกระบี่
การดำเนินการตามมาตรการรับมือฤดูฝน ปี 2569 กรมชลประทานเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์น้ำ โดยเร่งดำเนินการกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำและวัชพืชตาม 9 มาตรการรับมือฤดูฝน ปี 2569 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำ โดยมีพื้นที่ดำเนินการได้แก่
จังหวัดลพบุรี ดำเนินการกำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางลำน้ำ ในพื้นที่ อ.บ้านหมี่ เพื่อเปิดทางน้ำให้ไหลได้สะดวกยิ่งขึ้น
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และจังหวัดปทุมธานี เร่งกำจัดวัชพืชและผักตบชวา อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา และบริเวณ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นสายน้ำสำคัญในการสัญจรและการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ภาคกลาง
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า ปัญหาที่น่าจะต้องเตรียมรับมือได้แก่ปัญหาภัยแล้ง ก่อนหน้านี้สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. เตือนว่า เศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ยังเผชิญความไม่แน่นอนสูงมาก โดยมี 4 ปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่อาจฉุดการเติบโตของประเทศ ได้แก่ 1. วิกฤตตะวันออกกลาง ดันราคาน้ำมันพุ่ง กระทบต้นทุนการผลิตในไทย และยังกระทบราคาวัตถุดิบสำคัญ เช่น แนฟทา อีเทน และแม่ปุ๋ยยูเรีย ซึ่งอาจซ้ำเติมต้นทุนภาคเกษตรในช่วงต่อไป 2.เศรษฐกิจโลกชะลอ-การเงินผันผวน 3.หนี้ครัวเรือน-SMEs เปราะบาง 4.เอลนีโญ-ภัยแล้งเสี่ยงกระทบเกษตร แม้ปัจจุบันปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำจะสูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีประมาณ 20.3% แต่มีการคาดการณ์ว่า ช่วงครึ่งหลังของปี 2569 จะเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญรุนแรง อาจกระทบผลผลิตพืชเศรษฐกิจสำคัญ ทั้งข้าวนาปี มันสำปะหลัง และข้าวโพด ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับรายได้ของเกษตรกรจำนวนมากทั่วประเทศ