EDTH ทรานส์ฟอร์ม ‘เครือสหพัฒน์’ สู่ยุคดิจิทัล-AI
สุรัตน์ วงศ์รัตนภัสสร
หนึ่งในความท้าทายใหญ่ของ “เครือสหพัฒน์” องค์กรไทยเก่าแก่อายุ 84 ปี คือการทรานส์ฟอร์มสู่ความเป็นดิจิทัล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการด้านต่าง ๆ แม้ที่ผ่านมาจะมีความพยายามในการปรับกลยุทธ์และวิธีการทำงานหลายอย่าง แต่ด้วยขนาดองค์กรที่ใหญ่มาก ๆ มีพอร์ตสินค้าหลายร้อยแบรนด์ เช่น ที่รู้จักกันดีอย่าง มาม่า, วาโก้ เป็นต้น หนทางสู่การเปลี่ยนแปลงจึงยังมีความท้าทายให้จัดการอีกมากมาย
และการที่เครือสหพัฒน์ตัดสินใจตั้งบริษัท อี-คอมเมอร์ซ ดิจิทัลไทย โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ “EDTH” ในฐานะศูนย์กลางการขับเคลื่อนธุรกิจดิจิทัล ตั้งแต่ปลายปี 2568 สะท้อนถึงความตั้งใจขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตเข้ากับยุคดิจิทัล และ AI รองรับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนเร็ว
ในงาน “สหกรุ๊ป แฟร์ & เฟส ครั้งที่ 30” ระหว่างวันที่ 25-28 มิ.ย. 2569 EDTH ลงนามความร่วมมือ (MOU) กับพันธมิตรในธุรกิจดิจิทัล คลาวด์ และ AI หลายสิบราย เช่น AWS (Amazon Web Services), กูเกิล คลาวด์ (Google Cloud), ทรูบิสิเนส, เอ้ก ดิจิทัล และซอฟต์แบงก์ (SoftBank) โดยมุ่งหวังที่จะนำจุดแข็งและศักยภาพทางเทคโนโลยีของพันธมิตรมาเสริมการเปลี่ยนผ่านด้านดิจิทัลของเครือสหพัฒน์ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
เปิดแนวคิดก่อตั้ง “EDTH”
“สุรัตน์ วงศ์รัตนภัสสร” กรรมการ บริษัท อี-คอมเมอร์ซ ดิจิทัลไทย โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า EDTH ก่อตั้งจากวิสัยทัศน์ของ“คุณบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา” ประธานเครือสหพัฒน์ เพื่อสร้างระบบสารสนเทศรวมศูนย์ให้บริษัทในเครือ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนในการซื้อระบบและบริหารจัดการลงได้เกือบ 100 เท่า เมื่อเทียบกับการปล่อยให้แต่ละบริษัทแยกกันลงทุน
“ที่ผ่านมาบริษัทในเครือสหพัฒน์ 100-300 บริษัท ต่างคนต่างลงทุนระบบไอทีของตนเอง การทำงานก็เป็นไซโล จะเอาข้อมูลมาบูรณาการร่วมกันทำได้ยาก การรวมศูนย์ไว้ที่ EDTH ไม่ได้ช่วยแค่ Economy of Scale ทำให้ต้นทุนของระบบถูกลง แต่ยังเสริม Synergy ระหว่างบริษัทในเครือให้ดีขึ้นด้วย”
ปูทางสู่ “สนาม” ที่ใหญ่ขึ้น
“สุรัตน์” กล่าวต่อว่า ปัจจุบัน EDTH มีทุนจดทะเบียน 5,000 ล้านบาท และแปรสภาพเป็นบริษัท “มหาชน” แล้ว ก่อตั้งบริษัทได้ 6-7 เดือนก็สามารถเรียกเก็บเงินทุนได้แล้วถึง 2,000 ล้านบาท คาดว่าภายในปีนี้จะเรียกเก็บส่วนที่เหลือได้ตามเป้า
“ปัจจัยที่ทำให้การระดมทุนเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว คือบริษัทต่าง ๆ ในเครือสหพัฒน์เล็งเห็นถึงประโยชน์ของการสร้างศูนย์กลางด้านเทคโนโลยี จึงเข้ามาลงทุนด้วยกัน ซึ่งความตั้งใจของคุณบุณยสิทธิ์ไม่ได้มุ่งเน้นว่าในช่วงแรก EDTH ต้องสร้างกำไรสูงสุด แต่ถ้ามีกำไรจากการดำเนินงานก็พร้อมปันผลคืนให้ผู้ถือหุ้นทุกคนอย่างเหมาะสม”
เป้าหมายของ EDTH ไม่ใช่แค่สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นดิจิทัลของเครือสหพัฒน์เท่านั้น แต่ด้วยศักยภาพที่เกิดจากการรวมตัวของผู้เชี่ยวชาญ ผู้บริหารระดับสูง และทีมเทคโนโลยีจากบริษัทต่าง ๆ ในเครือหลายร้อยคน EDTH จึงเป็น “Tech Powerhouse” ที่สร้าง S-Curve ใหม่ ๆ ให้เครือได้
“5 ปีต่อจากนี้จะเป็นช่วงที่ได้ทำงานใกล้ชิดคุณบุณยสิทธิ์ที่สุด จากการสนับสนุนของท่าน เราตั้งใจที่จะทำให้ EDTH เป็นองค์กรที่เติบโตอย่างแข็งแรงและมั่นคง พร้อมเข้าสู่สนามที่ใหญ่กว่าเดิม เช่น การพัฒนาแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ปัจจุบันในเครือมีแพลตฟอร์มของตนเองชื่อว่า Friday Fair อยู่แล้ว”

ส่องความร่วมมือพันธมิตร
เมื่อถามถึงความร่วมมือกับพันธมิตรต่าง ๆ “สุรัตน์” บอกว่า แต่ละรายมีส่วนที่รับผิดชอบต่างกัน เช่น AWS ดูแลเรื่องคลาวด์และโครงสร้างพื้นฐานช่วยปรับปรุงระบบหลังบ้านให้มีความทันสมัยขึ้น (Modernization) รวมถึงนำ AI เข้ามาช่วยเขียนและพัฒนาซอฟต์แวร์ สามารถลดระยะเวลาการทำงานของโปรแกรมเมอร์ได้มหาศาล ใช้เวลาประมาณ 15% จากเดิม
ในฝั่งของทรูบิสิเนส เอ้ก ดิจิทัล และซอฟต์แบงก์จะโฟกัสที่การพัฒนาธุรกิจและ
การตลาด ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาสินค้า ช่องทางการจัดจำหน่าย และการทำ Proof of Concept (POC) เทคโนโลยีใหม่ ๆ
ตัวอย่างโครงการที่ทำร่วมกับทรูบิสิเนส เช่น ระบบประหยัดพลังงาน (Energy Preservation) ที่นำระบบ AI และ IoT ของซอฟต์แบงก์มาใช้กับโรงงานผลิตของเครือสหพัฒน์ เพื่อตรวจจับแรงดันน้ำ อุณหภูมิ และการทำงานของเครื่องจักร ช่วยลดค่าไฟฟ้าได้เกือบ 30% รวมถึงการใช้บิ๊กดาต้าและเครื่องมือ Social Listening วิเคราะห์เทรนด์และพฤติกรรมของผู้บริโภค เพื่อทำความเข้าใจความต้องการของลูกค้าให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ซึ่งเริ่มมีการทำแคมเปญกับแบรนด์ในกลุ่มเครื่องสำอางไปแล้ว
“อีกโครงการที่น่าสนใจไม่แพ้กัน และกำลังเข้าสู่ช่วงของการทำ POC คือ LINE WORKS หรือไลน์เวอร์ชั่นที่ใช้เพื่อการทำงานในองค์กรโดยเฉพาะ ซึ่งระบบมีศักยภาพที่จะต่อยอดเป็นระบบทรัพยากรบุคคลแบบออนไลน์ (HR System Online) เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางในการติดต่อสื่อสารภายใน และรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวกับพนักงานไว้ในที่เดียว”
“ทรู” หนุนสร้าง LBM
ด้าน “ธีรเดช ดำรงค์พลาสิทธิ์” หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกลุ่มธุรกิจองค์กร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการผสานศักยภาพของพันธมิตรทุกฝ่าย เพื่อร่วมกันทรานส์ฟอร์มเครือสหพัฒน์ด้วยนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วย AI และข้อมูล นำไปสู่การสร้างการเติบโตทางธุรกิจ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืน
โดยทรู คอร์ปอเรชั่น จะนำโครงสร้างพื้นฐาน ข้อมูลเชิงลึกอัจฉริยะ และระบบนิเวศดิจิทัล มาต่อยอดเป็นโซลูชั่นดิจิทัลครบวงจร และสร้างเลเยอร์ในส่วนของเทคโนโลยีการตลาดและส่งเสริมการทำ Large Behavior Model (LBM) หรือโมเดลวิเคราะห์ข้อมูลที่ถอดรหัสจากพฤติกรรมมนุษย์ (Human Decode) ทำให้เข้าใจเทรนด์ของผู้บริโภคได้แม่นยำขึ้น
“เราหวังว่าความสำเร็จจากความร่วมมือในครั้งนี้ จะไม่ใช่แค่การสร้างระบบนิเวศใหม่ร่วมกับ EDTH และเครือสหพัฒน์ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการขยายองค์ความรู้ไปสู่ระดับภูมิภาคได้”
ผู้บริหาร EDTH ทิ้งท้ายด้วยว่า ที่ผ่านมาเครือสหพัฒน์มีความพยายามในการสร้างแพลตฟอร์ม และลงทุนด้านดิจิทัลมาแล้วหลายโครงการ แต่ต้องล้มเลิกไป เพราะขาดความต่อเนื่องและมีการเปลี่ยนมือผู้บริหาร ซึ่งแต่ละคนมีวิสัยทัศน์ หรือสิ่งที่ต้องการโฟกัสต่างกัน
“ผมเชื่อว่าครั้งนี้จะไม่เหมือนกับที่ผ่านมา เพราะเป็นความตั้งใจจริงของคุณบุณยสิทธิ์ที่จะทำให้เครือสหพัฒน์ก้าวสู่ความเป็นดิจิทัล และเติบโตในยุคที่เทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว”