เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

SPI จับมือโตคิว ลุยเมกะโปรเจ็กต์ 700 ไร่ รับศักยภาพ EEC

26 มิ.ย. 2569 | 14:08น.
SPI x Tokyu x STK_0

SPI x Tokyu x STK_0

เครือสหพัฒน์ (SPI) เดินหน้าเขย่าพอร์ตอสังหาริมทรัพย์ภาคตะวันออก เซ็น MOU ระยะยาว 3 ปี ผนึกกำลังกลุ่ม ‘โตคิว คอร์ปอเรชั่น’ ยักษ์พัฒนาเมืองจากญี่ปุ่น ลุยศึกษารอบทิศทางบนแลนด์แบงก์ผืนใหญ่ 700 ไร่ในศรีราชา วางมาสเตอร์แพลน 10-20 ปี ปั้นโมเดลเมืองอัจฉริยะ แย้มแผนระยะแรกเร่งสปีด ‘โรงเรียนนานาชาติ-คอนเวนชันฮอลล์’ พร้อมอัปเกรดฐานลูกค้าจากนิชมาเก็ตชาวญี่ปุ่นสู่แรงงานศักยภาพสูงจากทั่วโลก รองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมอนาคตในเขต EEC

นายวรยศ ทองตัน กรรมการผู้จัดการ บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภาพรวมการตลาดของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และพื้นที่เศรษฐกิจในทำเลศรีราชา กำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและทิศทางความต้องการของคนรุ่นใหม่ที่แปรเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ศรีราชาในปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงแค่เมืองท่าหรือชุมชนอุตสาหกรรมทั่วไป แต่คือศูนย์กลางทางยุทธศาสตร์หลักของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่หนาแน่นไปด้วยการอยู่อาศัย นิคมอุตสาหกรรม และการลงทุนที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง การแข่งขันของตลาดพัฒนาพื้นที่ในโซนนี้จึงมุ่งเน้นไปที่การสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่เพียบพร้อมและมีคุณภาพชีวิตระดับสากล เพื่อรองรับการย้ายฐานทุนและบุคลากรคุณภาพระดับนานาชาติ

เพื่อตอบรับโจทย์ความท้าทายใหม่นี้ บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPI จึงได้ประกาศบิ๊กดีลด้วยการลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับ โตคิว คอร์ปอเรชั่น (Tokyu Corporation) หนึ่งในบริษัทพัฒนาเมืองชั้นนำของประเทศญี่ปุ่นที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 100 ปี และ บริษัท สห โตคิว คอร์ปอเรชั่น จำกัด เพื่อร่วมกันศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาบิ๊กโปรเจกต์บนพื้นที่ทำเลทองขนาดใหญ่ถึง 700 ไร่ ของกลุ่มสหพัฒน์ในอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี

การขยับตัวครั้งใหญ่ในครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อสร้างต้นแบบเมืองแห่งอนาคตภายใต้แนวคิด “Modern Working Place”  และ “Plenary Living Area” ซึ่งเป็นโมเดลการพัฒนาเมืองแบบครบวงจรที่จะเข้ามาผสมผสานทั้งระบบคมนาคม การอยู่อาศัย การทำงาน และไลฟ์สไตล์เข้าไว้ด้วยกันอย่างสมดุล โดยภาพรวมของโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ที่จะทำการศึกษาร่วมกันในครั้งนี้ ประกอบไปด้วยพื้นที่รีเทล (Retail), สำนักงาน (Office), ที่อยู่อาศัย (Residential), คอนเวนชันฮอลล์ (Convention Hall) ตลอดจนโรงเรียนนานาชาติ (International School)

นายวรยศ เปิดเผยว่า “ศรีราชา เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศไทยและเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจหลักของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่มีศักยภาพการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ความร่วมมือระหว่าง SPI, โตคิว และ สห โตคิว ในครั้งนี้ สะท้อนวิสัยทัศน์ร่วมกันในการศึกษาและวางรากฐานการพัฒนาเมืองแห่งอนาคตที่ตอบโจทย์ทั้งการอยู่อาศัย การทำงาน และการลงทุน”

“สำหรับเครือสหพัฒน์ ความร่วมมือในวันนี้ไม่ใช่เพียงการเริ่มต้นศึกษาโครงการใหม่ แต่คือการร่วมกันมองอนาคตของศรีราชาในระยะยาว ศรีราชามีศักยภาพทั้งด้านอุตสาหกรรม การลงทุน การใช้ชีวิต และในอนาคต เมืองที่ดีต้องเป็นเมืองที่ผู้คนอยากทำงาน อยู่อาศัย และใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ เราจะนำศักยภาพด้านการพัฒนาพื้นที่ในศรีราชามาต่อยอดร่วมกับโตคิว ขณะที่ สห โตคิว จะร่วมสนับสนุนการบริหารจัดการโครงการ เพื่อสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจและคุณภาพชีวิตรูปแบบใหม่”

อินไซต์สำคัญของการเซ็น MOU ในครั้งนี้ ถือเป็นแผนยุทธศาสตร์ร่วมกันระยะเวลา 3 ปี เพื่อวางพิมพ์เขียวและศึกษาแนวทางการพัฒนาโครงการในระยะยาว 10-20 ปีข้างหน้า โดยจุดเด่นของพื้นที่ 700 ไร่ดังกล่าว ถือเป็นทำเลที่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์และโลจิสติกส์สูงมาก เนื่องจากตั้งอยู่ใกล้กับจุดก่อสร้างพื้นที่จุดพักรถบนทางหลวง (Service Area) และจุดขึ้นลงทางด่วนแห่งใหม่ ซึ่งจะกลายเป็นเส้นเลือดใหญ่ในการคมนาคมเชื่อมต่อของ EEC ในอนาคต

นอกจากนี้ รูปแบบการบุกตลาดของกลุ่มสหพัฒน์และโตคิวในครั้งนี้ จะเป็นการ “ทลายข้อจำกัดเดิม” จากตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (นับตั้งแต่เริ่มพันธมิตรในปี 2014) ที่เคยเน้นเจาะกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ (Niche Market) อย่างบุคลากรและครอบครัวชาวญี่ปุ่นที่เข้ามาทำงานในไทย ผ่านโครงการอย่าง Harmoniq Residence (เปิดตัวปี 2016) และโครงการ New Service Apartment Project Dusit Thani Sriracha (ที่มีกำหนดการเปิดให้บริการที่แน่นอนในปี 2028) แต่ในเฟสพัฒนา 700 ไร่ใหม่นี้ จะเป็นการยกระดับสู่นานาชาติเพื่อดึงดูดกลุ่มทุน บุคลากรคุณภาพ และคนรุ่นใหม่จากทั่วโลก (Global Talent) ที่จะเข้ามาหลั่งไหลเข้าสู่พื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก

ทางด้าน นายโยชิโนริ โอกาตะ เจ้าหน้าที่บริหาร และผู้จัดการทั่วไปบริหาร สายงานธุรกิจต่างประเทศ บริษัท โตคิว คอร์ปอเรชัน ได้ร่วมแบ่งปันวิสัยทัศน์โดยยกความสำเร็จระดับโลกของโตคิวในการพัฒนาเมืองอย่างเป็นระบบ ทั้งในย่าน Tama Plaza และ Shibuya ประเทศญี่ปุ่น รวมถึงโครงการยั่งยืนในเวียดนามและออสเตรเลีย เพื่อนำองค์ความรู้ด้าน Urban Development มาปรับใช้กับศรีราชา

“ในมุมมองของทางญี่ปุ่น ยังมองว่าศรีราชาและภาคตะวันออกเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงมาก เป็นศูนย์กลางของการเข้าสู่ภาคตะวันออก ปัจจุบันมีทั้งที่อยู่อาศัยและนิคมอุตสาหกรรมมากมาย ที่ผ่านมาธุรกิจของเราร่วมกับสหพัฒน์จะเน้นเจาะกลุ่มไว้เฉพาะแค่บุคลากรที่เดินทางมาจากญี่ปุ่น แต่ความร่วมมือในครั้งนี้ เราไม่ได้มองเพียงแต่เฉพาะตลาดคนญี่ปุ่นเท่านั้น เราเชื่อว่าจะมีกลุ่มคนจากทั่วโลกที่มาปฏิบัติงานหรือใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองศรีราชา ซึ่งโครงการนี้จะสามารถตอบรับโจทย์กับคนเหล่านั้นได้มากขึ้น”

เมื่อเจาะลึกถึงกรอบเวลาและแผนการดำเนินงาน แม้มูลค่าการลงทุนรวมทั้งหมดจะยังไม่สามารถเปิดเผยตัวเลขที่แน่ชัดได้ เนื่องจากพื้นที่โครงการมีขนาดใหญ่ถึง 700 ไร่ และมีประเภทสิ่งอำนวยความสะดวกที่หลากหลาย ซึ่งอยู่ในระหว่างการคำนวณและประเมินผลสัมฤทธิ์ตามจริง แต่ในแง่ของแผนพัฒนาเชิงรุก ทางกลุ่มพันธมิตรตั้งเป้าหมายที่จะเร่งผลักดันใน 2 ส่วนหลักที่อยากให้เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด  คือ ส่วนของโรงเรียนนานาชาติ (International School) และคอนเวนชันฮอลล์ (Convention Hall) เพื่อเป็นแม่เหล็กสำคัญในการดึงดูดดีมานด์และสร้างความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานด้านการศึกษาและการจัดประชุมสัมมนาในพื้นที่ โดยทั้ง 2 ส่วนนี้จะถูกนำมาพิจารณาถึงความเหมาะสมและปริมาณความต้องการของตลาด (Demand) จากผลการศึกษาอย่างละเอียดต่อไป

การลงนามร่วมกันระหว่าง นายวรยศ ทองตัน, นายโยชิโนริ โอกาตะ, มาซาฮิโกะ นิชิโมโตะ และ นายจักรกฤษณ์ สันติรัตนกุล ในครั้งนี้ จึงถือเป็นก้าวสำคัญที่จะส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันของพื้นที่ภาคตะวันออกในระยะยาว พลิกบทบาทของศรีราชาจากการเป็นเมืองอุตสาหกรรมดั้งเดิม สู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและการใช้ชีวิตระดับนานาชาติ (International Hub) แห่งอนาคตอย่างแท้จริง