ปั้นขอนแก่น HUB MICE ดึง 2 พันอีเวนต์ เชื่อมทั่วโลก
ขอนแก่น กำลังก้าวขึ้นเป็น “ประตูสู่อีสาน” และ “ศูนย์กลางเศรษฐกิจแห่งใหม่ของภูมิภาค” เมื่อข้อมูลสถิติล่าสุดจาก ISAN MICE Insight ระบุว่า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้ก้าวขึ้นเป็นอันดับ 1 ของประเทศในด้านจำนวนการจัดงานไมซ์ (MICE) ด้วยยอดการจัดงานสะสมสูงถึง 2,125 งาน ชี้ให้เห็นถึงการเติบโตที่กระจายตัวสู่ภูมิภาคอย่างชัดเจน
ปักหมุดให้ขอนแก่นเป็นหัวเมืองหลักภาคอีสาน ด้วยรายได้จากอุตสาหกรรมไมซ์สูงถึง 2,853 ล้านบาท มากกว่านครราชสีมาซึ่งมีรายได้ 818 ล้านบาท ขณะเดียวกันยังมีมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GDP) กว่า 238,727 ล้านบาท ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของภาคอีสาน รองจากนครราชสีมา
ตัวเลขดังกล่าวกลายเป็นหลักฐานที่แสดงถึงความพร้อมของขอนแก่น ทั้งด้านการค้า อุตสาหกรรม โลจิสติกส์ รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมรองรับการเติบโตในระยะยาว อีกทั้งพร้อมก้าวสู่การเป็น “เมืองสร้างโอกาส” ในระดับภูมิภาค
เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่อีสาน
ดร.ณัฎฐิญา ตันทสุข ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดขอนแก่น และนายกสมาคมท่องเที่ยวและไมซ์จังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า “ไมซ์” กำลังกลายเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ที่จะเข้ามาพลิกโฉมการท่องเที่ยวจังหวัดขอนแก่นและภาคอีสานทั้ง 20 จังหวัด ภายหลังขอนแก่นสามารถคว้าสิทธิเป็นเจ้าภาพจัดงาน Thailand Travel Mart Plus (TTM+) ปี 2027 ซึ่งเป็นเวทีเจรจาธุรกิจระดับนานาชาติที่มีมูลค่าสูงมาก
นับเป็นการเติบโตก้าวสำคัญ ท่ามกลางความท้าทายที่ขอนแก่นเป็นเมืองที่ไม่มีแม่เหล็กท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เช่น ทะเล หรือภูเขาสูง แต่จังหวัดมีจุดแข็งด้านโครงสร้างพื้นฐาน การคมนาคม ศักยภาพการจัดประชุมนานาชาติ และความร่วมมือของภาคเอกชนที่ร่วมผลักดันมาตลอด 5 ปี จึงทำให้ได้รับการคัดเลือก
ข้อมูลจาก MICE Intelligence Center (MIC) เผยข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE) ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระบุว่า “อีสาน” ก้าวขึ้นเป็นอันดับ 1 ของประเทศด้านจำนวนการจัดงานไมซ์ด้วยจำนวนงานกว่า 2,125 งาน สะท้อนบทบาทของภูมิภาคที่เป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของระบบไมซ์ไทย
ขณะเดียวกันเมืองหลักในอีสานยังสร้างรายได้โดดเด่น ได้แก่ ขอนแก่น 2,853.70 ล้านบาท และนครราชสีมา 818.74 ล้านบาท สะท้อนว่าตลาดไมซ์ไทย “โตทั้งระบบ” โดยเฉพาะอีสานโดดเด่นด้านรายได้และปริมาณงาน ซึ่งสามารถต่อยอดทางเศรษฐกิจ กระจายโอกาสสู่ภูมิภาคอย่างชัดเจน
อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ขอนแก่นกลายเป็นศูนย์กลางไมซ์ของภูมิภาค เนื่องด้วยศักยภาพของท่าอากาศยานนานาชาติขอนแก่นพร้อมรองรับกว่า 17 เที่ยวบิน/วันมีระบบ Fly Thru เชื่อม 17 ประเทศ และอยู่ระหว่างการเตรียมประชุมร่วมกับสายการบินใหม่อย่าง อีซี่ แอร์ไลน์ เพื่อหาข้อสรุปเปิดเส้นทางบินตรงเชื่อมอู่ตะเภา, หัวหิน โดยใช้เครื่องเล็ก (ATR 60-70 ที่นั่ง) รวมถึงเส้นทางบินระหว่างประเทศที่คาดว่าจะประสบความสำเร็จเส้นทางแรกเร็ว ๆ นี้ คือขอนแก่น-ดานัง (เวียดนาม) ภายใต้ข้อตกลง เมืองพี่เมืองน้อง (Sister City)
นอกจากนี้สมาคมยังเตรียมชูจุดขายกลุ่มเฉพาะ (Niche Market) เพื่อเจาะตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีกำลังซื้อสูง ด้วยเทศกาลปีนหน้าผา Khon Kaen Bouldering Festival 2027 กิจกรรมปีนหน้าผาธรรมชาติด้วยมือเปล่า ณ อุทยานแห่งชาติน้ำพอง มีก้อนหินรองรับกว่า 300 ก้อน และมีรูตเส้นทางปีนกว่า 2,000 เส้นทาง นับเป็นแหล่งปีนผาที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย
ซอฟต์พาวเวอร์เมืองแห่งโอกาส
นายจักรกฤษณ์ ศิริพานิชย์ ประธานหอการค้าจังหวัดขอนแก่นกล่าวว่า ขอนแก่นเป็นเมืองที่เติบโตได้แข็งแกร่ง ด้วยจุดแข็งด้วยการเป็นศูนย์กลางแพทย์ การศึกษา และศูนย์รวมหน่วยงานราชการกว่า 300 หน่วยงาน อีกทั้งดึงดูดทุนใหญ่ระดับประเทศหลั่งไหลเข้ามาลงทุนอสังหาริมทรัพย์และคอนโดมิเนียม โดยเฉพาะพื้นที่กังสดาลที่มีความหนาแน่นประชากรสูงถึง 4,000 คน/ตร.กม. หนาแน่นกว่าในเมืองเก่าถึงเท่าตัว
ปัจจุบันขอนแก่นมีมูลค่าเศรษฐกิจ (GDP) ปี 2567 รวมกว่า 238,727 ล้านบาท ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของภาคอีสานรองจากนครราชสีมา แต่มีรายได้ต่อหัวสูงกว่าโคราชในบางปี หอการค้าจึงเร่งขับเคลื่อน 5 ยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะยาว 5 ด้าน เพื่อเปลี่ยนภาพจำขอนแก่นสู่เมืองแห่งโอกาส ได้แก่
1) Digital Valley ร่วมกับ depa และ ETDA ลงนาม MOU ในงาน Smart Business Expo เพื่อสร้าง Ecosystem ดิจิทัลดึงเม็ดเงินลงทุน
2) Wellness ชูมิติเมืองสุขภาวะดี (Healthy City) เน้น “การป้องกันก่อนป่วย” สอดรับกับนโยบาย Medical Hub
3) Smart City เมืองแห่งการเรียนรู้ (Learning City) ที่นักท่องเที่ยวและคนนอกพื้นที่สามารถเดินทางเข้ามาสัมผัสและใช้ประโยชน์เทคโนโลยีได้ทันที
4) High-Value Agriculture (เกษตรมูลค่าสูง) ด้วยการยกระดับผ่าน 3 โมเดลคือ โมเดลคลัสเตอร์โคเนื้ออีสาน เป็นศูนย์พื้นที่เลี้ยงควบคุมคุณภาพสู่เกรดพรีเมี่ยม, อาหารปลอดภัย (Safe Food Hub) ป้องกันผักจีนทะลัก รวมถึงการชูอัตลักษณ์ “มะพร้าวน้ำหอมดินเค็ม” โซนแก่งละว้า เพื่อให้นักท่องเที่ยวและคนขอนแก่นได้บริโภคอาหารที่ดีและมีคุณภาพ
ทั้งนี้ภาคเอกชนต้องการให้ไมซ์เป็นเครื่องมือสร้างการรับรู้และต่อยอดซอฟต์พาวเวอร์ของอีสาน ได้แก่ อาหารอีสานต้นตำรับ, ผ้าไหมมัดหมี่ขอนแก่น, ความบันเทิงหมอลำ พร้อมพาทัวร์ Behind the Scenes, นวดขิดอีสาน ภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย และหมอนวดพื้นบ้านในภาคอีสาน สู่มาตรฐานสากล
รวมถึงการแพทย์และเวลเนส มีโรงพยาบาลศรีนครินทร์ ซึ่งมีศักยภาพรองจากโรงพยาบาลศิริราชเท่านั้น ล่าสุดกำลังขยายศูนย์กลางการแพทย์ ร่วมกับโรงพยาบาลเอกชน ออกแบบเส้นทางพำนักระยะยาว (Long-Stay Route) เจาะกลุ่มเกษียณอายุยุโรป อเมริกา ด้วยค่าใช้จ่ายที่คุ้มค่ากว่าเมืองท่องเที่ยวหลัก
ปักหมุด เศรษฐกิจสีเขียว
นายภพพล เกษมสันต์ ณ อยุธยา ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า ภาคอุตสาหกรรมจังหวัดยังแข็งแกร่งด้วยแรงหนุนจากโรงงานสำคัญ เช่น โรงงานน้ำตาล, โรงงานพานาโซนิค, บริษัทขอนแก่นแหอวน ซึ่งเป็นผู้ผลิตอวนรายใหญ่ระดับโลก และโรงงานผลิตเสื้อผ้ากีฬาให้กับแบรนด์ระดับนานาชาติ
นอกจากนี้ยังมีโครงการสำคัญ เช่น รถไฟความเร็วสูง, รถไฟทางคู่เฟส 2, ระเบียงเศรษฐกิจอีสาน (NeEC), โครงการท่าเรือบก (Dry Port), Data Center รวมถึงผลักดันอุตสาหกรรมศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO)
ขณะเดียวกันการเติบโตของเมืองในอนาคตต้องควบคู่กับการพัฒนาอุตสาหกรรมสีเขียว จึงได้ผลักดัน “Khon Kaen Eco City” ให้เป็นเมืองเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำแห่งแรกของประเทศ ผ่านความร่วมมือของ 22 หน่วยงาน
มุ่งเน้นการบริหารจัดการขยะอาหาร (Food Waste) นำอาหารเหลือจากห้างและโรงแรมส่งต่อให้ศูนย์บำบัดยาเสพติดและเด็ก พร้อมขับเคลื่อนโรงงานสู่มาตรฐาน Green
Factory รองรับมาตรฐานสากลสำหรับงานไมซ์ระดับโลก ก่อนที่ พ.ร.บ.อากาศสะอาดจะมีผลบังคับใช้ในอนาคต
“Eco City จะเข้ามาพัฒนาเมืองให้ก้าวสู่มาตรฐานสากล พร้อมทั้งรองรับอุตสาหกรรมไมซ์ระดับโลก ซึ่งถูกวางเป็นประตูต้อนรับนักลงทุนและนักท่องเที่ยวเชิงธุรกิจ”