เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

บอร์ดแลนด์บริดจ์ ศึกษารอบด้าน เปรียบเทียบท่าเรือสิงคโปร์ ขีดเส้นสรุปผล ส.ค.นี้

27 มิ.ย. 2569 | 12:38น.

บอร์ดแลนด์บริดจ์ สั่ง 3 คณะอนุกรรมการ ศึกษาต่อรอบด้าน เปรียบเทียบท่าเรือสิงคโปร์ ขีดเส้นสรุปผลการศึกษาภายในส.ค.นี้ 

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการศึกษาแนวทางขับเคลื่อนโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งเพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน หรือโครงการแลนด์บริดจ์ เปิดเผยว่า ในการประชุมโครงการแลนด์บริดจ์นัดที่ 2 เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. ได้รับฟังความก้าวหน้าของคณะอนุกรรมการทั้ง 3 ชุด และสั่งการให้ไปศึกษาต่อ

ด้านคณะอนุกรรมการพิจารณาแนวทางการขับเคลื่อนโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งศึกษาความเป็นไปได้และสมมติฐานที่เกี่ยวข้องกับเชิงพาณิชย์ เช่น การขนส่งสินค้าที่จะเดินทางผ่านโครงการนี้ เรื่องการประหยัดเวลา ต้นทุนการขนส่ง  และศักยภาพของโครงการ ซึ่งได้สั่งการให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ไปศึกษาเพิ่มเติม และจะประชุมอีกครั้งในวันที่ 3 ก.ค. เพื่อหารือเรื่องความเป็นไปได้ของการเปิดให้บริการ รวมทั้งเรื่องการขนส่ง กรณีเรือเทียบท่าซึ่งจำเป็นต้องขนสินค้าลงก่อนเพื่อเดินทางต่อนั้น มีความเป็นไปได้หรือไม่ โดยเน้นย้ำว่าคณะอนุกรรมการมีการศึกษากันอย่างจริงจัง

นายดนุชา กล่าวว่า สนข. จะศึกษาเรื่องความเป็นไปได้ในการประหยัดระยะเวลาการขนส่ง ผ่านกรณีท่าเรือสิงคโปร์ว่าใช้ระยะเวลาถ่ายเปลี่ยนสินค้าเท่าไร โดยจะคำนึงถึงว่าเรือต้องขนสินค้าลง และพักสินค้าเพื่อรอให้หน่วยงานมาตรวจนับ ซึ่งสายเรือจะมีโครงข่ายของตัวเองและมีตารางเวลาที่แน่นอน จึงอาจช้าหรือเร็วตามตารางเรือ ความเร่งด่วน และการคัดเลือกของผู้ส่งสินค้าด้วย

ขณะที่คณะอนุกรรมการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ได้รายงานการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมเกี่ยวกับมอเตอร์เวย์ รถไฟ และท่าเรือ 

“ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิ่งแวดล้อมมีข้อห่วงใยเรื่องฝุ่นตะกอนต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นจากการขุดลอกร่องน้ำ ว่าจะมีการจัดการอย่างไร โดยเฉพาะท่าเรือฝั่งระนองที่ใหญ่มาก รวมทั้งเรื่องการสูญเสียพื้นที่ป่าและทรัพยากรธรรมชาติจะดูแลจัดการอย่างไร โดยเฉพาะผลกระทบต่ออาชีพและรายได้ของประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งว่าหากเกิดโครงการฯ ประชาชนในบริเวณนั้นจะทำงานส่วนไหนได้บ้าง แต่ตอนนี้อยู่ในช่วงประเมินความเป็นไปได้ ความคุ้มค่า และผลกระทบว่าจะเป็นอย่างไร คาดว่าจะได้ข้อสรุปใน 90 วัน ตามเวลาที่กำหนดไว้” นายดนุชา กล่าวและว่าคณะอนุกรรมการชุดนี้จะลงพื้นที่ในเดือนก.ค.

ส่วนคณะอนุกรรมการพิจารณาและขับเคลื่อนกระบวนการมีส่วนร่วมและการสื่อสารสาธารณะ ที่จะศึกษาเรื่องแผนการประชาสัมพันธ์ ได้มอบหมายให้กรมประชาสัมพันธ์และหน่วยงานต่างๆ ศึกษาการกระจายข้อมูลให้ประชาชนในพื้นที่และภาคส่วนอื่นๆ มีความเข้าใจที่ตรงกัน

นายดนุชา กล่าวว่า กรณีที่บางฝ่ายตั้งประเด็นว่ารัฐบาลเดินหน้าโครงการโดยไม่รับฟังเสียงประชาชนนั้นไม่เป็นความจริง เพราะเป็นการทำโครงการขนาดใหญ่และมีผลกระทบต่อประชาชน จึงมีการตั้งคณะกรรมการชุดนี้ขึ้นเพื่อศึกษาข้อมูลและข้อเท็จจริง “การทำงานก็เป็นไปอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ สิ่งที่พยายามจะทำคือประเมินอย่างตรงไปตรงมา ว่าจะไปต่อได้หรือไม่ หรือต้องปรับเปลี่ยนอย่างไร”

“ตัวผลประโยชน์ ความคุ้มค่า คงไม่ได้ดูเรื่องเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูผลกระทบประกอบด้วย ซึ่งต้องกระจายประโยชน์ให้คนในพื้นที่ สร้างเศรษฐกิจ และขณะเดียวกันก็ต้องไม่กระทบกับสิ่งแวดล้อมมากเกินไป ประเด็นคือต้องชั่งน้ำหนักกันว่าโดยรวมแล้วมันได้ไม่คุ้มเสียหรือเปล่า และอย่างไร” นายดนุชา กล่าว

ทั้งนี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการครั้งสุดท้ายเพื่อสรุปผลการศึกษาทั้งหมดในเดือน ส.ค. เพื่อให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง

แลนบริดจ์