เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

สหพัฒน์ ผนึกทุนญี่ปุ่น ผุดเมืองใหม่ ‘ศรีราชา’ 700 ไร่ ปั้นฮับเศรษฐกิจใหม่ EEC

26 มิ.ย. 2569 | 16:02น.

SPI เครือสหพัฒน์ จับมือ โตคิว-สห โตคิว ปั้นโมเดล “ศรีราชาแห่งอนาคต” 700 ไร่ รับคลื่นทุนโลก-ฮับเศรษฐกิจใหม่ EEC

บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPI ร่วมกับ โตคิว คอร์ปอเรชั่น (โตคิว) หนึ่งในบริษัทพัฒนาเมืองจากประเทศญี่ปุ่น และบริษัท สห โตคิว คอร์ปอเรชั่น จำกัด (สห โตคิว) ลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาโครงการในพื้นที่ศรีราชา จังหวัดชลบุรี ต่อยอดศักยภาพเมืองเศรษฐกิจสำคัญของประเทศสู่ศูนย์กลางการอยู่อาศัย การทำงาน และการลงทุนแห่งอนาคต ภายใต้แนวคิด “Modern Working Place” และ “Plenary Living Area” รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมใหม่และการลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

นายวรยศ ทองตัน กรรมการผู้จัดการ บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ศรีราชา เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศไทยและเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจหลักของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่มีศักยภาพการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ความร่วมมือระหว่าง SPI, โตคิว และ สห โตคิวในครั้งนี้ สะท้อนวิสัยทัศน์ร่วมกันในการศึกษาและวางรากฐานการพัฒนาเมืองแห่งอนาคตที่ตอบโจทย์ทั้งการอยู่อาศัย การทำงาน และการลงทุน

“เชื่อว่าการผสานจุดแข็งของทั้งสามองค์กร ทั้งความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเมืองของญี่ปุ่นประสบการณ์ด้านการพัฒนาอสังหาฯและศักยภาพของพื้นที่ในศรีราชา จะนำไปสู่การสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจและคุณภาพชีวิตรูปแบบใหม่ ที่สามารถรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจและการลงทุนในระยะยาว”

พร้อมยกระดับศรีราชาสู่จุดหมายสำคัญของนักลงทุนและบุคลากรคุณภาพจากทั่วโลก โดย SPI จะนำศักยภาพด้านการพัฒนาพื้นที่ในศรีราชามาต่อยอดร่วมกับโตคิว ซึ่งมีประสบการณ์ด้านการพัฒนาเมืองมากกว่า 100 ปี ขณะที่ สห โตคิว จะร่วมสนับสนุนการพัฒนาธุรกิจและการบริหารจัดการโครงการ เพื่อสร้างคุณค่าและยกระดับศักยภาพของศรีราชาสู่การเป็นเมืองเศรษฐกิจและการใช้ชีวิตระดับนานาชาติในอนาคต

Mr.Yoshinori Ogata, Executive Officer & Executive General Manager, International Business Division, Tokyu Corporation กล่าวว่า เป็นเวลากว่า 100 ปีแล้ว ที่โตคิวได้มุ่งมั่นแก้ไขปัญหาสังคมผ่านการพัฒนาชุมชน นอกเหนือจากในประเทศญี่ปุ่นแล้ว ยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนในประเทศเวียดนาม และออสเตรเลีย นำความเชี่ยวชาญที่สั่งสมมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งให้ความเคารพต่อวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง

สำหรับในประเทศไทย โตคิวได้สร้างพันธมิตรที่แข็งแกร่งและยาวนานร่วมกับเครือสหพัฒน์ นับตั้งแต่เริ่มดำเนินธุรกิจในอำเภอศรีราชาเมื่อปี 2557 และเรายังได้ร่วมมือกันในโครงการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ ซึ่งนำโดยเครือสหพัฒน์ในเมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯอีกด้วย

การลงนาม MOU ครั้งนี้ จะช่วยยกระดับความสัมพันธ์อันน่าเชื่อถือของเราขึ้นไปอีกขั้น โดยพื้นที่ที่มีแผนจะพัฒนาในครั้งนี้ถือเป็นทำเลที่มีศักยภาพสูงมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่อยู่ใกล้กับจุดก่อสร้างพื้นที่จุดพักรถบนทางหลวง (Service Area) และจุดขึ้นลงทางด่วนแห่งใหม่ ซึ่งการผสานจุดแข็งของทั้ง 3 บริษัทเข้าด้วยกันจะทำให้เราสามารถร่วมมือกันสร้างสรรค์สภาพแวดล้อมการอยู่อาศัยที่มีคุณภาพสูงอย่างแท้จริงในศรีราชา

“เราจะยังคงเดินหน้าทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับเครือสหพัฒน์ต่อไป และพร้อมมุ่งมั่นที่จะเร่งขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชนร่วมกัน เพื่อผลักดันการเติบโตของเมืองในอนาคต พร้อมทั้งสร้างสรรค์สภาพแวดล้อมการอยู่อาศัยที่มีคุณภาพ”

Mr.Masahiko Nishimoto กรรมการผู้จัดการ บริษัท สห โตคิว คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า ตลอดกว่า 10 ปีที่ผ่านมา บริษัทมุ่งพัฒนาสภาพแวดล้อมการอยู่อาศัยคุณภาพสูงในศรีราชา เพื่อรองรับชาวญี่ปุ่นและครอบครัวที่เข้ามาทำงานและใช้ชีวิตในประเทศไทย โดยมองเห็นพัฒนาการและศักยภาพของเมืองแห่งนี้มาโดยตลอด

ความร่วมมือในครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญในการต่อยอดความแข็งแกร่งของทั้งสามองค์กร เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของการพัฒนาโครงการใหม่ ๆ ที่จะช่วยสร้างคุณค่าให้แก่ชุมชน ส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

“สห โตคิว จะนำประสบการณ์ในการบริหารจัดการที่อยู่อาศัยให้เช่าในศรีราชาที่สั่งสมมานานกว่า 10 ปี มาใช้เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาธุรกิจให้ก้าวหน้าอย่างแข็งแกร่ง”

สำหรับความร่วมมือดังกล่าวมีระยะเวลา 3 ปี เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาในระยะยาว 10-20 ปีข้างหน้า บนพื้นที่ 700 ไร่ของกลุ่มสหพัฒน์ในศรีราชา โดยมุ่งสร้างต้นแบบเมืองแห่งอนาคตภายใต้แนวคิด “Modern Working Place” และ “Plenary Living Area” ที่ผสานการอยู่อาศัย การทำงาน และการใช้ชีวิตเข้าไว้ด้วยกันอย่างสมดุล รองรับการเติบโตของเศรษฐกิจ การลงทุน และอุตสาหกรรมแห่งอนาคตในพื้นที่ EEC

ทั้ง 3 องค์กรมีเป้าหมายร่วมกันในการพัฒนาแนวทางการสร้างเมืองที่สามารถรองรับทั้งการใช้ชีวิต การทำงาน และการลงทุนในอนาคต โดยนำจุดแข็งของแต่ละฝ่ายมาสร้างการพัฒนาที่ตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกและความต้องการของคนรุ่นใหม่ ตลอดจนสนับสนุนการดึงดูดอุตสาหกรรมแห่งอนาคตและบุคลากรคุณภาพเข้าสู่พื้นที่

การลงนามบันทึกความร่วมมือในครั้งนี้ นับเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการศึกษาและวางรากฐานการพัฒนาเมืองแห่งอนาคตของศรีราชา ที่มุ่งสร้างทั้งมูลค่าทางเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต และความสามารถในการแข่งขันของพื้นที่ในระยะยาว พร้อมผลักดันให้ศรีราชาก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและการใช้ชีวิตระดับนานาชาติของพื้นที่เศรษฐกิจภาคตะวันออกในอนาคต

แท็กที่เกี่ยวข้อง

EEC สหพัฒน์