เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

เครือมติชน เปิดใหญ่ ‘Thailand Healthcare 2026 : Longevity อยู่ดี แฮปปี้นาน’

25 มิ.ย. 2569 | 15:03น.

เครือมติชนเปิดใหญ่งานเฮลท์แห่งปี “Thailand Healthcare 2026 : Longevity อยู่ดี แฮปปี้นาน” รวมกิจกรรมตรวจสุขภาพฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมเวทีทอล์กสุขภาพ 25-28 มิถุนายนนี้ สามย่านมิตรทาวน์ ฮอลล์ ชั้น 5

วันที่ 25 มิถุนายน 2569 ที่สามย่านมิตรทาวน์ ฮอลล์ ชั้น 5 เครือมติชนเปิดงาน “Thailand Healthcare 2026 : Longevity อยู่ดี แฮปปี้นาน” มหกรรมสุขภาพอันดับ 1 ของประเทศ ก้าวสู่ปีที่ 18 ภายใต้ความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายสุขภาพชั้นนำของประเทศ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-28 มิถุนายน 2569 เพื่อต่อยอดแนวคิด “Longevity” หรือการมีชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพ ครอบคลุมการดูแลสุขภาพกาย ใจ อาหาร การออกกำลังกาย การนอนหลับ และสุขภาพจิต

โดยมี นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย นายปราปต์ บุนปาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และพันธมิตรด้านสุขภาพเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

เวลา 13.30 น. นพ.จเด็จ กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “Longevity กับระบบหลักประกันสุขภาพไทย” โดยประกาศทิศทางใหม่ของระบบหลักประกันสุขภาพไทยว่า เป้าหมายในอนาคตไม่ใช่เพียงการทำให้ประชาชนมีอายุยืน แต่ต้องทำให้คนไทยมีช่วงเวลาที่มีสุขภาพแข็งแรง หรือ Healthspan ยาวนานที่สุด เพราะจากข้อมูลของสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) พบว่าคนไทยจำนวนมากใช้ชีวิตในช่วงประมาณ 10 ปีสุดท้ายก่อนเสียชีวิตในภาวะติดบ้านติดเตียงหรือช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญที่ระบบสาธารณสุขต้องเร่งแก้ไข

“สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่เราอายุยืนกี่ปี แต่คือเราจะอยู่ในภาวะที่แข็งแรง ช่วยเหลือตัวเองได้ ไม่เป็นภาระของคนอื่นได้นานแค่ไหน หากอายุ 80 ปี แต่ช่วงอายุ 70-80 ปีต้องนอนติดเตียง ก็ไม่ใช่การมีคุณภาพชีวิตที่ดี” นพ.จเด็จกล่าว

เลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ แต่ไม่ควรมองว่าเป็นวิกฤต เพราะหากผู้สูงอายุยังมีสุขภาพแข็งแรง ก็ยังสามารถสร้างคุณค่าและผลิตภาพให้กับประเทศได้ ความท้าทายจึงไม่ใช่การทำให้อายุยืนขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่ต้องทำให้ช่วงเวลาที่มีสุขภาพดีเพิ่มขึ้น

ขณะที่โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคอ้วน กำลังเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนไทยสูญเสียช่วงเวลาของการมีสุขภาพดี โดยเฉพาะคนอายุเกิน 35 ปี ที่จำนวนไม่น้อยอยู่ในภาวะเสี่ยงเบาหวาน และผู้ป่วยความดันจำนวนมากไม่ยอมรับว่าตัวเองป่วย แม้แพทย์จะวินิจฉัยแล้วก็ตาม

ดังนั้น ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติต้องเปลี่ยนบทบาทจากการรอรักษาคนป่วย ไปสู่การป้องกันและดูแลประชาชนตั้งแต่ระยะเสี่ยง โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในภาวะก่อนเบาหวานหรือก่อนเกิดโรค ซึ่งหากได้รับการดูแลอย่างถูกต้องก็สามารถกลับมาเป็นปกติได้

“สมัยก่อนเราจะแนะนำว่า เป็นอะไรก็มาหาหมอ หมายความว่ารอให้ป่วยก่อนแล้วค่อยมาหาหมอ แต่วันนี้เราต้องบอกกับประชาชนว่า เป็นอะไรให้รีบดูแลตัวเองก่อน อย่ามาหาหมอ เพราะการมาหาหมอมีทั้งเรื่องของความแออัด สถานที่ไม่สะดวก และต้องรอคิวนาน

ถ้าเราจะเปลี่ยนแนวคิดนี้ ผมยืนยันว่าทำได้ อย่างที่ช่วงโควิด-19 เราได้ทำมา ผมคิดว่าสภาพปัจจุบันที่เรากำลังพูดเรื่อง Longevity มันต้องคุยว่าท่านต้องดูแลตัวเอง ไม่ใช่ Longevity แล้วก็หาหมอให้หมอจัดการ เราต้องเปลี่ยนตรงนี้ใหม่ โรงพยาบาลควรเก็บไว้สำหรับคนที่ป่วยหนัก ส่วนคนที่ยังมีความเสี่ยง เรายังสามารถย้อนกลับมาเป็นผู้ที่มีสุขภาพดีได้” นพ.จเด็จกล่าว

นพ.จเด็จกล่าวว่า การสร้าง Longevity ต้องเริ่มจากการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต ทั้งการกินอาหารที่เหมาะสม เพิ่มโปรตีน ลดคาร์โบไฮเดรต ออกกำลังกายสม่ำเสมอ นอนหลับอย่างมีคุณภาพ และจัดการความเครียด โดยข้อมูลทางการแพทย์พบว่าการเดินเพิ่มขึ้นเพียงวันละ 500 ก้าว สามารถช่วยชะลอความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์ได้

ขณะที่การนอนหลับเพียงพอช่วยลดความเสี่ยงโรคเรื้อรังหลายชนิด นอกจากนี้ เทคโนโลยีดิจิทัลจะเข้ามาเป็นเครื่องมือสำคัญในการดูแลสุขภาพ ทั้งสมาร์ทวอตช์ เครื่องตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เครื่องวัดระดับน้ำตาลแบบต่อเนื่อง (CGM) และอุปกรณ์ติดตามสุขภาพต่าง ๆ ที่จะทำให้ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลสุขภาพของตัวเองได้แบบเรียลไทม์

“ต่อไปท่านต้องมาตรวจเช็ก แล้วท่านต้องเป็นเซ็นเซอร์ให้ตัวเองด้วย ท่านใส่นาฬิกา ใส่อุปกรณ์ ติดเครื่องวัดต่าง ๆ ร่างกายของท่านจะกลายเป็นเซ็นเซอร์ทั้งหมด และอีกไม่นานข้อมูลเหล่านี้จะส่งไปให้แพทย์เป็นผู้ติดตามดู หากข้อมูลยังปกติ ท่านก็ดำรงชีวิตตามปกติ แต่เมื่อมีความผิดปกติ แพทย์จึงจะเรียกเข้ามารับการรักษา”

นพ.จเด็จกล่าวว่า สปสช.ยังเดินหน้าผลักดันการใช้ชุดตรวจสุขภาพด้วยตนเอง การตรวจคัดกรองมะเร็ง การนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยอ่านผลเอกซเรย์ การตรวจพันธุกรรม และการใช้ข้อมูลสุขภาพดิจิทัล เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการป้องกันโรคได้มากขึ้น พร้อมเปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป ประชาชนจะสามารถตรวจสอบประวัติการรักษา ผลตรวจ และรายการยาของตนเองผ่าน LINE Official Account ของ สปสช. ได้เป็นครั้งแรก เพื่อให้เจ้าของข้อมูลสามารถนำข้อมูลไปใช้ประกอบการรักษาได้ทุกแห่ง

ขณะที่บรรยากาศวันแรกของงานเป็นไปอย่างคึกคัก ตั้งแต่ช่วงเช้ามีประชาชนทยอยเข้าร่วมงานอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโซนตรวจสุขภาพฟรีจากหน่วยงานภาครัฐและโรงพยาบาลชั้นนำ ซึ่งเปิดให้บริการตรวจสุขภาพมากกว่า 60 รายการ อาทิ ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เอกซเรย์ทรวงอก ตรวจสมรรถภาพปอด ตรวจภาวะกระดูกพรุน ตรวจสุขภาพตา การได้ยิน ตรวจองค์ประกอบร่างกาย ตรวจระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด พร้อมประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจ รวมถึงให้คำปรึกษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมวิ่ง City Run เวิร์กช็อป Yoga Mobility, Sound Healing และเวทีเสวนาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย วัคซีน โรคหัวใจ สุขภาพการนอน และสุขภาพจิต ตลอดจนการแจกต้นสมุนไพรฟรีจากมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรตลอดทั้ง 4 วันของการจัดงาน

ทั้งนี้ งาน Thailand Healthcare 2026 : Longevity อยู่ดี แฮปปี้นาน จัดขึ้นจนถึงวันที่ 28 มิถุนายน เวลา 10.00-19.00 น. ณ สามย่านมิตรทาวน์ ฮอลล์ ชั้น 5 เปิดให้ประชาชนเข้าร่วมงานและรับบริการตรวจสุขภาพฟรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Longevity Thailand Healthcare