เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
Biz Movement สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
Business เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
Real Estate ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
Biz Movement เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
News ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
การศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
SD Talk เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
Biz Movement ‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
SD 14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
ดูทั้งหมด

“ศุภจี” บุกบรัสเซลส์ เร่งปิดดีล FTA ไทย-EU รอบ 9

25 มิ.ย. 2569 | 19:27น.

“ศุภจี” นำทีมไทยแลนด์เจรจา EU เร่งผลักดัน FTA ไทย-EU ให้คืบหน้าเป็นรูปธรรม หารือกรรมาธิการยุโรปด้านการค้าและด้านเกษตร วางรากฐานหุ้นส่วนเศรษฐกิจระยะยาว ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกผันผวน ชูประเด็นเปิดตลาดสินค้า บริการ ลงทุน จัดซื้อจัดจ้างรัฐ SPS และทรัพย์สินทางปัญญา ตั้งเป้าการเจรจารอบที่ 9 ปิดประเด็นที่พร้อม-ดันเรื่องคงค้างคืบหน้า พร้อมดูแลผลประโยชน์เกษตรกร ผู้ประกอบการ และ SMEs ไทย

 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์  เปิดเผยว่า ตนนำคณะ เยือนกรุงบรัสเซลส์ เพื่อหารือกับผู้บริหารระดับสูงของสหภาพยุโรป หรือ EU ทั้งด้านการค้าและการเกษตร ร่วมกับทีมไทยแลนด์ โดยคณะไทยได้เข้าพบนายมารอส เซฟโควิช กรรมาธิการยุโรปด้านการค้าและความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรและความโปร่งใส และนายคริสตอฟ ฮันเซน กรรมาธิการยุโรปด้านการเกษตรและอาหาร เพื่อเร่งผลักดันการเจรจาความตกลงการค้าเสรี หรือ FTA ไทย-EU ให้มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม และวางรากฐานความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระยะยาวระหว่างไทยและ EU

การเจรจา FTA ไทย-EU เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลไทยในการขยายโอกาสทางการค้า การลงทุน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจและการค้าโลกที่มีความผันผวน

ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องถึงความสำคัญของการเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจและการค้าที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้น เพื่อเสริมสร้างความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน กระจายความเสี่ยงทางการค้า และสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจร่วมกัน

ในการหารือกับกรรมาธิการยุโรปด้านการค้า ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความเห็นในประเด็นสำคัญภายใต้การเจรจา FTA ไทย-EU อาทิ การเปิดตลาดการค้าสินค้า การค้าบริการและการลงทุน การจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ มาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช หรือ SPS และทรัพย์สินทางปัญญา

นางศุภจีกล่าวว่า ไทยย้ำถึงโอกาสในการใช้ประโยชน์จากศักยภาพของทั้งสองฝ่าย ควบคู่กับการคำนึงถึงความพร้อม สถานการณ์ที่แตกต่างกัน และประเด็นอ่อนไหวที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อรักษาสมดุลระหว่างประโยชน์ทางเศรษฐกิจกับประโยชน์สาธารณะ

ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะเร่งผลักดันการเจรจาในประเด็นที่มีความพร้อม เพื่อให้สามารถสรุปผลเพิ่มเติมในการเจรจารอบที่ 9 และเดินหน้าสู่การหารือประเด็นสำคัญช่วงท้ายของการเจรจา พร้อมทั้งติดตามความคืบหน้าระหว่างคณะเจรจาของทั้งสองฝ่ายอย่างใกล้ชิด และเตรียมหารือร่วมกันอีกครั้งก่อนการเจรจารอบถัดไป

ขณะเดียวกัน ในการหารือกับกรรมาธิการยุโรปด้านการเกษตรและอาหาร ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องว่าประเด็นด้านการเกษตรและมาตรการ SPS มีความสำคัญต่อความคืบหน้าของการเจรจา FTA ไทย-EU

ฝ่าย EU ย้ำถึงความสำคัญของสินค้าเกษตรและปศุสัตว์ รวมทั้งมาตรการ SPS ขณะที่ฝ่ายไทยย้ำว่าภาคเกษตรเป็นเรื่องสำคัญและมีความอ่อนไหวสำหรับทั้งสองฝ่าย จึงควรร่วมกันแสวงหาแนวทางที่สมดุลและก่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกัน โดยคำนึงถึงข้อกังวลของทั้งไทยและ EU

ทั้งสองฝ่ายยังแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับการเปิดตลาดสินค้าเกษตร ซึ่งเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญของการเจรจา โดยฝ่ายไทยย้ำถึงสินค้าเกษตรและอาหารที่ไทยมีศักยภาพในการส่งออก ขณะที่ฝ่าย EU แสดงความสนใจในการขยายโอกาสทางการค้าสำหรับสินค้าเกษตรและอาหารของยุโรป

อย่างไรก็ตาม ทั้งสองฝ่ายเห็นว่าการเปิดตลาดสินค้าเกษตรจำเป็นต้องอาศัยการหารืออย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีสินค้าหลายรายการที่มีความอ่อนไหวและเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของเกษตรกรทั้งสองฝ่าย

นางศุภจีกล่าวเพิ่มเติมว่า ไทยมุ่งมั่นเร่งรัดการเจรจา FTA ไทย-EU ให้บรรลุผลโดยเร็วที่สุด พร้อมผลักดันประเด็นที่มีความพร้อมให้ได้ข้อสรุป และเดินหน้าหารือในประเด็นคงค้างอย่างสร้างสรรค์ โดยคำนึงถึงความพร้อมของภาคส่วนต่าง ๆ ภายในประเทศ

ประเด็นสำคัญคือการดูแลผลประโยชน์ของเกษตรกร ผู้ประกอบการ และวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SMEs ให้สามารถใช้ประโยชน์จาก FTA ได้อย่างทั่วถึง ไม่ใช่จำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่

นอกจากนี้ ไทยตั้งเป้าหมายให้การเจรจารอบที่ 9 สามารถบรรลุผลในประเด็นที่มีความพร้อม และผลักดันประเด็นคงค้างต่าง ๆ ให้คืบหน้ามากที่สุด เพื่อรักษาแรงขับเคลื่อนของการเจรจา และปูทางไปสู่การสรุปผลการเจรจาในระยะต่อไป

ขณะเดียวกัน ไทยได้ย้ำข้อกังวลในบางประเด็นที่มีมาตรฐานสูง และต้องคำนึงถึงสถานการณ์ ความพร้อม และผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายในประเทศ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการพิจารณาอย่างรอบคอบ ขณะที่นายคริสตอฟ ฮันเซน แสดงความพร้อมที่จะทำงานร่วมกับไทยอย่างใกล้ชิด เพื่อสนับสนุนให้การเจรจา FTA ไทย-EU มีความคืบหน้าโดยเร็ว

ปัจจุบัน การเจรจา FTA ไทย-EU ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับภาคเกษตรครอบคลุม 7 ประเด็นหลัก ได้แก่ การค้าสินค้า กฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า มาตรการ SPS อุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า ทรัพย์สินทางปัญญา การค้าและการพัฒนาที่ยั่งยืน และระบบอาหารที่ยั่งยืน

ทั้งสองฝ่ายสามารถสรุปผลการเจรจาได้แล้ว 4 ประเด็น ได้แก่ การค้าสินค้าในส่วนของข้อบท อุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า การค้าและการพัฒนาที่ยั่งยืน และระบบอาหารที่ยั่งยืน

ส่วนประเด็นที่ยังอยู่ระหว่างการเจรจา ได้แก่ กฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า มาตรการ SPS ทรัพย์สินทางปัญญา และการเปิดตลาดสินค้าระหว่างกัน ซึ่งถือเป็นประเด็นสำคัญที่จะต้องผลักดันให้เกิดความคืบหน้าในรอบถัดไป

ทั้งนี้ EU เป็นคู่ค้าอันดับ 4 ของไทย โดยในปี 2568 ไทยและ EU มีมูลค่าการค้ารวมระหว่างกันกว่า 45,033.47 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 6.58% ของการค้าทั้งหมดของไทย แบ่งเป็นไทยส่งออก 26,449.08 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้า 18,584.39 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ในส่วนของสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูป ไทยและ EU มีมูลค่าการค้ารวมประมาณ 2.01 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยส่งออกไปยัง EU มูลค่า 1.47 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้าจาก EU มูลค่า 0.54 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ไทยได้ดุลการค้าประมาณ 0.94 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนศักยภาพความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและ EU โดยเฉพาะโอกาสของสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูปไทยในตลาดยุโรป ขณะเดียวกันยังตอกย้ำความจำเป็นในการเร่งผลักดัน FTA ไทย-EU ให้แล้วเสร็จ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้า การลงทุน และการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว