เจาะโมเดล ‘แอสเซทไวส์’ ปั้นอาณาจักรภูเก็ต 5 หมื่นล้าน
ภูเก็ตเป็น International มีดีมานด์จากคนทั่วโลกกว่า 7,000 ล้านคน มีคนนับไม่ถ้วนที่อยากมาที่นี่ ภาพของภูเก็ตในสายตาของ “กรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW
โดยเขามองว่า “ภูเก็ต” เป็นทำเลที่มีดีมานด์ทะลักเข้ามาไม่รู้จบ เป็นจุดหมายปลายทาง ดึงดูดทั้งกลุ่มผู้ที่มองหาบ้านหลังที่สอง และกลุ่ม High-Net-Worth Individuals (HNWIs) ทั่วโลก
วันนี้ทำเลภูเก็ต เป็นพอร์ตสำคัญของ “แอสเซทไวส์” ซึ่งพัฒนาร่วมกับบริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ TITLE ตั้งแต่ปี 2566 ถึงปัจจุบัน พัฒนาLeisure Residence แล้ว 16 โครงการ มูลค่ารวม 47,447 ล้านบาท
“ปีนี้มีโครงการสร้างเสร็จใหม่เตรียมส่งมอบ มูลค่ารวม 26,760 ล้านบาท ไฮไลต์สำคัญมาจากกลุ่มโครงการในภูเก็ต 4 โครงการ มูลค่ารวม 11,700 ล้านบาท ถือเป็นสถิติมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของโครงการในทำเลภูเก็ต”
ส่วนยอดรอรับรู้รายได้ (Backlog) จากโครงการในภูเก็ต ณ สิ้น Q1/2569 รวมกว่า 21,669 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 57% ของมูลค่าแบ็กล็อกทั้งหมด 38,010 ล้านบาท จะทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่องถึงปี 2571 รวมถึงมีแผนเปิดตัวเพิ่ม 6 โครงการ มูลค่ารวม 10,100 ล้านบาท เปิดแล้วโครงการดิ โอลีฟ และเดอะ ไทเทิล วิวาน่า กมลา ที่เหลือคาดว่าจะเปิดตัวในไตรมาส 4/2569
“รายได้จากภูเก็ตน่าจะเติบโตแซงกรุงเทพฯ ในปี 2570 ทำให้ภูเก็ตเป็นเครื่องยนต์สำคัญและเป็นกำลังหลักสำคัญพอ ๆ กับกรุงเทพฯ” กรมเชษฐ์ระบุ
ไม่เพียงเท่านั้น “แอสเซทไวส์” ยังขยายการลงทุนสู่กลุ่มธุรกิจ Hospitality เติมเต็มไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยบนทำเลหาดในยาง บางเทา และกมลา เสริมแกร่งพอร์ตรายได้ประจำ (Recurring Income) ของบริษัท โดยมีแผนพัฒนาคอมมิวนิตี้มอลล์ Mingle 4 แห่ง กระจายบนหาดในยาง เชิงทะเล และกมลา พร้อมธุรกิจบีชคลับ และธุรกิจโรงแรม ภายใต้แบรนด์ในเครืออินเตอร์คอนติเนนตัล โฮเต็ลส์ กรุ๊ป (IHG)
“เตรียมเปิดตัวโรงแรมที่ภูเก็ตเพิ่ม ได้แก่ สเตย์บริดจ์ สวีท บางเทา, อินดิโก้ ในยาง และโวโค่ บางเทา ในเครือ IHG ยังมีไลฟ์สไตล์มอลล์ Mingle มอลล์ บนหาดในยาง 2 แห่ง กมลา และเชิงทะเล รวมถึง Salute บนหาดในยางเร็ว ๆ นี้ โดยวางเป้าหมายสัดส่วนรายได้จากธุรกิจโรงแรมไว้ที่ 30% ของรายได้บริษัทภายใน 10 ปี”

ดีมานด์ไม่อิ่มตัวง่าย ๆ
จากแผนการลงทุนทั้งเม็ดเงินและพอร์ตในปัจจุบัน กรมเชษฐ์ระบุว่า แอสเซทไวส์กำลังเร่งเครื่องโฟกัสและพัฒนาทำเลภูเก็ตอย่างเต็มที่ ทั้งจากผลตอบรับที่ดีจากดีมานด์ที่ทะลักเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
“ภูเก็ตดีมานด์ไม่มีอิ่มตัวง่าย ๆ เนื่องด้วยศักยภาพของทำเลที่ต้องใช้เวลาท่องเที่ยวนานกว่าจะครบทั้งจังหวัด ไม่ว่าแหล่งไลฟ์สไตล์และธรรมชาติที่สวยงาม รายล้อมด้วยชายหาดและเกาะต่าง ๆ มีกิจกรรมท่องเที่ยวที่หลากหลาย โรงเรียนนานาชาติชั้นนำ และการเติบโตด้านโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง”
นอกจากท่าเรือ ยังมีเมกะโปรเจ็กต์รองรับ ทั้งทางด่วนสายกะทู้-ป่าตอง จะเปิดใช้ในปี 2573 และโครงการพัฒนาสนามบินนานาชาติภูเก็ต เฟส 2 เพิ่มขีดความสามารถการให้บริการผู้โดยสารจาก 12.5 ล้านคน เป็น 18 ล้านคนต่อปี คาดเปิดบริการปี 2574
“กรมเชษฐ์” กล่าวว่า ดีมานด์ภูเก็ตไม่ได้เพิ่มขึ้นจากปัจจัยด้านสงคราม แต่เป็นการมาลักษณะที่ตั้งเป้าไว้อยู่แล้วของนักท่องเที่ยว คล้ายกับคนไทยบางส่วนที่อยากไปท่องเที่ยวญี่ปุ่นทุกปี จึงเป็นโอกาสของบริษัทในการเก็บเกี่ยวลูกค้ากว่า 7,000 ล้านคนทั่วโลก
อดทน-รู้โนว์ฮาว
ภาพของภูเก็ตภายใน 3-5 ปีข้างหน้า กรมเชษฐ์มองว่า จะมีผู้ประกอบการไหลเข้ามาพัฒนาเมืองนี้อีกมาก แต่ต้องยอมรับว่า แม้จะเป็นทำเลที่น่าดึงดูดและหอมหวนต่อการลงทุน แต่ภูเก็ตยังเป็นทำเลที่ท้าทายหลายด้าน ซึ่งหากมีการเตรียมพร้อมมาอย่างดี อยู่นาน และอดทนเรียนรู้ น่าจะสามารถเติบโตไปกับภูเก็ตได้
“ภูเก็ตน่าจะมีนักลงทุนไหลเข้ามาอีกมาก เพราะเป็นทำเลน่าดึงดูด แต่ก็มีคนเจ็บตัวจากภูเก็ตเยอะเหมือนกัน เพราะช่องทางในการขายแคบ ทำให้ขายได้ช้ากว่า การหาผู้รับเหมา หาทำเล หาได้ไหม กฎหมายหาดทะเล ต้องมีโนว์ฮาวเหมือนกัน ที่นี่ฝนตก 8 เดือน เราจะต้องรู้ว่าทำงานกันอย่างไร ผู้ประกอบการรายอื่นที่มองเป็นทำเลหอมหวนชวนฝันก็คงมีมาบ้าง แต่คิดว่าถ้าใครอยู่นาน อดทน เรียนรู้ก็จะโตไปกับภูเก็ตได้”

“กรมเชษฐ์” แชร์จุดแข็งบริษัท เกิดจากการเจาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติเป็นหลัก เพราะเข้าใจตลาด และทำมันได้ดี มียอดขายที่มั่นใจจากการขายต่างชาติที่มีสเต็ปว่า จ่ายครบ 75% ก่อน ที่เหลือจ่ายพร้อมส่งมอบที่อยู่ ทำให้โอกาสสำเร็จสูง ขณะที่ตลาดคนไทยอาจติดเรื่องสถาบันการเงินปฏิเสธสินเชื่อ ทำให้บริษัทไม่เจาะตลาดนี้ แต่ไม่ได้ปิดกั้นการขายให้คนไทย
“3 สิ่งที่ทำให้ลูกค้าต่างชาติมั่นใจซื้ออสังหาฯกับเรา คือ 1.การเป็นแบรนด์ Listed ก่อสร้างโครงการเสร็จพร้อมส่งมอบ2.ผู้รับเหมารายใหญ่ที่คุ้นเคย ไว้ใจได้ และ 3.เซลล์ที่เป็น Native Speaker เข้าถึงลูกค้าได้ง่ายกว่าแบรนด์อื่น ๆ”
อีกข้อได้เปรียบคือการมีแลนด์แบงก์สะสมไว้ในมือ โดยเฉพาะที่ดินติดริมหาด ซึ่งอย่างน้อย 5 ปีข้างหน้าจะสามารถพัฒนาได้อีกหลายโครงการ รวมมูลค่ากว่า 50,000 ล้านบาท ขณะที่ราคาที่ดินไม่มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดตั้งแต่ช่วงโควิด
แม้ว่าจะมีการเข้ามาพัฒนาศูนย์การค้าของกลุ่มเซ็นทรัลพัฒนา เนื่องจากดีมานด์ไม่มาก ผู้ประกอบการบางรายที่เปลี่ยนใจก็ขายกลับคืนสู่ตลาดอีกครั้ง ส่วนผู้ประกอบการที่อยากจะพัฒนาโครงการก็มีที่ดินอยู่แล้ว ทำให้ไม่มีการแข่งขันด้านราคาที่ดิน ปัจจุบันราคาที่ดินในภูเก็ตเฉลี่ยอยู่ที่ 40-45 ล้านบาทต่อไร่ กระโดดขึ้นมาเกือบ 3 เท่า จาก 3 ปีที่แล้ว ที่ราคาอยู่ที่ 15 ล้านบาทต่อไร่
เสนอปรับ กม.ปราบนอมินี
ท่ามกลางปมร้อนปัญหา “นอมินี” คนไทยที่เปิดโอกาสให้ต่างชาติเข้ามาทำธุรกิจผิดกฎหมายในภูเก็ต และอาจจะส่งผลกระทบต่อมู้ดการลงทุนของภาคเอกชนนั้น “กรมเชษฐ์” เสนอไอเดียว่า กลุ่มทุนที่เข้ามาไม่ถูกต้องจะต้องได้รับการจัดการตามกฎหมาย
ขณะเดียวกัน หากเป็นนักลงทุนที่เข้ามาอย่างถูกต้องก็ควรให้ความเป็นธรรม ปรับกฎเกณฑ์ให้ทันสมัย เปิดโต๊ะรับฟังความเห็น และส่งเสริมให้นักลงทุนที่ดี รู้สึกได้ว่า ได้รับการตอบรับและการร่วมแก้ไขปัญหาจากรัฐบาลเช่นเดียวกัน
ส่วนปัญหาที่ฝังรากลึกในจังหวัดอย่างขยะสะสม น้ำไม่พอใช้ หรือรถติด ที่เรื้อรังมาอย่างยาวนาน อาจส่งผลกระทบต่อจังหวัดในอนาคต ทางภาครัฐและเอกชนต้องร่วมมือกัน และคุยกันมากขึ้นว่า เอกชนมีแผนการลงทุนอย่างไร รัฐมีแผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างไร หากผสานกันได้ วางแผนรองรับหรือของบประมาณล่วงหน้าได้ การพัฒนาเมืองก็จะไปในทิศทางเดียวกันได้อย่างแน่นอน