ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังความตึงเครียดระหว่างสหรัฐ-อิหร่าน
oil
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและอิหร่านกลับมาทวีความรุนแรงขึ้น ขณะที่สหรัฐและอินเดียสามารถบรรลุข้อตกลงการค้า
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่าปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้นจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและอิหร่านกลับมาทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง หลังกองทัพสหรัฐยิงโดรนของอิหร่าน โดยอ้างว่าโดรนดังกล่าวได้บินเข้ามาใกล้เรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐที่จอดอยู่ในบริเวณน่านน้ำทะเลอาหรับ
ขณะเดียวกัน มีรายงานความเคลื่อนไหวของเรือปืนอิหร่านที่เข้าประชิดเรือขนส่งน้ำมันของสหรัฐในน่านน้ำโอมาน ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวได้สร้างความสั่นคลอนต่อความพยายามในการฟื้นฟูการเจรจานิวเคลียร์ที่มีกำหนดการหารือในวันศุกร์ที่จะถึงนี้
โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 3 ก.พ. 2569 อยู่ที่ 63.21 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +1.07 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 67.33 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +1.03 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
ตลาดคาดการณ์ปริมาณน้ำมันดิบจากคาซัคสถานมีแนวโน้มปรับเพิ่มสูงขึ้น หลังการกลับมาดำเนินการผลิตน้ำมันดิบจากแหล่งน้ำมันดิบเทงกิซ โดยปริมาณการผลิตฟื้นตัวขึ้นเกือบแตะระดับ 20% ของกำลังการผลิต หลังต้องหยุดการผลิตชั่วคราวจากเหตุเพลิงไหม้ในช่วงกลาง ม.ค. 69 ที่ผ่านมา ทั้งนี้ ตลาดคาดว่าคาซัคสถานจะยังคงเพิ่มกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจแตะระดับ 45% ของกำลังการผลิตในเร็ววันนี้
ผู้ผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐทยอยกลับมาดำเนินการผลิตอีกครั้ง หลังก่อนหน้าต้องประสบกับพายุฤดูหนาวและสภาพอากาศที่หนาวจัดรุนแรง จนจำเป็นต้องหยุดการผลิตน้ำมันดิบชั่วคราว โดยจากรายงานล่าสุดระบุว่ามีเพียงประมาณ 0.7% ของกำลังการผลิตเท่านั้นที่ยังคงหยุดดำเนินการผลิตชั่วคราวอยู่
ประธานาธิบดีสหรัฐ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมาเปิดเผยถึงการบรรลุข้อตกลงการค้ากับอินเดีย โดยจะลดภาษีการนำเข้าสินค้าจากอินเดียลงจาก 50% เหลือ 18% เพื่อแลกกับการที่อินเดียยอมลดกำแพงการค้าลง พร้อมทั้งยุติการซื้อน้ำมันจากรัสเซีย ทั้งนี้ ผู้นำสหรัฐยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า อินเดียจะหันมาซื้อน้ำมันดิบจากสหรัฐ และอาจรวมไปถึงน้ำมันดิบเวเนซุเอลาด้วย ส่งผลให้ภาพรวมเศรษฐกิจอาจปรับตัวดีขึ้น
