Skip to content

ไทย-ญี่ปุ่น ลุยเกษตร JTEPA เปิดทางส้มโอไทย 2 สายพันธุ์เข้าตลาดญี่ปุ่น

08 มิ.ย. 2569 | 15:09น.
ไทย-ญี่ปุ่น ลุยเกษตร JTEPA เปิดทางส้มโอไทย 2 สายพันธุ์เข้าตลาดญี่ปุ่น

กระทรวงเกษตรฯ ประชุมคณะอนุกรรมการเกษตร ป่าไม้ และประมง ภายใต้กรอบ JTEPA ครั้งที่ 16 เดินหน้าความร่วมมือไทย-ญี่ปุ่นด้านเกษตร ความปลอดภัยอาหาร และนวัตกรรม พร้อมขยายตลาดส่งออกส้มโอไทยไปญี่ปุ่นเพิ่ม 2 สายพันธุ์ “ขาวน้ำผึ้ง-ทับทิมสยาม” ตั้งเป้าส่งออกได้ภายในปี 2569

นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานร่วมฝ่ายไทยในการประชุมคณะอนุกรรมการว่าด้วยเกษตรกรรม ป่าไม้ และประมง ครั้งที่ 16 ภายใต้ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น หรือ JTEPA ณ จังหวัดภูเก็ต ว่า การประชุมครั้งนี้มี ดร.ฮางิวาระ ฮิเดกิ Counsellor, Deputy Director-General for Environment, Export and International Affairs Bureau กระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงญี่ปุ่น เป็นประธานร่วมฝ่ายญี่ปุ่น พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของไทยเข้าร่วม

ที่ประชุมรับทราบผลการประชุมคณะอนุกรรมการพิเศษ ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 โดยเฉพาะผลการประชุมคณะอนุกรรมการพิเศษว่าด้วยความปลอดภัยอาหาร ครั้งที่ 16 ซึ่งไทยสามารถขยายตลาดส่งออกส้มโอไปยังญี่ปุ่นเพิ่มเติมอีก 2 สายพันธุ์ ได้แก่ พันธุ์ขาวน้ำผึ้ง และพันธุ์ทับทิมสยาม

ทั้งนี้ ไทยตั้งเป้าหมายว่า ภายในปี 2569 จะสามารถส่งออกส้มโอสายพันธุ์ใหม่ทั้งสองสายพันธุ์ไปยังญี่ปุ่นได้ ขณะเดียวกัน ญี่ปุ่นจะสามารถส่งออกผลส้มจากพื้นที่ใหม่มายังไทยได้เช่นกัน สะท้อนความคืบหน้าของความร่วมมือด้านความปลอดภัยอาหารและการเปิดตลาดสินค้าเกษตรระหว่างสองประเทศ

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังรับทราบผลการประชุมคณะอนุกรรมการพิเศษร่วมด้านความปลอดภัยอาหารและด้านการเชื่อมโยงสู่ท้องถิ่น ครั้งที่ 16 รวมทั้งรายงานความคืบหน้าการดำเนินความร่วมมือจากผลการประชุมที่ผ่านมาในหลายด้าน อาทิ ด้านพืช ด้านปศุสัตว์ และการวิจัย

ทั้งสองฝ่ายยังได้นำเสนอโครงการใหม่ เพื่อขอรับการสนับสนุนจากฝ่ายญี่ปุ่นภายใต้กรอบความร่วมมือที่ได้ตกลงร่วมกัน โดยมีเป้าหมายขับเคลื่อนความร่วมมือไทย-ญี่ปุ่นให้เกิดผลเป็นรูปธรรม และสร้างประโยชน์ร่วมกันอย่างยั่งยืน

สำหรับปี 2570 ฝ่ายญี่ปุ่นจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะอนุกรรมการว่าด้วยเกษตรกรรม ป่าไม้ และประมง ภายใต้ความตกลง JTEPA ครั้งที่ 17 รวมถึงการประชุม High-Level Committee on Development หรือ HLCD ครั้งที่ 5 ณ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งสะท้อนความมุ่งมั่นของทั้งสองประเทศในการสานต่อความร่วมมือระยะยาว

นายวิณะโรจน์กล่าวว่า ภาคการเกษตรทั่วโลกกำลังเผชิญความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ และการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งกระทบต่อการผลิตและความมั่นคงทางอาหาร

ประเทศไทยจึงมุ่งยกระดับมาตรฐานการผลิตสินค้าเกษตรที่ปลอดภัยและยั่งยืน ควบคู่กับการส่งเสริมนวัตกรรม การเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร การพัฒนาศักยภาพเกษตรกร การผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด การบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชีวภาพ-หมุนเวียน-สีเขียว หรือ BCG Economy Model

“การเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างไทยและญี่ปุ่น ทั้งด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม การวิจัยและพัฒนา มาตรการเกษตร และการเป็นหุ้นส่วนระบบเกษตรและอาหารในภูมิภาคอาเซียน จะช่วยพัฒนาภาคการเกษตร และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยได้อย่างยั่งยืน” นายวิณะโรจน์กล่าว