เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
Economic Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
วิสัยทัศน์ใหญ่ กับเมืองที่กำลังจม
Columns วิสัยทัศน์ใหญ่ กับเมืองที่กำลังจม
เอกชนจัดแห่ใหญ่ ประชาชนสู้แดดรอต้อนรับ “เนเน่ นายแน่มาก”
Biz Movement เอกชนจัดแห่ใหญ่ ประชาชนสู้แดดรอต้อนรับ “เนเน่ นายแน่มาก”
ผ่า ‘ผังน้ำ’ ป้องท่วม กทม. ผุด ‘บัฟเฟอร์โซน-เพิ่มแก้มลิง’
Real Estate ผ่า ‘ผังน้ำ’ ป้องท่วม กทม. ผุด ‘บัฟเฟอร์โซน-เพิ่มแก้มลิง’
‘เอ แอสเสท’ ดึงทุนเวียดนาม-ญี่ปุ่น ปั้น ‘มิกซ์ยูสทองหล่อ’ 1.2 หมื่นล้าน
Real Estate ‘เอ แอสเสท’ ดึงทุนเวียดนาม-ญี่ปุ่น ปั้น ‘มิกซ์ยูสทองหล่อ’ 1.2 หมื่นล้าน
‘แบงก์กรุงเทพ’ อัด 6.3 พันล้าน หนุนบิ๊กดีล ‘แสนสิริ’ ซื้อโรงแรมหรู
Real Estate ‘แบงก์กรุงเทพ’ อัด 6.3 พันล้าน หนุนบิ๊กดีล ‘แสนสิริ’ ซื้อโรงแรมหรู
ศุภจี ขอผู้ส่งออกชะลอ 30-50 % ช่วง 2-3 สัปดาห์ เพื่อให้สินค้าในประเทศทั่วถึง
Economic ศุภจี ขอผู้ส่งออกชะลอ 30-50 % ช่วง 2-3 สัปดาห์ เพื่อให้สินค้าในประเทศทั่วถึง
ผ่างบ 3.9 พันล้าน กรมอุตุฯ ยกเครื่องเทคโนโลยี รับโลกแปรปรวน
Tech ผ่างบ 3.9 พันล้าน กรมอุตุฯ ยกเครื่องเทคโนโลยี รับโลกแปรปรวน
ลุ่มเจ้าพระยาน้ำลดลง เชื่อ 4 จว.ท้ายน้ำ ไม่กระทบมาก ‘กทม.’ ยื่นเยียวยาแล้ว 3.5 หมื่นราย 
Politics ลุ่มเจ้าพระยาน้ำลดลง เชื่อ 4 จว.ท้ายน้ำ ไม่กระทบมาก ‘กทม.’ ยื่นเยียวยาแล้ว 3.5 หมื่นราย 
‘ชาย’ ยันไร้ทุจริต-ตรวจสอบได้ บอกตัวเองฐานะการเงินด้อยสุดของ DD การบินไทย
Business ‘ชาย’ ยันไร้ทุจริต-ตรวจสอบได้ บอกตัวเองฐานะการเงินด้อยสุดของ DD การบินไทย
ดูทั้งหมด

ส่องแนวคิดปั้น ‘เชียงใหม่’ สู่เมืองจักรยานที่เป็นธรรม

03 ก.ค. 2569 | 17:03น.
สิทธิชาติ สุขผลธรรม
คอลัมน์ : สัมภาษณ์

เชียงใหม่ยังคงเป็น “เมืองในฝัน” ที่ดึงดูดให้คนรุ่นใหม่และคนทำงานทักษะสูงตัดสินใจย้ายถิ่นฐานมาปักหลักใช้ชีวิต แต่เมื่อความตั้งใจที่อยากได้คุณภาพชีวิตที่ดีต้องมาสะดุดกับปัญหาผังเมืองที่ไร้ทิศทาง มลพิษทางอากาศ และถนนที่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อคนเดินเท้า-คนปั่นจักรยาน ทำให้กลุ่มคนรุ่นใหม่ในพื้นที่ลุกขึ้นมาส่งเสียงว่า

หากเชียงใหม่ต้องการเป็นเมืองที่มีอนาคตและรักษาคนเก่งเอาไว้ได้ ทางรอดเดียวคือ การเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างไปสู่เมืองที่เดินได้และปั่นจักรยานดี เพื่อปรับตัวรับมือกับวิกฤต Climate Change ไปพร้อมกัน

“สิทธิชาติ สุขผลธรรม” หรือ “บอส” ในฐานะคนรุ่นใหม่ที่เลือกเชียงใหม่เป็นบ้าน และเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ทำงานกับข้อมูลสภาพภูมิอากาศระดับประเทศ ให้สัมภาษณ์ “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงความท้าทายและโอกาสในการจัดสรรพื้นที่สาธารณะของเชียงใหม่ พร้อมเน้นย้ำว่าการเปลี่ยนผ่านสู่เมืองที่เดินได้และปั่นจักรยานดี ไม่ใช่เรื่องของความสะดวกสบายหรือแฟชั่น แต่คือ “ยุทธศาสตร์การปรับตัว” เพื่อความอยู่รอดของเมืองและผู้คนอย่างเท่าเทียมกัน

“บอส” บอกว่า เขาเป็นคนกรุงเทพฯ แต่ตัดสินใจย้ายมาใช้ชีวิตและทำงานอยู่ที่เชียงใหม่ตั้งแต่ช่วงโควิด-19 (ปี 2021) ปัจจุบันเขาดำรงตำแหน่ง Principal Climate Data & Adaptation (ผู้เชี่ยวชาญหลักด้านข้อมูลสภาพภูมิอากาศและการปรับตัว) บริษัท เดอะ ครีเอจี้ จำกัด (Creagy) ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาชั้นนำด้านการจัดการความยั่งยืนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

โดยให้บริการให้คำปรึกษาแก่หน่วยงานภาครัฐและเอกชนในการรับมือกับนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Net Zero) และกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน

รับผิดชอบงานขับเคลื่อนด้าน Climate Change เชิงนโยบาย และล่าสุดได้รับความไว้วางใจในการดำเนินงานร่วมกับกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังเป็นผู้ก่อตั้งเพจ Chiang Mai Urban Cyclist และใช้จักรยานสัญจรในชีวิตประจำวันบนท้องถนนเมืองเชียงใหม่

ผังเมืองที่ “รถยนต์มาก่อนเสมอ”

ในมุมมองของคนรุ่นใหม่ที่มองเห็นโครงสร้างเมืองและสัมผัสความจริงจากการปั่นจักรยานในชีวิตประจำวันชี้ให้เห็นว่า การออกแบบผังเมืองและโครงสร้างพื้นฐานของเชียงใหม่ในปัจจุบันยังคงติดกับดักการยึดเอา “รถยนต์เป็นศูนย์กลาง” สังเกตได้จากการกำหนดจำนวนช่องจราจรและความกว้างของถนนก่อนเสมอ ส่วนพื้นที่สำหรับทางเท้า (ฟุตปาท) มักถูกจัดสรรเป็นลำดับสุดท้าย หรือบางครั้งก็หายไปเลย ทำให้ทางเท้ามีความกว้างไม่สม่ำเสมอและไม่เพียงพอต่อการใช้งานจริง

เชียงใหม่

การข้ามถนนคือความเสี่ยง

บอสบอกว่า อีกหนึ่งปัญหาสำคัญคือ การขาดจังหวะในการข้ามถนนหรือเลี้ยวขวาสำหรับผู้ใช้จักรยานและคนเดินเท้า เนื่องจากสัญญาณไฟจราจรมีน้อยเกินไป ทำให้การข้ามถนนกลายเป็นเรื่องอันตรายและยากลำบาก โดยเฉพาะในเส้นทางรอบคูเมืองที่รถยนต์สัญจรด้วยความเร็วสูง

“พอทำอย่างนั้นมันทำให้คนข้ามถนนยากมาก เพราะว่ามันไม่มีจังหวะหยุด เราก็ต้องใช้จังหวะไฟแดงเป็นตัวเลี้ยวขวาหรือข้ามถนน ผมว่าในเขตคูเมืองต้องเอาเรื่องนี้กลับมา ความหนาแน่นของสัญญาณไฟแดงต้องมีเยอะกว่านี้ คนจะได้ข้ามง่าย จักรยานก็จะได้ข้ามง่ายเหมือนกัน”

นอกจากนี้ ปัญหาการจอดรถทิ้งไว้เป็นเวลานานบนพื้นที่สาธารณะยังเป็นอีกหนึ่งอุปสรรคที่ส่งผลกระทบต่อการสัญจรและเศรษฐกิจของร้านค้าในพื้นที่

บอสสะท้อนบทเรียนสำคัญจากการขยายถนนที่เกิดขึ้นในช่วงปี 2558-2563 ซึ่งทำให้โบราณสถานและต้นไม้ใหญ่หลายแห่งต้องถูกทำลายเพื่อเปิดทางให้กับรถยนต์ ชี้ให้เห็นถึงการขาดการวางแผนที่คำนึงถึงบริบทโดยรอบ โดยยกตัวอย่างโครงการปรับปรุงถนนคันคลองชลประทานที่ภาคประชาชนต้องเข้าไปคัดค้าน

“อย่างกรมทางหลวง เขาก็จะรู้สึกว่าจะมีโครงการปรับปรุงถนนคันคลอง ซึ่งพวกเราก็ไปคัดค้านเพราะว่าเรามีความเป็นห่วงมาก คือเขาออกแบบไม่สนใจรอบข้างเลย ตอนแรกเขาเสนอมาแบบว่าต้องขยายเลน ต้องทำทางยกระดับคร่อมไป เราก็เข้าไปให้ความเห็น เพราะจริง ๆ ทำแบบนี้มันยิ่งตัดขาดคนสองฝั่ง”

บอสมองว่า การสูญเสียพื้นที่สีเขียวเหล่านี้ซ้ำเติมให้ตัวเมืองเผชิญกับวิกฤตความร้อนที่รุนแรงขึ้น ทั้งที่ในความเป็นจริงต้นไม้และร่มเงาคือ “สมบัติสาธารณะ” ที่ช่วยบรรเทาอุณหภูมิโลกที่กำลังสูงขึ้นอย่างน่ากลัว

เชียงใหม่

การเดินทางคืออิฐก้อนแรก

 ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการปรับตัวรับมือวิกฤตภูมิอากาศ บอสเปรียบเทียบระบบคมนาคมขนส่งไว้อย่างน่าสนใจว่า เรื่องการเดินทางเหมือนเป็นอิฐก้อนแรกของเมือง เพราะรูปแบบการเดินทางจะเป็นตัวกำหนดทิศทางของทุกสิ่ง ตั้งแต่ลักษณะผังเมือง รูปแบบที่อยู่อาศัย ไปจนถึงความสัมพันธ์และความรู้สึกของผู้คน ว่าพวกเขาจะเชื่อมโยงกับธรรมชาติและเพื่อนบ้านรอบข้างอย่างไร

บทเรียนจากทั่วโลกพิสูจน์แล้วว่า การพัฒนาเมืองที่มุ่งเน้นเอา “รถยนต์” เป็นศูนย์กลาง ล้วนสร้างผลกระทบเชิงลบมากกว่าข้อดี แม้แต่ประเทศต้นแบบเมืองจักรยานอย่างเนเธอร์แลนด์ ในอดีตก็เคยหลงทางพัฒนาเมืองเพื่อรถยนต์อยู่นานกว่า 20 ปี ก่อนจะไหวตัวทันและใช้เวลาลองผิดลองถูกอีกกว่า 30 ปี ในการเปลี่ยนผ่านกลับมาเป็นเมืองจักรยานและเมืองเดินได้ที่มีคุณภาพชีวิตดีที่สุดในโลก

“จริง ๆ แล้วเรื่องการเดินทางไม่มีอะไรยากในเชิงเทคนิค มันเป็นเรื่องง่าย ๆ พื้นฐานอย่างการส่งเสริมการเดิน ใช้ระบบขนส่งมวลชน และการใช้จักรยาน แต่สิ่งที่ยากที่สุดไม่ใช่เทคนิค มันคือการจัดสรรและแบ่งปันความทุกข์ความสุข เพราะคนที่จะรู้สึกเสียประโยชน์ในช่วงแรกก็คือกลุ่มคนที่เคยได้ประโยชน์และครองพื้นที่เมืองมาอย่างยาวนาน”

คูเมืองคือจุดเริ่มต้นที่มีศักยภาพ ในการเป็นโมเดลเปลี่ยนเมืองให้ปั่นได้ เดินได้ เราจะได้ทั้งเมืองและสภาพแวดล้อมที่ดีกลับคืนมา ลองตั้งคำถามดูว่าทำไมคนไทยชอบไปเที่ยวญี่ปุ่น ก็เพราะเราชอบเมืองของเขา ชอบบรรยากาศที่เดินได้ ร่มรื่น และปลอดภัย ถ้าเราอยากให้เมืองไทยน่าอยู่แบบนั้นมันก็มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่เราต้องกล้าลุกขึ้นมาเปลี่ยนเมืองตั้งแต่วันนี้

บอสมองว่า แม้การเปลี่ยนแปลงจะต้องเผชิญกับความไม่คุ้นชินในช่วงแรก แต่เชื่อว่าผลลัพธ์ที่ได้จะคุ้มค่าเหมือนกับเมืองในต่างประเทศที่คนไทยชอบเดินทางไปเยือน โดยเฉพาะในเขตเมืองเก่าของเชียงใหม่มีต้นทุนที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว

ทั้งนี้ ในช่วงเปลี่ยนผ่านย่อมต้องเผชิญกับความไม่คุ้นชินและมีความไม่สะดวกสบายเกิดขึ้นแน่นอน แต่เมื่อกระบวนการเปลี่ยนผ่านนี้เสร็จสิ้น สังคมโดยรวมทั้งหมดจะได้ประโยชน์ร่วมกันอย่างมหาศาลอย่างไรก็ตาม ความฝันของคนรุ่นใหม่นี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากไม่มีโครงสร้างพื้นฐานที่ปลอดภัย และขาดนโยบายที่ชัดเจนจากหน่วยงานส่วนท้องถิ่น

“ผมว่ามันมีคนพร้อมทำอยู่แล้ว แต่ว่าตอนนี้มันตบมือข้างเดียวไม่ได้ มันต้องเทศบาลทั้งหลายออกมาด้วย ต้องมีนโยบายตรงนี้ชัดเจน ว่าเราจะเริ่มทำเส้นไหนเป็นเส้นนำร่องก่อน”

เชียงใหม่

“เมือง” ต้องเอาจักรยานนำ

เมืองที่มีอนาคตทั่วโลกล้วนกล้าที่จะเปลี่ยนผ่าน โดยยกตัวอย่างเมืองใหญ่อย่างปารีสและนิวยอร์ก ที่เริ่มปรับเปลี่ยนผังเมืองให้เป็นมิตรกับจักรยานมากขึ้นในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

“ผมว่ายังไงเอาจริง ๆ ทุกเมือง ถ้าจะมีอนาคตมันต้องเปลี่ยน มันต้องเอาจักรยานนำไม่ใช่ด้วยความที่ผมใช้จักรยาน แต่ว่ามันเป็นเรื่องความหนาแน่น เรื่องความปลอดภัย แล้วก็เรื่องสิทธิพลเมือง”

 ในมุมมองของบอสการส่งเสริมการใช้จักรยานไม่ได้หมายถึงการกำจัดรถยนต์ แต่เป็นการจัดสรรพื้นที่ให้เกิดความสมดุลและ “เป็นธรรม” มากขึ้น เพื่อให้ประชาชนมีทางเลือกในการเดินทางที่หลากหลาย เพราะหลายคนใช้รถยนต์ในชีวิตประจำวันเพียงเพราะเมืองไม่มีทางเลือกอื่นที่สะดวกและปลอดภัยให้

“ไม่ได้บอกว่าเวลาเราทำเมืองให้จักรยานมันจะไม่มีที่ให้รถยนต์ หรือว่ารถมอเตอร์ไซค์ หรือการเดินทางอื่น คือเราก็แค่ต้องลด หรือว่าจัดสรรพื้นที่ให้มันเป็นธรรม แล้วมันไม่ได้มีความจำเป็นต้องใช้รถยนต์เยอะขนาดนั้น”

แก้ผังเมือง ดึงเม็ดเงินลงทุนกลับ

บอสบอกว่า ปัจจุบันเชียงใหม่กำลังเผชิญปัญหาการไหลออกของคนรุ่นใหม่ เนื่องจากเมืองยังไม่น่าอยู่และขาดพื้นที่สร้างสรรค์ แต่หากเทศบาลและผู้มีอำนาจหันมาฟังเสียงและปรับปรุงผังเมืองให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีสิ่งแวดล้อมที่รองรับวิกฤต Climate Change เมืองจะสามารถดึงดูดกลุ่มคนเก่งและเม็ดเงินลงทุนกลับเข้าสู่เมืองได้อย่างมหาศาล

“เชียงใหม่เป็นอีกจุดหนึ่งที่ทำให้คนไหลออก แล้วมันทำให้อาจจะขาดคนรุ่นใหม่ ๆ ที่เข้ามาช่วยกัน ที่มีพลังสังคม พลังผลักดันประเด็นเชิงเมืองแบบนี้ คือถ้าเปลี่ยนเมืองให้มันเริ่มน่าอยู่ขึ้น มันจะเริ่มดึงคนที่เก่ง ๆ เพราะว่าถ้าเกิดเราดึงให้เมืองนี้มีคุณภาพชีวิตที่ดี คนที่เขาอยากมาทำงานเขาอาจจะเริ่มย้ายมาก่อน แล้วพวกบริษัทการลงทุนจะตามคนมาเอง”

สุดท้ายแล้ว ข้อเสนอเรื่อง “เมืองจักรยานที่เป็นธรรม” ไม่ใช่เพียงแค่ความฝันที่เป็นไปไม่ได้ แต่มันคือพิมพ์เขียวของเมืองที่ผ่านการพิสูจน์จากทั่วโลกมาแล้วว่าทำได้จริง และเป็นทางรอดเดียวท่ามกลางวิกฤตโลกเดือด 

“เอาจักรยานนำ” คือยุทธศาสตร์กู้ชีพเมืองเชียงใหม่ให้กลับมามีชีวิตชีวา มีเศรษฐกิจชุมชนที่เดินหน้า และมีสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน

วันนี้คนรุ่นใหม่และภาคประชาชนพร้อมแล้วที่จะช่วยกันลงมือทำ เหลือเพียงนโยบายที่ชัดเจนและความกล้าหาญจากฝั่งผู้บริหารเมืองและเทศบาล ว่าจะยอมตบมือตอบรับเพื่อเปลี่ยนเชียงใหม่ให้เป็นเมืองในฝันที่เดินได้และปั่นดีอย่างเท่าเทียมกันได้เมื่อไหร่ เพราะอนาคตของเชียงใหม่ไม่ควรมีใครต้องถูกทิ้งไว้บนท้องถนนที่ไร้ความปลอดภัยอีกต่อไป

ถึงเวลาแล้วที่เมืองนี้ต้องหยุดเดินตามหลังรถยนต์ แล้วหันมาสร้างอนาคตที่ยึดโยงกับ “มนุษย์” และ “ธรรมชาติ” อย่างแท้จริง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ปั่นจักรยาน เชียงใหม่