เร่งเดินหน้า ‘ผันน้ำยวม’ ก่อน EIA หมดอายุ สั่งชลประทานแจงทุกข้อคัดค้าน
กระทรวงเกษตรฯ เร่งขับเคลื่อนโครงการผันน้ำยวมเพิ่มน้ำต้นทุนเขื่อนภูมิพล พร้อมเร่งแก้ปัญหาฝายทดน้ำคลองหนองขวัญ จ.กำแพงเพชร หลังรับฟังข้อเรียกร้องเกษตรกรลุ่มน้ำปิงตอนล่าง กำชับกรมชลประทานเร่งชี้แจงข้อคัดค้านและเดินหน้าตามกรอบกฎหมาย หวั่นรายงาน EIA หมดอายุ กระทบการลงทุนของภาครัฐ
นายกฤษ อุตตมะเวทิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมซักซ้อมแนวทางและแผนปฏิบัติงานเพื่อขับเคลื่อนโครงการผันน้ำยวมเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำในเขื่อนภูมิพล และการแก้ไขปัญหาฝายทดน้ำคลองหนองขวัญ จังหวัดกำแพงเพชร ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เร่งรัดการดำเนินงานทั้ง 2 โครงการ ภายหลังลงพื้นที่ร่วมกับนายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2569 เพื่อรับฟังข้อเสนอของกลุ่มเกษตรกรลุ่มน้ำปิงตอนล่าง โดยกำชับทุกหน่วยงานเดินหน้าตามกรอบกฎหมายและหลักธรรมาภิบาล เพื่อไม่ให้รายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) หมดอายุ
สำหรับโครงการผันน้ำยวมเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำในเขื่อนภูมิพล ปัจจุบันยังอยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย แม้จะมีการยื่นคัดค้านและฟ้องร้องต่อศาลปกครอง แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวหรือคำสั่งทางปกครองให้ระงับการดำเนินโครงการ ขณะที่กรมชลประทานได้เสนอรายงาน EIA ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาตามขั้นตอนแล้ว โดยยืนยันว่าจะดำเนินโครงการบนพื้นฐานของข้อกฎหมาย ข้อเท็จจริง ประโยชน์สาธารณะ การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน และการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเหมาะสม
ส่วนการแก้ไขปัญหาฝายทดน้ำคลองหนองขวัญ ซึ่งชำรุดและส่งผลกระทบต่อการส่งน้ำเพื่อการเกษตรนั้น กรมชลประทานได้แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เพื่อให้สามารถส่งน้ำได้เพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกร พร้อมเร่งดำเนินการซ่อมแซมและก่อสร้างอาคารบังคับน้ำแห่งใหม่เป็นการถาวร
นายกฤษ ยังสั่งการให้กรมชลประทานเร่งจัดทำข้อมูลชี้แจงข้อร้องเรียนและข้อคัดค้าน เสนอผ่านคณะอนุกรรมการลุ่มน้ำระดับจังหวัดและคณะกรรมการลุ่มน้ำปิง ก่อนส่งต่อสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) พร้อมสรุปผลการดำเนินงานเสนอผ่านกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) และคณะรัฐมนตรี
พร้อมกันนี้ ได้มอบหมายให้สำนักกฎหมาย สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สนับสนุนการดำเนินงานในทุกขั้นตอน เพื่อให้โครงการเป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส และสามารถแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนด้านน้ำของเกษตรกรได้อย่างต่อเนื่อง โดยย้ำว่าทุกหน่วยงานต้องเร่งรัดการดำเนินงานภายใต้กรอบกฎหมาย เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นหากรายงาน EIA หมดอายุ และกระทบต่อการดำเนินโครงการในอนาคต.